ศอฉ.ออกหมายเรียกเพิ่ม54คนเสื้อแดง

ศอฉ.ออกหมายเรียกเพิ่มอีก 54 แดง เผยจ่อออกหมายจับคนไม่มารายงานตัว ใครเบี้ยวไม่มา ฮึ่มห้ามแดงเคลื่อนไป “สีลม-ศิริราช”เด็ดขาด ย้ำราชประสงค์อันตราย แดงสะสมอาวุธเพียบ ยันพฐ.ยังไม่ได้สรุปทหารยิงนักข่าวญี่ปุ่นตาย

(21เม.ย.) เวลา 11.00 น. ที่กรมทหารราบ 11 รอ.  พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) แถลงผลการประชุมศอฉ.ช่วงเช้าที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผอ.ศอฉ. ว่า ที่ประชุมได้มีการพูดใน 3 ประเด็น คือ ประเด็นที่ 1. หมายเรียกชุดที่หนึ่งที่ออกไปให้บุคคล 52 ท่านมาพบเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ข้อมูลข่าวสาร โดยมีบุคลตามหมายเรียกมาพบแล้ว 21 ท่าน ยังไม่มาพบอีก 31 ท่าน ซึ่งในส่วนของกำลังพลศอฉ.จะประสานฝ่ายกฎหายและตำรวจว่า มีการดำเนินการส่งหมายเรียกเรียบร้อยหรือยัง หากมีการตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว คงมีการปรับเปลี่ยนเป็นหมายจับในโอกาสต่อไป ส่วนหมายเรียกชุดที่สองจะเรียกมา 54 ท่าน รวมสองชุดมีทั้งหมด 106 ท่าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มวิทยุชุมชน แท็กซี่ จักรยานยนต์ และการ์ดนปช.ที่ชัดเจนในที่อยู่

 “ ประเด็นที่ 2 บริเวณที่ชุมนุมแยกราชประสงค์ หลังจากที่สื่อมวลชนมีการนำเสนอให้เป็นที่ประจักษ์ว่า ไม่ปลอดภัย เพราะมีการสะสมอาวุธหลายรูปแบบ มีการจัดทำเป็นห้องประตูหอรบนั้น เป็นสิ่งไม่ถูกต้อง ซึ่งทางศอฉ.ได้ชี้แจงกับประชาชนไปแล้ว ดังนั้นต่อไปนี้ทางศอฉ. เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจจะดำเนินการอย่างเฉียบขาดไม่ปล่อยให้มีการเคลื่อนมวลชนไปในพื้นที่ต่างๆอีกต่อไป และจะอยู่ได้แค่แยกราชประสงค์ แต่ไม่ใช่ว่า จะอยู่ได้ถาวรตลอดไป แต่ขั้นต้นเราได้มีการวางกำลัง เพื่อไม่ให้ผู้ชุมนุมเคลื่อนไปยังถนนสีลม โรงพยาบาลศิริราช และจะมีการดำเนินการป้องกันในพื้นที่อื่นๆต่อไป”พ.อ.สรรเสริญ กล่าว

 พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ประเด็นที่ 3 มีบางสำนักข่าวเสนอว่า กองพิสูจน์หลักฐานได้ชี้แจงข้อมูลลักษณะว่า นักข่าวญี่ปุ่นเสียชีวิตจากกระสุนทหาร ซึ่งตนได้ติดต่อกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้เรียนกับพล.ต.ต.สุรพล พินิจชอบ ผู้บังคับการ และ พ.ต.อ.ธวัชชัย เมฆประเสริฐ รองผู้บังคับการ ซึ่งท่านบอกว่า ขณะนี้ยังอยู่ในการดำเนินการในเรื่องการตรวจสอบหลักฐาน ยังไม่ได้สรุปผลการตรวจ ซึ่งการวิเคราะห์หลักฐานจะต้องเอาหลักฐานทุกอย่างมาประมวลผลสรุปอีกครั้งหนึ่ง ดังนั้นข่าวที่นำเสนอมาไม่ได้เป็นข้อมูลจากกองพิสูจน์หลักฐาน ทั้งนี้ต้องเข้าใจว่า การสร้างสถานการณ์ในการทำร้ายผู้บริสุทธิ์อาจคิดว่า เป็นการยิงมาจากด้านหลังกลุ่มผู้ชุมนุม เป็นการยิงจากใครก็ไม่รู้ที่ประสงค์ร้าย แต่การยิงด้านหน้าเป็นการดำเนินการของเจ้าหน้าที่นั้น ถือว่า ไม่ถูกต้อง เพราะกลุ่มผู้ก่อการร้ายสามารถยิงมาได้จากทุกทิศทาง


เปิดอ่าน