ออกหมายจับเพิ่ม17แกนนำคนเสื้อแดง

ศาลอนุมัติหมายจับตามพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพิ่มอีก 17 แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดง พ่วงท้ายด้วย"เสธแดง" ด้านศอฉ.รับตั้งจุดสกัดเสื้อแดงได้ผลน้อย

(9เม.ย.) ที่กองบังคับการปราบปราม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.ไถง ปราศจากศัตรู ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) สั่งการให้ พ.ต.อ.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ รักษาราชการแทนผบก.ป. พ.ต.อ.ศานิตย์ มหถาวร รองผบก.ป. รวบรวมพยานหลักฐานไปยังศาลอาญาเพื่อขออนุมัติออกหมายจับแกนนำและผู้ร่วมการชุมนุมของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 11 (1) ที่ประกาศให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจจับกุมและคุมตัวบุคคลที่สงสัยว่าจะเป็นผู้ร่วมกระทำการให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน หรือเป็นผู้ใช้ ผู้โฆษณา ผู้สนับสนุนการกระทำเช่นว่านั้น หรือปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับการกระทำให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน

 ทั้งนี้เท่าที่มีเหตุจำเป็นเพื่อป้องกันมิให้บุคคลนั้นกระทำการหรือร่วมมือกระทำการใดๆอันจะทำให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรง หรือเพื่อให้เกิดความร่วมมือในการระงับเหตุการณ์ร้ายแรงเพื่อนำตัวมาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังศาลพิจารณาพยานหลักฐานแล้วได้อนุมัติหมายจับแกนนำและผู้ร่วมชุมนุมนปช. ฐานเป็นผู้ต้องสงสัย เป็นผู้สนับสนุนการกระทำให้เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน ตาม พ.ร.ก.บริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 มาตรา 11 (1) ตามหมายจับที่ ฉฉ 8-24/2553 ลงวันที่ 8 เม.ย.53 รวมจำนวนทั้งสิ้น 17 คน ได้แก่ 1.นพ.เหวง โตจิราการ อายุ 59 ปี 2.นางดารุณี กฤตบุญญาลัย อายุ 61 ปี 3.นายจรัญ ดิษฐาอภิชัย อายุ 63 ปี 4.นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ อายุ 35 ปี 5.นายนิสิต สินธุไพร อายุ 50 ปี 6.นายวีระ มุสิกพงศ์ อายุ 62 ปี 7.นายก่อแก้ว พิกุลทอง อายุ 45 ปี

 8.นายขวัญชัย สารคำ หรือไพรพนา อายุ 58 ปี 9.นายชินวัฒน์ หาบุญพาด อายุ 66 ปี 10.นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท อายุ 58 ปี 11.นายอดิศร เพียงเกษ อายุ 57 ปี 12.นายวรพล พรหมิกบุตร อายุ 53 ปี 13.พ.ต.ท.ไวพจน์ อาภรณ์รัตน์ อายุ 51 ปี 14.นายสำเริง ประจำเรือ อายุ 45 ปี 15.นายวิสา คัญทัพ อายุ 56 ปี 16.นางไพจิตร อักษรณรงค์ อายุ 48 ปี และ 17.พล.ต.ขัตติยะ สวัสดิผล หรือ เสธ.แดง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่กรมทหาราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11รอ.) นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมน ตรี เป็นประธานการประชุมศูนอำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) โดยมีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ในฐานะ ผอ.ศอฉ. พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุม

 พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษก ศอฉ . แถลงข่าวภายกลังการประชุม ศอฉ. ถึงความคืบหน้าการดำเนินการตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉินใน 4 ประการ คือ 1. การหยุดข้อมูลการบิดเบือนข้อเท็จจริง เรื่องนี้ได้มีความพยายามดำเนินการกับสถานีพีเพิลแชนแนล วิทยุในเครือข่าย แต่ขณะนี้ปรากฏว่าพีแชลแนลบางส่วนพยายามที่จะออกอากาศ 2. การก่อวินาศกรรม เมื่อเช้าที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย มีชุดตรวจทหาร ตำรวจ ที่ประจำหลังห้างเซ็นเตอร์วันจับกุมตัวบุคคลต้องสงสัยได้ 2 คน ขี่รถจักรยานยนต์ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนเพื่อติดตามชุดลาดตระเวนของทหาร จากการเข้าตรวจพบของกลางเป็นมีด 4 เล่ม วิทยุสื่อสาร 3 เครื่องกล้องบันทึกภาพ และสนับเข้า กระบองพลาสติก ระเบิดขวด 6 ลูก เครื่องช็อคไฟฟ้า และเสื้อเกราะ โดยผู้ที่ถูกจับกุมชื่อนาย นัฐกรณ์ คดขวาน้อย ภูมิลำเนาคนกรุงเทพฯ และนาย พิทยา แขนอุดร ภูมิลำเนาจ.เพชรบูรณ์ ทั้งสองคนยอมรับเป็นการ์ดของ นปช. ขณะนี้ได้ส่งตัวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่สน.พญาไท เรื่องนี้ถือเป็นมาตรการป้องกันการก่อวินาศกรรมที่ประชาชนใจจดใจจ่อต่อกรณีระเบิดหลายครั้ง

 พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า 3. การคืนพื้นที่สาธารณะให้ประชาชนที่มีปัญหา 3 - 4 พื้นที่บริเวณผ่านฟ้า ราชประสงค์ ซึ่งมีคนชุมนุนมค่อนข้างมาก เราพยายามดำเนินการโดยใช้วิธีกดดัน ส่วนอีกสองพื้นที่จะป้องกันไม่ไห้มีการชุมนุนมคือสวนลุมพินี โดยผู้ชุมนุนมมีความพยายามเข้าไปตั้งเวที ปราศรัย โดยเจ้าหน้าที่ดำเนินการไปเรียบร้อยแล้ว แต่ยังมีผู้ชุมนุนมเข้าไปพักบริเวณดังกล่าว ส่วนพื้นที่ลานพระราชวังดุสิตทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้วางเครื่องกีดขวางป้องกันกลุ่มผู้ชุมนุมมายึดพื้นที่ เราพิจารณาแล้วว่าจำนวนผู้ชุมนุนมไม่มากพอที่จะขยายพื้นที่ 4. การจับกุมแกนนำที่มีหมายจับ 7 คน เป็นหน้าที่ของตำรวจ ทหาร ในฐานะเจ้าพนักงาน ถ้าเจอที่ไหนก็ต้องจับกุมที่นั้น

 “ ส่วนการเคลื่อนขบวนของ นปช.ในวันนี้ ต้องยอมรับว่าการตั้งจุดสกัดได้ผลน้อย แต่ยังสามารถทำให้จำนวนผู้ชุมนุนมในพื้นที่แยกราชประสงค์ และผ่านฟ้าลดลงกว่าทุกคืน ปกติบริเวณแยกราชประสงค์จะมีประมาณ 2 หมื่นถึง 2 . 5 หมื่นคน แต่เมื่อคืนที่ผ่านมามีเพียง 1 . 2 หมื่นคน ที่ผ่านฟ้ามีจำนวน 5 พันคน ซึ่งจากการตรวจสอบเมื่อเช้านี้พบว่ามีผู้ชุมนุมทั้งสองพื้นที่ จำนวน 1 . 5 หมื่นคน โดยอยู่ในแยกราชประสงค์ 9 พันคน ผ่านฟ้า 6 พันคน ซึ่งมาตรการของ ศอฉ. คือ เพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารในจุดตรวจ เราจะป้องกันไม่ให้มีการนำรถจักรยานยนต์ หรือพาหนะใดไปป่วนเมือง หากจับได้ในพื้นที่ก็จะดำเนินการ หากดูแล้วว่าจะสุ่มเสี่ยงก็จะบันทึกภาพไว้ดำเนินคดีภายหลัง ซึ่งทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจ ทหาร มั่นใจว่าเมื่อเพิ่มเติมกำลังจะสามารถทำงานได้ประสิทธิภาพ ” พ.อ.สรรเสริญ กล่าว  

 พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า เมื่อเวลา 02 . 00 น. ศอฉ.ได้ออกประกาศเพิ่มเติมเรื่องห้ามใช้รถจักรยานยนต์ ยานพาหนะใดๆมาก่อให้เกิดความไม่สงบ หรือยุยงสร้างความปั่นป่วน ส่งผลกระทบต่อการปฎิบัติงานของเจ้าหน้าที่ หรือการดำเนินชีวิตตามปกติของประชาชน หากฝ่าฝืนมีโทษตาม พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ทั้งนี้ ในวันที่ 9 เมษายนนี้ ศอฉ.จะเชิญผู้ประกอบการ รถแท็กซี่ หัวหน้าวินมอเตอร์ไซค์ มาชี้แจงทำความเข้าใจว่า กฎหมายและข้อประกาศของ ศอฉ. มีผลผูกพันต่อผู้ประกอบการด้วย ไม่ว่าจะเป็นผู้ขับขี่หรือเจ้าของรถ มีส่วนรับผิดชอบเช่นกัน ตนไม่สามารถลงรายละเอียดลึกได้ เพราะแผนการปฎิบัติงานจะไม่ได้ผล แต่สามารถเพิ่มกำลังตั้งแต่ 1-2 กองร้อย ขึ้นไปต่อจุดเป็นอย่างน้อย ซึ่งจะมีศักยภาพเพียงพอในการสกัดกั้นจับกุม ทั้งนี้ หากกลุ่มคนเสื้อแดงผ่านตรงไหนต้องพบกับจุดตรวจจุดสกัด

 “ ส่วนบทลงโทษที่ผู้ประกอบการปล่อยให้รถแท็กซี่และวินมอเตอร์ไซค์มาร่วมการเคลื่อนไหวตาม พ.ร.ก . ฉุกเฉิน คือ จับคุก 2 ปี ปรับ 4 หมื่นบาท ส่วนกรณีที่กลุ่มผู้ชุมนุมจะเคลื่อนขบวนไปยังบ้านของนายกรัฐมนตรีและบ้านนายสุเทพนั้น เรายังไม่มั่นใจว่าว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะไปกี่เส้นทาง แต่ต้องพยายามจัดระเบียบเรื่องการจราจร และจุดสกัดต้องดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพในการสกัดกั้น และจับกุมทั้งรถยนต์และรถกระบะ รถแท็กซี่ รถจักรยานยนต์ ทั้งนี้ กำลังจากเดิมของทหารและตำรวจมี 203 กองร้อย แต่เมื่อวันที่ 8 เมษายนที่ผ่านมา มีการเพิ่มเติมกำลังจากกองทัพภาคที่ 1-3 อีก 26 กองร้อย มั่นใจว่ากำลังที่เพิ่มเติมเข้ามาสามารถดูแลรักษาความปลอดภัยได้ ทั้งนี้ กำลังทั้งหมดทั้งทหาร ตำรวจ พลเรือน รวมกันแล้ว 234 กองร้อย ” พ.อ.สรรเสริญ กล่าว

 เมื่อถามว่า เพราะเหตุใดพีทีวียังสามารถออกอากาศได้ มีการเชื่อมต่อสัญญาณจากภายนอกหรือไม่ พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ตนไม่ทราบในรายละเอียด แต่คงเป็นความพยายามของแกนนำที่จะใช้สถานีของพีทีวีในการสื่อสารกับกลุ่มผู้ชุมนุมและสื่อสารกับคนที่มีความคิดเห็นคล้อยตามกัน ส่วนการออกหมายจับแกนนำที่ราชประสงค์ จำนวน 20 คน นั้นที่ประชุม ศอฉ . ไม่ได้มีการพูคุยกัน แต่เน้นย้ำเรื่องการออกหมายจับ 7 คน ว่าให้พยายามดำเนินการบังคับใช้กฎหมายและจับกุมตัวให้ได้ ทั้งนี้ การดำเนินการกับกลุ่มคนเสื้อแดงอย่างหนึ่งอย่างใดแบบเฉียบขาดคงส่งผลกระทบพอสมควร นายกรัฐมนตรีจึงได้พยายามกดดันในวิธีการอื่นเพื่อให้จำนวนคนลดน้อยลงไปเรื่อยๆ


เปิดอ่าน