royal coronation
วันที่ 19 สิงหาคม 2562
อาชญากรรม

จับผัวเมียชาวอิหร่านปลอมพาสปอร์ต

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 - 13:25 น.
จับชาวอิหร่าน,ปลอมพาสปอร์ต,ประเทศที่ 3,ลอบเข้าไทย
Shares :
เปิดอ่าน 376 ครั้ง

ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จับกุมตัวสองสามีภรรยาชาวอิหร่าน ใช้หนังสือเดินทางปลอมลอบเข้าไทย ซึ่งเป้าหมายจะเดินทางไปประเทศที่ 3 โดยใช้ประเทศไทยเป็นทางผ่าน

คลิปที่ 1
" style="border: 0; width: 100%; height: 500px " allowfullscreen scrolling="no" allow="autoplay; encrypted-media">

 

              เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2562 ที่ ศปก.ตม.2 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง(ผบช.สตม.) แถลงการจับกุม นายฮูมาน โมแอซเซ่ (MR.MOAZZEZ HOUMAN) อายุ 42 ปี และ นางคาเธเร่ อัสมายลี (MRS. KHATEREH ESMAEILI HOUMAN) อายุ 36 ปี สองสามีภรรยา สัญชาติอิหร่าน ใช้หนังสือเดินทางบังแกเรียปลอม หวังหลบหนีในประเทศไทยก่อนไปประเทศที่สาม โดยเจ้าหน้าที่ ตม.สุวรรณภูมิ ตำรวจสามารถจับกุมได้เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

 

 

 

 

 

              พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เวลา 11.00 น. ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ฝ่ายสืบสวน และฝ่ายตรวจลงตรา ร่วมกันตรวจสอบคนต่างด้าวคล้ายชาวอาหรับต้องสงสัย ใช้หนังสือเดินทางปลอมเข้ามาในประเทศไทยเพื่อเป็นทางผ่านไปประเทศที่สาม ซึ่งทั้งสองคนเดินทางเข้าสายการบินการ์ต้า เที่ยวบิน QR826 ถึงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ตั้งแต่เวลา 03.30 น. แล้วหลบซ่อนตัวอยู่บริเวณพื้นที่ผู้โดยสารขาออก จนกระทั่งเวลา 11.00 น. จึงมาแสดงตัวเพื่อขอรับการตรวจลงตรา (visa on arrival) แต่ผิดสังเกต เนื่องจากเที่ยวบินดังกล่าวมาถึงนานแล้ว และไม่สามารถแสดงบัตรที่นั่งได้ เจ้าหน้าที่จึงซักถามประวัติและนำหนังสือเดินทางไปตรวจสอบเบื้องต้น พบความผิดปกติจึงประสานการตรวจสอบภาพบันทึกจากระบบกล้องวงจรปิดของศูนย์รักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิก็พบว่าทั้งสองคนเดินทางมาด้วยกัน ไม่พบว่ามีบุคคลใดให้การช่วยเหลือ

 

 

 

 

              ผบช.สตม. กล่าวอีกว่า จากการซักถามทั้งสองคนให้การรับสารภาพว่าเป็นชาวอิหร่าน นำหนังสือเดินทางอิหร่านที่ซ่อนไว้ แต่ใช้หนังสือเดินทางของบัลแกเรียแทน มีการปลอมชื่อ นามสกุล และรูปถ่าย เข้าข่ายปลอมหนังเดินทาง โดยอ้างว่าได้เสียค่าใช้จ่ายในการหาหนังสือเดินทางปลอมประมาณ 2 หมื่นเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6 แสนบาทต่อคน ใช้เดินทางผ่านประเทศไทยเพื่อไปประเทศที่สาม คือเมืองเวียนนา ประเทศออสเตรเลีย ส่วนสาเหตุที่ใช้หนังสือเดินทางบัลแกเรีย เนื่องจากสามารถเดินไปประเทศที่สามได้ง่ายกว่า ซึ่งจากการตรวจไม่พบประวัติอาชญากรรม และไม่เคยเดินทางมาประเทศไทย ตำรวจจึงแจ้งข้อหา “ปลอมหรือมีไว้เพื่อใช้หนังสือเดินทางปลอม” ส่งตัวให้พนักงานสอบสวน สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ดำเนินคดีขยายผลต่อไป

 

 

 

 

              อย่างไรก็ตาม อีกประมาณ 4-5 เดือน สตม.จะใช้ระบบสแกนม่านตา สแกนใบหน้า มาใช้ในการคัดกรองคนเข้าออก โดยจะมีประสิทธิภาพในการคัดกรองมากขึ้น

 

 

 

 

 

Shares :
เปิดอ่าน 376 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended