royal coronation
วันที่ 16 กรกฎาคม 2562
อาชญากรรม

ศาลไม่รับฟ้อง 2 ข้อหาหนัก "เสี่ยเมาขับ"

วันที่ 13 เมษายน 2562 - 14:19 น.
เสี่ยเมาขับ,ศาลไม่รับฟ้อง,2 ข้อหาหนัก,รอง ผกก
Shares :
เปิดอ่าน 1,193 ครั้ง

ตำรวจ สน.ศาลาแดงแจ้ง 5 ข้อหา "เสี่ยเมาขับ"ฝากขัง ศาลสั่งไม่รับสำนวนฟ้อง 2 ข้อหา

คลิปที่ 1

 

ตำรวจ สน.ศาลาแดงแจ้ง 5 ข้อหา “เสี่ยเมาขับชนดับ 2 ศพ”ฝากขัง ศาลสั่งไม่รับสำนวนฟ้อง 2 ข้อหา”ฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยเจตนา และ พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” ให้ตำรวจทำสำนวนใหม่ 3 ข้อหา  ด้านพี่ชายหอบเงินขอประกันตัว เผยครอบครัวพร้อมรับผิดชอบทุกอย่าง ขณะที่ญาติเหยื่อเมาขับขอรับศพไปบำเพ็ญกุศลวัดตรีทศเทพ 17 เมษายน

 

          เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 13 เม.ย.ร.ต.อ.พิทักษ์ พูลพุทธา รอง สว.(สอบสวน) สน.ศาลาแดง พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน คุมตัวนายสมชาย เวโรจน์พิพัฒน์ อายุ 57 ปี เจ้าของบริษัท ไทยคาร์บอนแอนด์กราไฟต์ จำกัด ซึ่งตกเป็นผู้ต้องหาคดีเมาแล้วซิ่งรถเบนซ์ รุ่นอี 250 สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ษฮ 789 กรุงเทพมหานคร ชนกับรถเก๋งยี่ห้อซูซูกิ รุ่นสวิฟท์ สีขาว ทะเบียน 2 กก 3653 กรุงเทพมหานคร เป็นเหตุให้ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล รอง ผกก. (สอบสวน) กก.2 บก.ป. ผู้ขับขี่รถคู่กรณีถึงแก่ความตายในจุดเกิดเหตุ ส่วนนางนุชนาถ งามสุวิชชากุล อายุ 44 ปี ภรรยาบาดเจ็บสาหัสไปเสียชีวิตที่ รพ.ราชพิพัฒน์ และ น.ส.พิญาภา งามสุวิชชากุล อายุ 16 ปี บุตรสาวได้รับบาดเจ็บมีอาการเลือดออกสมองถูกนำส่ง รพ.วิชัยเวช ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดตลิ่งชัน ตามข้อหาหนัก 5 ฐานความผิดคือ 1.ฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยเจตนา 2.พยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา 3.ขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 4.ขับรถในขณะมึนเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และ 5.ขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้มีทรัพย์สินได้รับความเสียหาย 

 

 

          ทั้งนี้ นายสมชาย ถูกนำตัวขึ้นรถเก๋งยี่ห้อ โตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ สี ขาว ป้ายแดง ทะเบียน ผ 1231 กรุงเทพมหานคร มาจอดที่บริเวณใต้ถุนศาล เนื่องจากเมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา นายสมชายมีอาการปวดที่บริเวณขาทั้ง 2 ข้าง เพราะระบมหลังเกิดอุบัติเหตุ จึงขอให้ทางพนักงานสอบสวนพาตัวไปพบแพทย์ตามสิทธิของผู้ต้องหา เมื่อเดินทางไปพบแพทย์แล้วจึงเดินทางมาที่ศาลตามนัด โดยมีกำลังฝ่ายสืบสวนนั่งคุมตัวมาด้วยกันตลอดเวลา จากการสังเกตสภาพอาการของนายสมชาย นั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าจากชุดที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุ เป็นสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาว นุ่งกางเกงขายาวสีดำ และใส่รองเท้าหนังสีดำ เดินกระเผลกลงจากรถด้วยความทุลักทุเล ก่อนเข้าไปในอาณาบริเวณของศาล
 

 

          ขณะที่นายรัตนชัย เวโรจน์พิพัฒน์ พี่ชายของนายสมชาย ผู้ต้องหาเดินทางมาเตรียมยื่นขอประกันตัวน้องชาย พร้อมชี้แจงกับผู้สื่อข่าวว่า ตนต้องขอโทษสังคมกับสิ่งที่เกิดขึ้นและทางครอบครัวพวกเรา ยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นและขอยอมรับผิดชอบทุกอย่าง ตั้งแต่หลังเกิดเหตุ เราเดินทางไปเยี่ยมลูกสาวผู้ตาย ทันทีหลังจากทราบข่าว และพยายามหาโรงพยาบาลที่ดีที่สุดที่เกี่ยวกับการรักษาอาการทางด้านสมอง ก่อนจะนำตัวน้องไปรักษาต่อ ที่ รพ.กรุงเทพ ถึงแม้จะมีค่าใช้จ่ายสูง จำนวนหลายล้านบาทก็ตาม แต่ขณะนี้ทราบว่า อาการน้องดีขึ้นไม่ต้องผ่าตัดสมองแล้ว ตนและครอบครัวยอมรับทุกอย่าง และทราบว่าทาง รอง ผกก.ผู้เสียชีวิตก็เป็นเสาหลักของครอบครับเราจะรับผิดชอบทุกอย่าง ดูแลเรื่องการศึกษา ของน้องๆ ซึ่งเป็นบุตรสาวทั้งสองคน ตั้งแต่นี้เป็นต้นไป พร้อมกันนี้ตั้งใจว่า จะรับน้องทั้ง 2 คน ให้มาเป็นหลานของตน และหวังว่าศาลจะเมตตา และมาคุยกันว่าจะดำเนินการอย่างไร

 

          ต่อมา เวลา 11.00 น. วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทางพนักงานสอบสวน สน.ศาลาแดง ต้องนำตัว นายสมชายกลับโรงพัก เพื่อทำการสอบปากคำทำคดีใหม่ เนื่องจากศาลพิจารณาแล้ว ไม่สามารถรับฟ้องในคดี ฆ่าผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่จะนำมาใช้ลดอุบัติเหตุในช่วงเทศกาลสงกรานต์ได้ โดยศาลให้ทางพนักงานสอบสวนทำสำนวนแจ้งข้อหา แก่นายสมชาย เพียง 3 ข้อหา คือ 1.ขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย 2.ขับรถในขณะมึนเมาสุราเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บสาหัส และ 3.ขับรถในขณะเมาสุราเป็นเหตุให้มีทรัพย์สินได้รับความเสียหาย ตามที่นายสมชาย ยอมรับสารภาพตั้งแต่ชั้นสอบสวนเท่านั้น 

 

 

          ขณะที่แผนกนิติเวช รพ.ศิริราช น.ส.ขนิษฐา เลิศวรจักรพงษ์ อายุ 45 ปี ได้นำเอกสารมายื่นติดต่อขอรับศพ พ.ต.ท.จตุพร งามสุวิชชากุล รอง ผกก. (สอบสวน) กก.2 บก.ป.และ นางนุชนาถ งามสุวิชชากุล อายุ 44 ปี ภรรยา โดยเจ้าตัวให้สัมภาษณ์ ว่า ตนเป็นพี่สาวของ นางนุชนาถ วันนี้มายื่นเอกสารเอาไว้ก่อน แต่จะนำศพออกในวันที่ 17 เม.ย.นี้ เนื่องจากติดปัญหาของทางวัดซึ่งอยู่ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยจะนำศพไปไว้ที่ วัดตรีทศเทพ ศาลา 5/1 กำหนดสวดอภิธรรมศพ ในคืนวันที่ 17 เม.ย. ถึง วันที่ 19 เม.ย.และจะทำการฌาปนกิจ วันที่ 20 เม.ย. 

 

 

          ส่วนตัวยอมรับว่า ยังทำใจไม่ได้กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องจากผู้ตายทั้งคู่เป็นเสาหลักของครอบครัว มีภาระที่ต้องส่งเสียลูกๆ ทั้งสอง ตอนนี้ น.ส.ศุภาพิชญ์ งามสุวิชชากุล หรือน้องพลอย อายุ 16 ปี ลูกสาวคนโตที่อยู่ประเทศอเมริกา ทราบเรื่องแล้วเสียใจมากร้องไห้ไม่หยุด และกำลังรอตั๋วเครื่องบินเพื่อเดินทางกลับมาประเทศไทย ส่วน ด.ญ.พิชญาภา งามสุวิชชากุล หรือน้องแพรว อายุ 12 ปี ลูกสาวคนเล็กอยู่ระหว่างรักษาตัวที่โรงพยาบาลกรุงเทพ อาการเบื้องต้นซี่โครงซี่ที่หนึ่งกระทบกระเทือนหักทั้งสองข้าง ใบหน้าช่วงบริเวณดั้งจมูกยุบ ยังไม่รู้สึกตัวแพทย์ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด

 

          “ในส่วนของคู่กรณีทางญาติของคู่กรณีได้มีการเข้ามาขอโทษในระหว่างที่สอบปากคำที่สถานีตำรวจศาลาแดงและภรรยาของคู่กรณีก็ช่วยประสานงานติดต่อโรงพยาบาลและได้ไปเยี่ยมน้องแพรว และกล่าวกับตนว่าจะช่วยเหลือในเรื่องค่ารักษาให้ถึงที่สุด ส่วนตัวคู่กรณีเองยังไม่ได้มีการพูดคุยเป็นการส่วนตัวมีแต่ญาติเข้ามาแสดงความเสียใจและขอโทษแทน” น.ส.ขนิษฐา กล่าว.

 

 

Shares :
เปิดอ่าน 1,193 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ