royal coronation
วันที่ 20 สิงหาคม 2562
อาชญากรรม

เส้นทางชีวิต ตร. "สุรเชษฐ์ หักพาล" ก่อนถูกเด้งเข้ากรุ

วันที่ 6 เมษายน 2562 - 15:54 น.
อาชญากรรม,บิ๊กโจ๊ก,สุรเชษฐ์ หักพาล,เส้นทางชีวิต,ตร,เด้งเข้ากรุ,ชะตาชีวิต,นายพล,คนดัง,ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์,สั่งย้ายด่วน
Shares :
เปิดอ่าน 41,149 ครั้ง

ชะตาชีวิต "นายพล" คนดัง "สุรเชษฐ์ หักพาล" ในเส้นทางสีกากีก่อนถูกสั่งย้ายด่วนเข้ากรุ

 

               ทอล์ค ออฟ เดอะ ทาวน์ ทั้งวันนี้..หลังมีการกระแสข่าว สั่งย้ายด่วน “บิ๊กโจ๊ก” พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ให้พ้นตำแหน่งผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) จนล่าสุดก็มีเอกสารยืนยันว่าเป็นเรื่องจริง และยังไม่แน่ใจว่าเพราะเหตุผลใด

 

 

 

               ย้อนดูเส้นทางชีวิตและการงาน พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล เกิดวันที่ 29 ตุลาคม 2513 เป็นหนุ่มใต้ ต.บ่อยาง อ.เมือง จ.สงขลา บิดาคือ นายดาบตำรวจไสว มารดาคือ สุมิตรา หักพาล เป็นครูสอนโรงเรียนกลับเพชรศึกษา โจ๊กมีน้องชายหนึ่งคน ปัจจุบันเป็นผู้จัดการบริษัทเอกชน

               โจ๊กเรียนชั้นอนุบาลเป็นลูกคุณครูอยู่ที่โรงเรียนกลับเพชรศึกษา ต่อมาไปต่อชั้นประถมที่โรงเรียนวิเชียรชม ก่อนจะสอบเข้าเรียนชั้นมัธยม 1 โรงเรียนมหาวชิราวุธ ด้วยคะแนนที่สูงเป็นอันดับต้นๆ จนได้คัดเลือกเข้าเรียนรวมกันในห้องคิง โดยเป็นรุ่น “เสือเหลือง มว.87" แถมที่นี่ยังเคยเป็นโรงเรียนเดิมของรัฐบุรุษ เปรม ติณสูลานนท์ อีกด้วย

               พอจบระดับชั้นมัธยม 5 สายวิทย์-คณิต โจ๊กตัดสินใจสอบเข้าโรงเรียนเตรียมทหารเมื่อปี 2531 โดยได้รับการคัดเลือกให้เป็นนักเรียนเตรียมทหารยอดเยี่ยมด้านกีฬาประจำปี 2532

               นอกจากนี้ยังสำเร็จปริญญาตรี สาขารัฐประศาสนศาสตรบัณฑิต จากโรงเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 47 ปริญญาโทสังคมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม จากมหาวิทยาลัยมหิดล ซึ่งสามารถสอบคัดเลือกเข้าเรียนได้เป็นอันดับ 1

               แถมยังมีดีกรีปริญญาเอกปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิยาลัยอีสเทิร์นเอเชีย และยังกำลังศึกษาปริญญาเอก สาขาอาชญาวิทยาและการบริหารงานยุติธรรม ที่มหาวิทยาลัยมหิดล อีกด้วย

 

 

 

               เส้นทางสายสีกากีของเขาเริ่มขึ้นพร้อมๆ กับที่ศึกษาระดับชั้นปริญญาโทไปด้วย จนเมื่อจบมหาบัณฑิตมาก็ย้ายไปเป็นนายเวรให้ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สมุทรสาคร อยู่ 2 ปี

               จากนั้นย้ายไปเป็นผู้ช่วยนายเวร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 รับผิดชอบพื้นที่อีสานตอนล่าง ประมาณปีกว่า ก็ย้ายตามผู้บังคับบัญชาไปเป็นรองสารวัตรกองกำกับการสืบสวน ภาค 7

               ต่อมาถูกสั่งให้ไปติดตามผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ ขณะนั้นคือ พล.ต.อ.บุญชัย ชื่นสุชน

               อยู่ได้ปีกว่าก็ย้ายไปเป็นสารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง จ.ชลบุรี และก็เลื่อนตำแหน่งเป็นรองผู้กำกับการผู้ช่วยนายเวร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สมัยนั้นคือ พล.ต.อ.วิเชียร พจน์โพธิ์ศรี อดีต ผบ.ตร.

               ทำได้ 3 ปีกว่า เลื่อนยศเป็นผู้กำกับการกองกำกับการ 3 กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ รับผิดชอบพื้นที่ภาคอีสาน จากนั้นย้ายลงพื้นที่ภาคใต้ไปเป็นผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่ จากนั้นปีกว่าก็ได้เลื่อนตำแหน่งเป็นรองผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.สงขลา และได้รับความไว้วางใจจาก พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีต ผบ.ตร.สมัยนั้น ให้มาเป็นผู้บังคับการกองกำลังส่วนหน้า รับผิดชอบพื้นที่ 4 อำเภอของสงขลา และพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ตอนล่าง ผ่านไป 2 ปีกว่า ย้ายไปเป็นรองผู้บังคับการ 191

 

 

 

               จนช่วงปี 2557 ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีหน้าที่ประสานงานสำนักนายกรัฐมนตรี ตอนนี้เองที่เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์กันขรมว่า แบบนี้ก็ได้เหรอ!!? แถมยังเป็นนายพลตำรวจคนแรกที่มีอายุราชการน้อยที่สุดตั้งแต่มีการก่อตั้ง “สำนักงานตำรวจแห่งชาติ” ด้วยวัยเพียง 42 ปีเท่านั้น

               ใครจะว่าอะไร เดอะโชว์มัสโกออน ยังทำหน้าที่ต่อไป ทั้งย้ายไปเป็นผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว ได้ทำคดีทลายขบวนการทัวร์ศูนย์เหรียญ จากนั้นย้ายมาเป็นผู้บังคับการ 191 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลา 24 ปี ของการรับราชการตำรวจในวัยเพียง 46 ปี

               สำหรับฉายา “โจ๊ก หวานเจี๊ยบ” เขาเคยบอกเสมอกับสื่อมวลชนว่า ไม่รู้เหมือนกันว่าได้มายังไง แต่คิดว่าอาจมาจากการที่ตนมีบุคลิกเป็นคนพูดจาเพราะ แต่ก็คิดว่าไม่เสียหายอะไร เพราะเมื่อเป็นบุคคลสาธารณะการตั้งฉายาจึงเป็นเรื่องปกติ

               แต่เอาเข้าจริงฉายานี้ต้องมีที่มา เพราะเรื่องราวของเขายังมีทีเด็ด!!! ที่ต้องบอกให้รู้กัน โดยสื่อผู้จัดการเคยเล่าเรื่องของเขาว่า เด็กชายสุรเชษฐ์ แต่ก่อนมีชื่อเล่นที่เพื่อนๆ เรียกอยู่ 2 ชื่อ คือ “โจ๊ก” กับ “โจ๊ะ” ชีวิตตอนเยาว์วัย เขาเป็นเด็กในบ้านของ พล.ต.อ.เสมอ ดามาพงศ์ อดีตนายตำรวจใหญ่ และยังเป็นบิดา คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์

 

 

 

 

               โดยบิดาของโจ๊ก ดาบตำรวจไสว หักพาล เป็นเสมือนพ่อบ้าน เลขาฯ คนขับรถ และบอดี้การ์ดส่วนตัวของ พล.ต.อ.เสมอ ไปไหนไปกันตลอด วันเวลาผ่านไปจนถึงยุครุ่งโรจน์ของตระกูลชินวัตร แวดวงสีกากีมักจะใช้บริการของ ด.ช.โจ๊ก

ประวัติการทำงาน

               - รองสารวัตร ประจำโรงเรียนนายร้อยตำรวจ

               - รองสารวัตรสืบสวนสอบสวน สถานีตำรวจนครบาลหนองแขม

               - รองสารวัตรสืบสวนสอบสวน สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองสมุทรสาคร

               - ผู้ช่วยนายเวร (สบ 1) ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3

               - ผู้ช่วยนายเวร (สบ 1) ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7

               - รองสารวัตร งาน 5 กองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรภาค 7

               - สารวัตร (ทำหน้าที่นิติกรด้านพิจารณาฑัณฑ์ทางวินัย) กองวินัย

               - สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 4 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจทางหลวง

               - สารวัตรสถานีตำรวจทางหลวง 2 กองกำกับการ 3 กองบังคับการตำรวจทางหลวง

               - ผู้ช่วยนายเวร (สบ3) หัวหน้านายตำรวจราชสำนักประจำ (สบ10)

               - ผู้ช่วยนายเวร (สบ3) ประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

               - ผู้กำกับการ ประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

               - ผู้กำกับการ 3กองบังคับการการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการค้ามนุษย์

               - ผู้กำกับการ ฝ่ายอำนวยการ 10 กองบังคับการอำนวยการ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง

               - ผู้กำกับการ สถานีตำรวจภูธรหาดใหญ่- รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา

               - รองผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ

               - ผู้บังคับการ ประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(ทำหน้าที่ประสานนโยบายกับนายกรัฐมนตรี)

               - ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว

               - ผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ

               - รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยวและตำแหน่งก่อนถูกย้าย ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

 

 

 

Shares :
เปิดอ่าน 41,149 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ