royal coronation
วันที่ 21 สิงหาคม 2562
อาชญากรรม

คุมตัววินจยย.มือยิงคู่อริทำแผน

วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 - 11:12 น.
วินจยย,ทำแผน
Shares :
เปิดอ่าน 2,533 ครั้ง

ตร.คุมตัววินจยย. มือยิงคู่อริดับ ทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณเพิงพัก

 

 

          เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 16 ก.ค. ที่ สน.พหลโยธิน เจ้าหน้าที่ตำรวจ  สน.พหลโยธิน เบิกตัว นายกฤติเดช โพธิ์พระ หรือเบนซ์ อายุ 27 ปี อาชีพวินจยย. ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ยิงใส่ นายโสภณ ทองกล่ำ อายุ 27 ปี วินจยย. คู่อริจนเสียชีวิต มาสอบสวนก่อนพาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่บริเวณเพิงพักวินจยย.ในซอยรัชดาภิเษก 32 แยก 5-4 แขวงจันทรเกษม เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ

 

 

          สำหรับ นายกฤติเดช หลังจากก่อเหตุยิงนายโสภณ เสียชีวิต ได้หลบหนีไปยังบ้านพ่อตาที่ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี พร้อมอาวุธปืนที่ก่อเหตุ ก่อนที่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดคลี่คลายคดีจะติดตามไปจับกุมตัวได้เมื่อวานนี้(15ก.ค.) และควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สน.พหลโยธิน โดยมี พ.ต.อ.ยรรยง สันติปรีชาวัฒน์ รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.พรศักดิ์ เลารุจิราลัย ผกก.2 บก.สส.บช.น. พ.ต.อ.เชษฐา สว่างสุข ผกก.สน.พหลโยธิน ร่วมสอบปากคำ โดยนายกฤติเดช ให้การรับสารภาพว่า ได้ใช้อาวุธปืนยิงนายโสภณจริง  เนื่องจากมีความขัดแย้งกันมานาน ซึ่งก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้มาเร่งเครื่องใส่จึงเกิดความไม่พอใจจนกระทั่งตัดสินใจลงมือดังกล่าว

 

 

 


          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ทางเจ้าหน้าที่นำตัว นายกฤติเดช ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพนั้น ทางญาติและเพื่อนของผู้ตาย ได้มาเฝ้ารอดูการทำแผนเป็นจำนวนมาก ซึ่งช่วงระหว่างทำแผน ญาติผู้เสียชีวิตพยายามจะเข้าทำร้ายผู้ต้องหาและใช้คำหยาบด่าทอผู้ต้องหา ด้วยความโกรธแค้น ส่วนทาง น.ส.เพ็ญณีแม่ของผู้ตายพยามตะโกนถามผู้ต้องหาว่ายิงลูกเขาทำไมนั้น แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้กั้นไว้ไม่ให้เข้าถึงตัวผู้ต้องหา และรีบทำแผนให้เสร็จโดยเร็วก่อนนำตัวกลับ สน.พหลโยธิน ส่วน นายกฤติเดช ผู้ต้องหา มีสีหน้าที่เรียบเฉย

 




           ด้าน น.ส.เพ็ญณี สีสินวัน อายุ 47 ปี แม่ผู้ตาย เล่าว่า ก่อนวันเกิดเหตุลูกชายได้ไลน์เข้ามาอวยพรวันเกิดตอนช่วงเวลาประมาณ 02.00 น. เป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นก็มาเสียชีวิตดังกล่าวในวันเกิดของตัวเอง ตนรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมากที่มาเกิดเหตุเกิดแบบนี้ทั้งที่วันที่ 17 ก.ค. นี้จะถึงวันเกิดลูกชายอยู่แล้ว ทั้งนี้เมื่อเวลาประมาณ 06.30 น.ได้นิมนต์พระสงฆ์มาอัญเชิญดวงวิญญาณ บริเวณที่เกิดเหตุ โดยส่วนตัวเชื่อว่าลูกชายรับรู้และรับทราบแล้ว เพราะตั้งแต่เกิดเหตุจนถึงวันนี้ลูกชายไม่เคยมาหาหรือมาเข้าฝันใดๆทั้งสิ้นแต่หลังจากที่อันทุกอย่างเลยวันนี้แล้วเชื่อว่าลูกชายจะกลับมาหา ซึ่งตนอยากจะบอกว่าภูมิใจในตัวลูกชายมาก เพราะหลังจากเกิดเรื่องราวเลวร้ายขึ้น ทางเจ้าหน้าที่ได้นำร่างของลูกชายไปเป็นกรณีศึกษาของนักศึกษาแพทย์ด้วย นอกจากนี้ตนอยากฝากถึงผู้ก่อเหตุว่า ทำอะไรทำไมไม่นึกถึงใจเขาใจเราถึงคุณจะรวยแต่คุณก็ไม่มีสิทธิ์ทำกับคนเช่นนี้ อีกอย่างคุณก็มีลูกน้อยทำไมคุณไม่คิดบ้าง

 

 

 

 

          “อยากจะบอกว่าภูมิใจในตัวลูกชายมาก เพราะหลังจากเกิดเรื่องราวเลวร้ายขึ้นก็ยังไม่รู้จะทำอย่างไร นอกจากนี้ตนอยากฝากถึงผู้ก่อเหตุว่า ทำอะไรทำไมไม่นึกถึงใจเขาใจเราถึงคุณจะรวยหรือมีเรื่องแต่คุณก็ไม่มีสิทธิ์ทำกับคนเช่นนี้ อีกอย่างคุณก็มีลูกเช่นกันทำไมคุณไม่คิดบ้าง เมื่อสักครู่กำลังจะเข้าไปถามว่าทำไมถึงทำแบบนี้จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจผลักออกมาจากบริเวณการทำแผนดังกล่าว” แม่ผู้ตาย กล่าวทั้งน้ำตา
 


          ด้านนายศักดิ์ชัย ขุนทอง อายุ 42 ปี รุ่นพี่ผู้ตาย เปิดเผยว่า ตนมั่นใจว่าผู้ตายไม่ใช่คนดื่มเหล้าเมาสุราอย่างที่มีการนำเสนอก่อนหน้านี้แน่นอน ส่วนประเด็นเมื่อ 2 ปีก่อน ทำไมถึงไม่เครียร์กันตั้งแต่ตอนนั้น ทำไมพึ่งจะมาเครียร์ตอนนี้ หรือว่ายังหาปืนไม่ได้ ซึ่งที่ผ่านมาผู้ตายไม่เคยเล่าเรื่องส่วนตัวให้ฟัง จึงไม่มีใครทราบว่าผู้ตายและผู้ก่อเหตุมีเรื่องอะไรกัน และในวันที่เกิดเหตุ ขณะที่ตนกำลังนั่งพูดคุยเล่นอยู่กับผู้ตายนั้น จู่ๆผู้ก่อเหตุก็ขับรถจักรยานยนต์มาบริเวณที่เกิดเหตุ และตะโกนเรียกหาผู้ตาย จากนั้นทั้งคู่ก็เดินไปคุยกันผู้เพียงลำพังประมาณ 1-2 นาทีก่อนที่พูดก่อเหตุจะใช้อาวุธปืนยิงที่ผู้ตาย 1 นัด จากนั้นผู้ก่อเหตุก็หันอาวุธปืนมาทางพวกตนและถามว่ามีใครจะเอาอีกไหม ซึ่งตนขอถามว่า ในเมื่อเจอกรณีเช่นนี้ ตนสามารถฟ้องร้องได้หรือไม่ เพราะผู้ก่อเหตุนำอาวุธปืนมาข่มขู่ทำให้หวาดกลัว สุดท้ายนี้ตนไม่มีอะไรจะบอกผู้ก่อเหตุ และไม่มีอะไรจะบอกผู้ตายเช่นกัน เพราะพูดไปก็ไม่ได้ยิน แต่มันรับรู้ที่ใจ



          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากทางพนักงานสอบสวนได้ทำแผนประกอบคำรับสารภาพเสร็จแล้ว ได้นำตัวผู้ต้องหากลับมาที่สน.พหลโยธิน เพื่อพักรอรวบรวมเอกสารหลักฐานต่าง ๆ เพื่อจะนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญา ในช่วงบ่ายของวันนี้ ส่วนศพของนายโสภณ ทางครอบครัวได้ดำเนินการนำไปประกอบพิธีทางศาสนา ที่ วัดลาดพร้าว ศาลา 7 โดยได้รถน้ำศพเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา(15ก.ค.)

Shares :
เปิดอ่าน 2,533 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ