royal coronation
วันที่ 20 กันยายน 2562
อาชญากรรม

หายหน้าไปหลายวัน ลุงวัย 55 กลายเป็นศพขึ้นอืดคาบ้าน

วันที่ 13 กันยายน 2562 - 06:36 น.
ขึ้นอืดคาบ้าน,ลุงวัย 55,กลายเป็นศพ
Shares :

อนาถชีวิต ลุงวัย 55 อยู่ลำพัง เพื่อนบ้านเห็นหายหน้าไปหลายวัน-ได้กลิ่นเหม็นเน่าโชย แง้มประตูดูถึงกับช็อก พบกลายเป็นศพขึ้นอืดคาบ้าน

 

               เมื่อเวลา 17.00 น.ของวันที่ 13 ก.ย.2562 ร้อยตำรวจโทหญิง แพรววารินทร์ พลวรรธวารี สน.ราษฎร์บูรณะ พร้อมแพทย์เวร รพ.ศิริราช เข้าตรวจสอบผู้เสียชีวิตภายในบ้านเลขที่ 215 หมู่ 6 ซอยประชาอุทิศ 14 แขวงบางประกอก เขตราษฎร์บูรณะ เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุพบเป็นบ้านไม้ชั้นเดียว มีผู้เสียชีวิต 1 ราย สภาพศพนอนหงายไม่สวมเสื้อ ใส่กางเกงขาสั้นสีกรมท่า เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งตรวจสอบคาดเสียชีวิตมาแล้วหลายวัน โดยศพมีรอยถูกสัตว์เลื้อยคลานกัดแทะตามลำตัว

 

 

 

 

 

                สอบถามนายดำรงค์ ฉั่วภักดี อายุ 72 ปี ซึ่งเป็นเพื่อนบ้าน เล่าว่า ผู้ตายคือนายสมนึก ต่วนคำ อายุ 55 ปี เป็นคนไม่ค่อยยุ่งกับใคร ทำงานรับจ้างตัดหญ้า และเป็นคนไม่ดื่มเหล้า อาศัยอยู่กับแม่เพียง 2 คน แต่แม่เสียชีวิตแล้วตอนนี้จึงอยู่คนเดียวเรื่อยมา ปกติตนก็จะเดินผ่านหน้าบ้านผู้ตายเป็นประจำแล้วผิดสังเกตมาหลายวันว่าทำไมไม่เห็นผู้ตาย แต่ตนก็ไม่กล้าเดินไปดู เพราะทางเข้าบ้านค่อนข้างลำบาก เป็นสะพานไม้เก่าๆไม่แข็งแรง กลัวเดินเหยียบแล้วจะหักซะก่อน แต่มาวันนี้เมื่อประมาณเวลา 4 โมงเย็น ตนได้กลิ่นเหม็นรุนแรง จึงตัดสินใจเดินเข้าไปดูในบ้านแล้วก็ต้องผงะ เมื่อเปิดประตูบ้านเข้าไปก็พบกับร่างผู้ตายที่อยู่ในสภาพบวมอืดและส่งกลิ่นเหม็นเน่า อีกทั้งยังตะกวดกำลังแทะกินซากศพอยู่ จึงรีบตามชาวบ้านมาช่วยกันไล่ออกไปจากบ้านแล้วโทรแจ้งตำรวจดังกล่าว

 

 

 

 

               "พบครั้งสุดท้ายเมื่อประมาณ 4-5 วันที่แล้ว หลังจากนั้นก็ไม่พบเจอกันอีกเลย แต่ก็พยายามเงี่ยหูฟังอยู่ตลอด ก็ได้ยินเสียงเหมือนคนอยู่ในบ้านแบบปกติดี ก็เลยไม่ได้คิดอะไร จนถึงวันนี้ที่สงสัยก็เพราะได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมาจากบ้านของผู้ตายเลยตัดสินใจมาดู"

 

 

 

 

 

               นางพรสวรรค์ คล่องมงคลกิจ อายุ 64 ปี ญาติผู้เสียชีวิต เผยว่า ตนเป็นหลานผู้ตาย ปกติผู้ตายมีอาชีพรับจ้างตัดหญ้าตามสวนต่างๆ แล้วแต่ผู้ว่าจ้างจะมาจ้างให้ไปทำงาน ส่วนที่ตนรู้ข่าวแล้วรีบมาดูเพราะมีชาวบ้านแถวนี้ไปบอกว่าอาได้เสียแล้ว จึงรีบมาดู แต่พอมาถึงก็เห็นตำรวจกับอาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊งมาถึงแล้ว จึงได้แต่ยืนดูอยู่ห่างๆ แต่ก็รู้สึกเสียใจถึงการจากไปแบบกะทันหันของอา

 

 

 

 

               "ตอนมีชีวิตอยู่ก็จะอยู่กันแบบต่างคนต่างอยู่ ไม่ยุ่งกัน เขามีอะไรก็ไม่เคยบอก ไม่เคยเล่าอะไรให้ฟังเลย มีแต่มาถามครั้งล่าสุดก็นานมาแล้ว เพราะสังเกตุเห็นว่าเหมือนร่างกายจะผิดปกติ ใบหน้าและแขนขาบวม เลยบอกให้ไปหาหมอ สุดท้ายก็ได้พูดกันเพียงเท่านี้ ก็ไม่คิดว่าจะมาเสียแบบกะทันหันแบบนี้ ส่วนตัวแล้วอาเป็นคนขยันทำงาน ไม่ค่อยพูดจากับใคร และเป็นคนประหยัด ไม่กินเหล้า ทำงานเสร็จก็กลับบ้านนอน ขนาดน้ำไฟที่บ้านยังไม่มีใช้"

 

 

 

 

 

 

--------------------------------------------------------------

(ภาพ/ข่าว นิศานาถ สมัครไทย ทีมข่าวเฉพาะกิจคมชัดลึก)

 

 

 

 

Shares :

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ