บังคับใช้ "ฟอกเงิน" แก๊งเทพโซโล

"บิ๊กโจ๊ก" บินด่วนไปเชียงราย สอบปากคำชาวไทย 81 ราย ที่ถูกทางการ "เมียนมา" จับกุม เผย บางส่วนเป็นสมาชิกเครือข่ายแก๊งมันทุกเม็ด

คลิปที่ 1

 

               เมื่อคืน (7 ก.พ.) ที่ผ่านมา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผบช.สตม. พล.ต.ต.สรายุทธ สงวนโภคัย รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต พนัญชัย ชื่นใจธรรม ผบก.สส.สตม. พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 พล.ต.ต.พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก.ตม.5 พ.ต.ท.เขมรินทร์ พิศมัย รอง ผกก.สส.สน.ห้วยขวาง พ.ต.ท.อาริศ คูประสิทธิรัตน์ รอง ผกก.สายตรวจ ได้เดินทางด้วยเครื่องบินของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปยังตรวจคนเข้าเมือง จ.เชียงราย เพื่อสอบปากคำชาวไทยทั้ง 81 ราย ที่ถูกทางการประเทศเมียนมา และหน่วยงานของรัฐฉาน จับกุมได้ที่เมืองสาด

 

 

 

คลิปที่ 2

               โดยผู้ต้องหาทั้ง 81 ราย ในเบื้องต้นทางการไทยสามารถยืนยันตัวบุคคลได้ 36 ราย ส่วนใหญ่เป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติด มีบางส่วนเป็นสมาชิกเครือข่ายแก๊งมันทุกเม็ด ทั้งนี้ พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ และคณะ ได้ร่วมสอบปากคำเครือข่ายมันทุกเม็ด โดยผู้ต้องหายอมรับว่าบางส่วนเป็นลูกสมุนเทพโซโล และบางส่วนเป็นเครือญาติ ทำหน้าที่ในการเปิดบัญชีและกดเงินให้กับเทพโซโล ซึ่งได้ค่าจ้างเดือนละ 2 หมื่นบาท ในการกดเงิน และกดเงินสูงสุดวันละ 6 แสน ส่วนกลุ่มเปิดบัญชี ได้ค่าตอบแทนในการหาบัญชีละ 300 บาท อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดยืนยันว่าไม่มีใครเคยเห็นหน้าเทพโซโล เนื่องจากในการสั่งงานแต่ละครั้ง จะมีการโทรสั่งการและสั่งการผ่านเฟซบุ๊ก

               พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ขั้นตอนหลังจากนี้ได้มอบหมายให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย สภ.เมืองเชียงราย ทำหน้าที่ในการพิสูจน์ทราบตัวบุคคลของกลุ่มคนไทยทั้ง 81 ราย ว่าเป็นบุคคลที่มีหมายจับหรือไม่ ซึ่งขณะนี้สามารถพิสูจน์ตัวบุคคลได้ 36 คน ในจำนวนนี้เป็นบุคคลที่มีหมายจับ 11 คน โดยหลังจากนี้ทั้งหมดจะอยู่ในควบคุมของหน่วยงานความมั่นคงกองกำลังผาเมือง เพื่อสอบสวนขยายผลต่อไปอีก อีกทั้งจะขยายเอาผิดครอบครัวของกลุ่มผู้ต้องหา โดยนำมาตรการฟอกเงินมาบังคับใชั รวมทั้งจะขยายผลให้สุดทาง อย่างไรก็ตาม การจับกุมคนไทยทั้ง 81 ราย แสดงให้เห็นถึงการทำงานของตำรวจทั้ง 10 ประเทศในอาเซียน ภายใต้การทำงานวันทีม วันเวิลด์ ตำรวจทั่วโลกเป็นทีมเดียวกัน ซึ่งต่อให้อยู่ไกลแค่ไหนก็จะนำตัวมาดำเนินคดี

 

 

 

คลิปที่ 3

               พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าว่า จากการตรวจสอบแก๊งมันทุกเม็ดอาจจะเพิ่มขึ้นถึง 17 คน ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลอยู่ ส่วนการจับกุมในเมื่อวานเป็นสิ่งที่ดี เพราะไม่ได้จับเพียงแต่แก๊งมันทุกเม็ดหรือแก๊งโซโลแต่เพียงอย่างเดียว รวมถึงยังเป็นหมายจับคนร้ายในคดีอื่นด้วย ซึ่งทั้งหมดเป็นคดียาเสพติดอย่างเดียว เพียงแต่เป็นคนละกลุ่มกัน เป็นสิ่งที่บ่งบอกว่ามีคนไทยบางส่วนที่กระทำความผิดในประเทศไทยและหลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ยังอาศัยประเทศเพื่อนบ้านเป็นแหล่งพักพิง

               “การทำงานวันเวิลด์ วันทีม ร่วมกันแบบนี้ จะทำให้คนร้ายไม่มีที่อยู่ และไม่มีช่องว่างให้คนร้ายยืน” ผบช.สตม. ระบุ

               พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ส่วนนายปัณณวิชญ์ยังคงหลบหนีอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเจ้าหน้าที่รู้จุดแล้วว่าอยู่ในส่วนไหน พร้อมเตือนให้รีบเข้ามอบตัว ไม่มีประเทศไหนจะรับไว้เพราะเป็นผู้ต้องหาตามคดีอาญา โดยเฉพาะคดียาเสพติดไม่มีใครอยากรับตัวไว้ รวมทั้ง ผบ.ตม. ของเมียนมาและกองกำลังของรัฐบาลของเขาไม่ส่งเสริมกับบุคคลเหล่านี้ พร้อมจับมือทำงานร่วมกันใน 10 ประเทศ ในประชาคมอาเซียน เพื่อปราบปรามคนร้ายให้ไม่มีที่ยืนที่อยู่

               พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ เปิดเผยถึงความคืบหน้าชาวกัมพูชา 11 คน ที่ถูกเจ้าหน้าที่ทหารพราน ตำรวจ เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ร่วมกันปิดล้อมตรวจค้นโรงเรียนปอเนาะ หมู่ 4 ต.ถนน อ.มายอ จ.ปัตตานี จับกุมหลังพบมีการซ่องสุมฝึกรการต่อสู้ ว่า เขาส่งตัวมาให้เมื่อไหร่ เราก็จะผลักดันกลับทันที เพราะได้รายงานไปยังสถานทูตกัมพูชาแล้ว วันนี้ได้มีการตรวจอย่างละเอียด ซึ่งทาง พล.ต.ต.อาชยน ไกรทอง ผบก.ตม.3 ได้ตรวจจับได้ในพื้นที่ จ.สระแก้ว ขณะที่จะเดินทางเข้ามาในด่าน จ.สระแก้ว ก็ได้มีการปฏิเสธการเข้าเมืองทันที ทาง ตม. จะเน้นหนักเรื่องการปฏิเสธการเข้าเมืองเหมือนนานาประเทศ ถ้าพบคนพิการขาแขนขาดแล้วไม่มีเงินตามหลักการขอเข้ามาในประเทศ เจ้าหน้าที่จะทำการปฏิเสธการเข้าเมืองทันที หรือเป็นคนในประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาแล้วมีลักษณะผิดสังเกต เช่น การใช้วีซ่าท่องเที่ยวแล้วไม่ได้แจ้งที่พักถิ่นที่อยู่ ผมได้สั่งการให้ด่านตรวจคนเข้าเมืองทุกด่านตั้งแต่ชายแดนไปจนถึงสนามบินให้ปฏิเสธการเข้าเมืองทุกกรณี นอกจากนี้ทางการกัมพูชาก็ไม่ได้ส่งเสริมให้คนเข้ามาฝึกยุทธวิธี ซึ่งได้ยึดถือหลักกฎหมายเดียวกัน ทางกัมพูชาก็แจ้งมาทุกครั้งว่าให้ดำเนินการตามกฎหมายปกติและผลักดันกลับกัมพูชาต่อไป