จับตา'คนรักอุดร'ในวันไร้'ขวัญชัย'

ถึงแม้นายขวัญชัย สาราคำ หรือไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร แกนนำ นปช.ที่เข้ามอบตัวกับแกนนำอีกหลายคน จะถูกควบคุมตัวไว้ที่ค่ายนเรศวร จ.เพชรบุรี แต่ในความคิดของกลุ่มคนเสื้อแดงสมาชิกชมรมคนรักอุดร ที่มีทั้งผู้เดินทางไปร่วมชุมนุมและไม่ได้ไปยังคงฝังใจอย่างเหนียวแน่

 ตั้งแต่มีการตั้งสถานีวิทยุชมรมคนรักอุดรขึ้นมาเมื่อ 4 ปีก่อน ก่อนการปฏิวัติ 19 กันยายน 2549 สมาชิกของชมรมต่างก็หันมาติดตามข่าวสารจากสถานีแห่งนี้มากขึ้น เริ่มใช้ปลุกระดมคนเสื้อแดง ตั้งแต่ครั้งแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เดินทางมาสัมมนาที่มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานีก็ถูกคนเสื้อแดงปิดล้อมห้องประชุม มาถึงเหตุการณ์กลุ่มคนเสื้อแดงปะทะกับพันธมิตร ที่มาจัดงานประชุมที่สวนสาธารณะหนองประจักษ์ศิลปาคม เมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม 2551 นำไปสู่ความรุนแรงในเวลาต่อมา

 เมื่อนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ความต้องการรับฟังข่าวสารจากสถานีวิทยุคนเสื้อแดงเริ่มมากขึ้น ชมรมคนรักอุดรที่เริ่มเคลื่อนไหวในนามคนเสื้อแดง มีการเปิดเวทีชุมนุมที่สนามทุ่งศรีเมืองและที่สถานีบ่อยครั้ง ถือว่าประสบความสำเร็จอย่างท่วมท้น มีสมาชิกเข้าร่วมทุกครั้งไม่ต่ำกว่า 3,000 คน และมากถึง 2 หมื่นคนในช่วงเหตุการณ์ร้อนแรง

 มีการถ่ายทอดสัญญาณเสียงออกอากาศจากช่องพีแชนแนล ท่ามกลางกระแสขับไล่ระบอบอำมาตยาธิปไตย โดยสมาชิกแทบจะไม่ได้รับฟังข่าวสารจากสถานีวิทยุอื่น หรือโทรทัศน์ช่องอื่นเลย !?!

 เมื่อกระแสคนเสื้อแดงเริ่มร้อนแรงขึ้น การรับฟังข่าวสารด้านเดียว จนสามารถนำคนเสื้อแดงไปร่วมชุมนุมที่กรุงเทพฯ ครั้งละหลายพันคน รวมถึงการชุมนุมในเดือนเมษายน 2552 ส่งผลให้ตำรวจกองปราบปรามเข้ายึดเครื่องส่งสถานีวิทยุชุมชนแห่งนี้ เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2552 แต่สมาชิกก็ยังคงมาร่วมกันจัดงาน บริจาคซื้อเครื่องส่งใหม่ สามารถออกอากาศได้ไกลกว่าเดิมถึง จ.หนองคาย หนองบัวลำภู กาฬสินธุ์ และสกลนครบางส่วน

 ก่อนจะเกิดเหตุพฤษภาวิปโยค 2 เดือน กลุ่มอดีตทหารพรานของ พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือเสธ.แดง กว่า 200 คน ได้เข้ามาร่วมกับชมรมคนรักอุดร ฝึกการ์ดของชมรมที่เป็นชายฉกรรจ์กว่า 30 คน ให้รู้จักใช้ยุทธวิธีทางทหารดูแลสถานีและสมาชิก รวมถึงดูแลสถานการณ์ยามมีการชุมนุมในพื้นที่ ไม่นานนักทั้งการ์ดและสมาชิกชมรมก็มุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2553 อันเป็นปฐมบทแห่งการนองเลือดและเผาบ้านเผาเมืองในเวลาต่อมา

 หลังเหตุการณ์เริ่มคลี่คลายลง รัฐบาลได้จัดส่งผู้ชุมนุมเดินทางกลับภูมิลำเนา ทั้งทางรถบัสและรถไฟ คนเสื้อแดงที่เดินทางกลับส่วนใหญ่ต่างบอกว่า การกลับมาครั้งนี้เป็นการกลับมาพักชั่วคราวเท่านั้น หากมีการชุมนุมอีกก็พร้อมจะไปร่วมชุมนุม โดยเฉพาะผู้ที่เป็นการ์ด นปช.ที่กลับมาพร้อมกับความเกลียดชังทหารและรัฐบาล ฝังใจว่ารัฐบาลสั่งทหารยิงคนเสื้อแดง โดยไม่เคยติดตามข่าวสารช่องทางอื่นใดเลย นอกจากคำปราศรัยของแกนนำบนเวทีเท่านั้น ขณะเดียวกันยังมีผู้ชุมนุมที่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลเดินทางมากับขบวนรถไฟมาลงที่สถานีอุดรธานีอีกหลายคน ทั้งหมดทราบแต่เพียงว่าที่อุดรธานีมีชมรมคนรักอุดรของนายขวัญชัย ไพรพนา เลยต้องการหลบหนีมาอยู่กับชมรมก่อน เพราะเกรงจะเกิดอันตรายกับตัวเอง โดยไม่ทราบถึงข้อเท็จจริงที่ดำรงอยู่เลยว่า ในหลายจังหวัดโดยเฉพาะที่อุดรธานีก็เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน พวกเขาบอกแค่ว่าคงต้องไปขออาศัยวัดอยู่สักระยะ ก่อนจะหาทางกลับ

 เมื่อคนเสื้อแดงที่ส่วนใหญ่ได้รับฟังรับรู้ข่าวสารด้านเดียว เหมือนถูกยัดเยียดให้เกิดความเข้าใจผิดในหลายๆ เหตุการณ์ โดยเฉพาะความเกลียดชังทหารที่ก่อตัวขึ้นในจิตใจ เพียงแค่เข้าใจว่าทหารยิงประชาชน ทหารยิงคนเสื้อแดง หากเกิดเหตุการณ์ชุมนุมขึ้นมาอีกครั้งอย่างที่นายสุรชัย ด่านวัฒนานุสรณ์ แกนนำแดงสยามบอกจะออกมาเคลื่อนไหวต่อจาก นปช. ซึ่งคนเหล่านี้อีกส่วนหนึ่งก็พร้อมที่จะกลับไปร่วมชุมนุมอีก

 ฉะนั้นในช่วงที่สถานการณ์เริ่มคลี่คลายลง ไม่ใช่รัฐบาลจะเยียวยาแต่คนกรุงเทพฯ และสถานที่ที่ได้รับความเสียหายเท่านั้น รัฐบาลจะต้องเร่งสร้างความเข้าใจกับคนเสื้อแดงกลุ่มนี้ ให้ทราบถึงความจริงที่เกิดขึ้น หากปล่อยให้คนเสื้อแดงยังมีความคิดฝังใจผิดๆ หากเกิดการชุมนุมขึ้นมาอีก คนเหล่านี้ก็พร้อมจะเข้าไปร่วมชุมนุม และอาจจะสร้างความเสียหายกับประเทศไทยอีกครั้ง

 เศกสันติ กัลยาณวิสุทธิ์


เปิดอ่าน