มือมืดวางซีโฟร์3ปอนด์ข้างรั้วศาลฎีกา

ตร.เผยอนุภาพซีโฟร์รัศมีทำลายไกล120 เมตร ที่มือมืดลอบวางข้างศาลฎีกากู้ทัน ขณะเดียวกันคนร้ายลอบปาระเบิด ใส่พาณิชย์ฯพระนครใกล้ทำเนียบรัฐบาลกลางดึก รถเสียหาย 3 คัน ขณะที่สันติบาล รุดตรวจสอบ อ้างแค่ก้อนหิน ตรวจวงจรปิด

เมื่อเวลา 23.30 น.วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ได้เกิดเหตุระเบิดเสียงดังสนั่นภายในมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล  วิทยาเขตพณิชยการพระนคร แขวงดุสิต เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กทม. ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามกับทำเนียบรัฐบาล ห่างกันเพียงประมาณ 50 เมตร โดยมีคลองผดุงกรุงเกษมกั้นอยู่

 จุดเกิดเหตุอยู่ที่บริเวณประตูที่ 3 ด้านข้างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตพณิชยการพระนคร ฝั่งถนนพระราม 5 ริงคลองผดุงกรุงเกษม พล.ต.ท.ตรีทศ รณฤทธิวิชัย ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล ได้เดินทางเข้าตรวจสอบพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาลจำนวนหนึ่ง โดยกันกลุ่มผู้สื่อข่าวไม่ให้เข้าไปในมหาวิทยาลัย

 หลังใช้เวลาตรวจสอบความเสียหายนานประมาณ 30 นาที พล.ต.ท.ตรีทศได้เดินทางกลับทันทีโดยกล่าวเพียงว่าไม่มีอะไร เป็นแค่ก้อนหินที่ปาเข้ามา

 อย่างไรก็ตาม จากการสังเกตพบว่าที่จุดเกิดเหตุมีรอยถากบนต้นไม้ และแรงระเบิดทำให้รถยนต์ที่จอดอยู่ภายในได้รับความเสียหาย 3 คัน ได้แก่ รถกระบะโตโยต้าวีโก้ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ซอ 9810 กรุงเทพมหานคร รถเก๋งมิตซูบิชิ แลนเซอร์ ทะเบียน ชศ 2050 กรุงเทพมหานคร และรถเก๋งโตโยต้าโคโรลล่า สีน้ำเงิน ทะเบียน 8ง-6331 กรุงเทพมหานคร กระจกด้านข้างฝั่งผู้โดยสารร้าว

 มีรายงานข่าวแจ้งว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเป็นไปไม่ได้ว่าเป็นการปาก้อนหิน เพราะวิถีของอาวุธที่ไปชนต้นไม้ และยังสร้างความเสียหายให้รถยนต์หลายคัน คาดว่าน่าจะเป็นการยิงด้วยเอ็ม 79 โดยมุ่งที่จะยิงเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล แต่ผิดเป้า


มือมืดวางซีโฟร์3ปอนด์ข้างรั้วศาลฎีกา

 เมื่อเวลา 09.30 น.ร.ต.ท.จำรัส ดอกไม้เทศ  พนักงานสอบสวน (สบ.1) สน.ชนะสงคราม รับแจ้งเหตุพบวัถตุต้องสงสัยวาง อยู่ภายในกล่องน้ำผลไม้มาลี  รส องุ่นขนาด 1 ลิตร อยู่ที่บริเวณใต้ต้นไม้ภายในรั้วด้านในของศาลฎีกา(ฝั่งคลองหลอด)  ถนนราชินี  แขวงบรมมหาราชวัง เขตพระนคร หลังได้รับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน 
 
 ที่เกิดเหตุพบกล่องน้ำผลไม้ถูกวางไว้อยู่บริเวณริมรั้วใต้ต้นไม้ด้านในศาลฎีกา   จึงได้ทำการตรวจสอบโดยใช้เครื่องมือ พบว่าภายในกล่องพบสายไฟระโยงระยาง มีแผงวงจรอิเล็กโทรนิกส์แท่งซีโฟร์ขนาด 3 ปอนด์ จึงได้ทำการกั้นประชาชนที่ขายของอยู่ในบริเวณดังกล่าวให้ออกจากรัศมีพร้อมทั้งนำปืนแรงดันน้ำทำการยิง เพื่อทำลายวงจร
 
 สอบสวนนายประคอง มหาเนตร อายุ 30 ปี  รปภ.ประจำศาลฎีกา  ให้การว่าก่อนเกิดเหตุได้ออกตรวจตราอยู่บริเวณโดยรอบศาลฎีกา กระทั่งเดินตรวจมาถึงบริเวณดังกล่าวก็พบกล่องดังกล่าวตั้งอยู่ จึงได้เดินเข้าไปดูพอเปิดดูเห็นสายไฟโยงเต็มไปหมด ด้วยความตกใจและคิดว่าน่าจะเป็นระเบิดแน่จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่บริเวณดังกล่าว โดยปกติทุกวันจะมีพ่อค้าและแม่ค้ามาตั้งแผงค้าขายตลอดทั้งคืนกระทั่งเช้า และบางส่วนพ่อค้าแม่ค้ามักจะชอบเอาขวดน้ำ กล่องโฟม ที่กินแล้วหย่อนลงไปในรั้วซึ่งเป็นช่องเล็กๆ ของศาลฎีกา จึงไม่ทราบว่าเป็นใคร และจากการสอบถามพ่อค้าแม่ค้า ก็ไม่พบ สิ่งผิดปกติ

 หลังจากเกิดเหตุ พ.ต.อ. ขิง แขวงวิเศษชัยชาญ ผกก.สน.ชนะสงคราม ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่สายตรวจ ทำการเพิ่มความเข้มในการตรวจตรา สถานที่ราชการในเขตรับผิดชอบให้มากขึ้น รวมทั้งประชาสัมพันธ์ กับประชาชน ว่า ถ้าพบเห็นสิ่งผิดที่ปกติที่วางอยู่ กรุณาอย่าได้ไปเปิดดูให้รีบแจ้งกับเจ้าหน้าตำรวจ 

ตร.เผยอนุภาพซีโฟร์รัศมีทำลายไกล120 เมตร

 พ.ต.ท.กำธร อุ่ยเจริญ รอง ผกก.กลุ่มงานเก็บกู้วัตถุระเบิด กองบัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ขณะนี้ระเบิดซีโฟร์หนัก 3 ปอนด์ ที่เก็บกู้ได้นั้นได้ถูกนำมาเก็บไว้ที่หน่วยแล้ว โดยมีผู้เชี่ยวชาญวัตถุระเบิดกำลังดูวงจรการต่อชนวนว่าเป็นลักษณะอย่างไร ทั้งนี้ หากวงจรทำงานหรือเกิดการระเบิดขึ้น อำนาจการทำลายล้างจะรุนแรงมาก โดยจะมีรัศมีทำการไกลถึง 120 เมตร และภายใน 5 เมตร ระยะทำการ จะมีผู้เสียชีวิตทันที และตึกทั้งตึกถล่มได้เช่นกัน

 ขณะนี้นายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ของนครบาลได้มาที่กองเก็บกู้วัตถุระเบิดแล้ว เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม และอาจเรียกประชุมนายตำรวจนครบาลด่วนในเรื่องระเบิดทั้ง 2 จุด รวมทั้งการรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญด้วย

นายกฯปัดตอบเหตุระเบิดศาลฎีกา

 เมื่อเวลา 16.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์อีกครั้งถึงเหตุการณ์วางระเบิดที่ศาลฎีกาเมื่อเช้านี้ว่า ทราบเรื่องแล้ว อย่างไรก็ตาม นายกฯปฏิเสธตอบคำถามผู้สื่อข่าวว่าจะดำเนินการอย่างไรกับเหตุการณ์เหล่านี้

 ปณิธานระบุสอบก่อน2เหตุพันยึดทรัพย์หรือไม่

 นายปณิธาน วัฒนายากร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงคนร้ายลอบปาระเบิด ใส่พาณิชย์ฯพระนครใกล้ทำเนียบรัฐบาลกลางดึกผ่านมาและ เหตุการณ์ที่คนร้ายนำระเบิดไปวางไว้ที่ข้างศาลฎีกา เมื่อช่วงสายวันนี้ว่า ทั้ง 2 เหตุการณ์เป็นการสร้างสถานการณ์ให้เกิดความวุ่นวาย ส่วนจะมีความเชื่อมโยงไปถึงเหตุการณ์การตัดสินคดี ยึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ  หรือไม่นั้น ขณะนี้ต้องตรวจสอบดูรายละเอียดก่อน

 "ทั้งนี้ เราไม่ได้มีความกังวลต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะเราได้มีการดูแลสถานที่ราชการ สำคัญ ๆ หลายจุด  แต่เหตุการณ์ที่เกิ ดขึ้นอาจจะมีการเล็ดลอดออกมาได้บ้าง ทั้งนี้ ศูนย์เฝ้าระวังเกาะติดสถานการณ์ของ กอ.รมน. ได้ติดตามเฝ้าระวังอยู่แล้ว ซึ่งตั้งแต่วันที่ 13 ก.พ.เป็นต้นมาได้มีการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด ทั้งนี้นายกฯ ยังไม่ได้มีการกำชับอะไรเป็นพิเศษกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น"  นายปณิธานกล่าวและยังระบุด้วยว่า

 สถานการณ์ จะต้องประเมินในช่วง 1-2 วันนี้ แต่กำลังเจ้าหน้าที่ในการดูแลรักษาความปลอดภัย ได้มีการเตรียมพร้อมกันอยู่แล้ว ซึ่งสถานการณ์ที่เกิดขึ้น น่าจะเป็นการก่อกวนให้เกิดความวุ่นวาย ส่วนการจะประกาศ พ.ร.บ.ด้านความมั่นคงหรือไม่นั้น ต้องประเมินสถานการณ์ก่อน ว่า สถานการณ์เป็นอย่างไรบ้าง ทั้งนี้ในการประชุม ครม.ในวันอังคารนี้ จะมีการหารือถึงสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น แต่มั่นใจว่า เจ้าหน้าที่ที่ดูแลรักษาความปลอดภัย ได้เป็นอย่างดี
 เมื่อถามว่า คืบหน้าการตรวจสอบการโอนเงินช่วยสนับสนุนเสื้อแดงในการเคลื่อนไหว นายปณิธาน กล่าวว่า ต้องใช้เวลาในการตรวจสอบ ซึ่งทางกระทรวงยุติธรรมเร่งดำเนินการเรื่องนี้อยู่แล้ว


เปิดอ่าน