"พัลลภ"ชี้ยึดทรัพย์ทักษิณหวั่นเป็นชนวนรุนแรง

"อภิสิทธิ์"มองหากยึดทรัพย์"ทักษิณ"เกิดรุนแรงเท่ากับเกี่ยวผลประโยชน์ "เฉลิม"เชื่อไม่เกิดเหตุรุนแรงยันทักษิณครอบครัวเคารพศาล

 (13ม.ค.) นายนันทศักดิ์ พูลสุข อธิบดีอัยการฝ่ายช่วยเหลือประชาชนทางกฎหมาย หนึ่งในคณะทำงานอัยการรับผิดชอบคดียึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและครอบครัวจำนวน 7.6 หมื่นล้านบาทเศษ กล่าวว่า หลังจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทาการเมือง นัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 26 ก.พ.นี้ เวลา 13.00 น. โดยให้คู่ความสองฝ่าย ยื่นคำแถลงปิดคดีภายใน 30 วันนับจากวันที่ศาลมีคำสั่งเมื่อวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา นั้นคณะทำงานอัยการ เตรียมนัดประชุมเพื่อร่างคำแถลงปิดคดีส่งต่อศาลฎีกาฯ ภายในกำหนดนัด

 แนวทางการร่างคำแถลงปิดคดีจะตอกย้ำให้ศาลเห็นภาพพฤติการณ์กระทำผิดของ พ.ต.ท.ทักษิณ ตามที่อัยการได้เคยบรรยายไว้ในคำฟ้องตั้งแต่แรก รวม 5 ประเด็น อาทิ การเปลี่ยนแปลงค่าสัมปทานโทรศัพท์เคลื่อนที่เป็นภาษีสรรพสามิต , การปล่อยกู้เงินของธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้า หรือเอ็กซิมแบงค์ 5,000 ล้านบาทให้ประเทศพม่า ซึ่งเป็นการใช้อำนาจหน้าที่ในตำแหน่งเอื้อประโยชน์ให้ตนเอง และพวกพ้องจนร่ำรวยผิดปกติ ทำให้รัฐเสียหาย และยักย้ายถ่ายเทไปไว้ในความครอบครองของผู้คัดค้าน 22 ราย ซึ่งคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) ได้ตรวจสอบ และยึดอายัดทรัพย์สินไว้จำนวนหนึ่งแล้ว

 นายนันทศักดิ์ กล่าวอีกว่า ภายหลังใช้เวลาว่าความคดีนี้มาปีเศษ ส่วนตัวมั่นใจในพยานหลักฐานที่ได้เสนอต่อศาลในชั้นพิจารณาไต่สวน แต่ศาลจะมีคำพิพากษายังไงเป็นดุลยพินิจขององค์คณะ ทั้งนี้หากศาลฎีกาฯ มีคำพิพากษาให้ยึดทรัพย์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือ ผู้คัดค้านรายใด แล้ว ตามขั้นตอนกฎหมายหมายศาลก็จะออกหมายบังคับคดีให้เจ้าของทรัพย์ส่งทรัพย์สินที่อยู่ในความครอบครองส่งมอบทรัพย์นั้น ส่วนกรณีที่ทรัพย์นั้นอยู่ในความครอบครองของสถาบันการเงินก็จะส่งหมายไปยังสถาบันการเงินนั้นส่งมอบให้ โดยมีกระทรวงการคลังเป็นผู้ดำเนินการติดตามยึดทรัพย์ตามคำพิพากษาของศาล ซึ่งการบังคับคดีสามารถทำได้ทันที เพราะถือว่าคดีที่พิจารณาโดยศาลฎีกา ฯ สิ้นสุดแล้ว เจ้าของทรัพย์คงไม่สามารถไปฟ้องเป็นคดีอื่นได้อีก

 “คดีนี้อัยการมั่นใจตั้งแต่ยื่นคำร้องแล้ว แต่ต้องรอดูว่าศาลจะมีคำพิพากษาในคดีอย่างไร จะพิจารณาว่าทรัพย์สินรายการใด ที่อยู่ในชื่อของผู้คัดค้านคนใดว่าเป็นทรัพย์สินของ พ.ต.ท.ทักษิณ และ ภรรยาหรือไม่ และจะมีคำสั่งเกี่ยวกับทรัพย์สินนั้นอย่างไร ซึ่งเป็นดุลยพินิจขององค์คณะ” นายนันทศักดิ์กล่าว

"พัลลภ"ชี้ยึดทรัพย์ทักษิณหวั่นเป็นชนวนรุนแรง
 
  พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี สมาชิกพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า เชื่อว่ากรณียึดทรัพย์ฯของพ.ต.ท.ทักษิณ จะเป็นชนวนสำคัญในการนำไปสู่ความรุนแรง เพราะควรต้องแยกทรัพย์สินของพ.ต.ท.ทักษิณออกมาจากทรัพย์ที่มีอยู่ดั้งเดิม และของเครือญาติไม่ใช่ไปยึดทั้งหมด 7.6 หมื่นล้านบาท

 เมื่อถามว่า ได้คุยกับพ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ ถึงการเคลื่อนไหวหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ได้คุยล่าสุดในช่วงที่พ.ต.ท.ทักษิณไปประเทศกัมพูชา  โดยจะรอดูผลจะออกมาอย่างไร  แต่เชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณคงไม่เครียดแต่คงมีความรู้สึกเฮิร์ทนิดหน่อย เพราะเป็นเงินที่หามา แต่เรื่องที่มีการมองว่ากลุ่มเสื้อแดงเร่งปิดปิดเกมหรือแตกหัก คงไม่ได้มีการแตกหักในปีนี้ เรื่องนี้อยู่ที่ไม่อยู่ที่พ.ต.ท.ทักษิณฝ่ายเดียว ถ้าถามตนเรื่องการเคลื่อนไหว ตนไม่ทราบว่าใช้เงินของท่านเคลื่อนไหวหรือเปล่า เพราะตนไปหาพ.ต.ท.ทักษิณที่ดูไบ 2 ครั้ง ได้รองเท้ากอล์ฟมาคู่เดียว แล้วก็มามีข่าวว่าตนได้เงิน 6 พันล้านบาทจาการไปช่วยเลือกตั้งซ่อมที่จ.มหาสารคาม

 เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณเคยพูดว่าจะกลับมาประเทศไทยภายใต้เงื่อนไขที่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น พล.อ.พัลลภ กล่าวว่า ถ้ากลับมาเมื่อมีการเลือกตั้งคงเป็นเป็นไปไม่ได้ แต่เชื่อว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะกลับมาภายใต้สถานการณ์พิเศษ

 อภิสิทธิ์มองหากยึดทรัพย์เกิดรุนแรงเท่ากับเกี่ยวผลประโยชน์

 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี  กล่าวถึงการตัดสินของศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในคดียึดทรัพย์ของพ.ต.ท.ทักษิณ วันที่ 26 ก.พ.อาจส่งผลให้เกิดความรุ่นแรงว่า อันนั้นก็เป็นเรื่องของศาล รัฐบาลไม่ได้ไปก้าวก่าย

 “ การสันนิษฐานว่าการเคลื่อนไหวจะรุนแรงขึ้น ซึ่งถ้ารุนแรงขึ้นก็เป็นความชัดเจนว่ามันเป็นเรื่องของผลประโยชน์ที่เกี่ยว ข้องกับคดี”นายอภิสิทธิ์ กล่าวและว่า

 ส่วนจะต้องประกาศใช้พ.ร.บ.ความมั่นคงภายในราชอาณาจักรหรือไม่ก็ต้องอยู่ที่การข่าว เพราะว่าบางครั้งที่ผ่านมาเราก็ไม่ได้ประกาศ อย่างเช่นกลุ่มคนเสื้อแดงชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และเขายายเที่ยง พอการข่าวรายงานมาว่าไม่น่าจะมีเหตุรุนแรงเราก็ไม่ได้ประกาศ อย่างไรก็ตามเป็นหน้าที่ที่เราจะต้องพยายามจะขัดเงื่อนไขที่มีเหตุมีผลอยู่บนหลัก ไม่ใช่เป็นเรื่องไปตามใจใคร แต่ว่าอันไหนที่เขาชี้มาแล้วมันมีเหตุผลมันถูก มีการวินิจฉัยก็ต้องดำเนินการ เพราะตนได้ยืนยันมาตลอดว่าตนดูที่เรื่องไม่ได้ดูที่คน

เฉลิมเชื่อไม่เกิดเหตุรุนแรงทักษิณครอบครัวเคารพศาล

 ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทย กล่าวภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมถึงกรณีที่มีการวิเคราะห์ถึงการชุมนุมเคลื่อนไหวของเสื้อแดงเพื่อกดดันการพิจารณาคดีของศาลฎีกา แผนกคดีอาญานักการเมืองในคดียึดทรัพย์ 76,000 ล้านบาท ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่จะมีขึ้นในวันที่ 26 ม.ค.นี้ว่า การชุมนุมของคนเสื้อแดงจะไปกดดันศาลได้อย่างไร เพราะพยานหลักฐานมีอย่างไรก็พิจารณากันไปตามนั้น คนไปคิดกันเองว่าการชุมนุมจะไปกดดันศาล ซึ่งเป็นไปไม่ได้เป็นคนละประเด็นกัน แต่เมื่อคดีถึงศาลฎีกา เชื่อว่าเรื่องจะจบ ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไรก็ตาม  ไม่มีอะไรรุนแรงแน่นอน หากศาลตัดสินออกมาอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น พ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัวก็เคารพศาล


เปิดอ่าน