รวบหนุ่มญี่ปุ่นถังแตก ควงมีดจี้ร้านแลกเงิน

อาชญากรรม  :  10 พ.ย. 2561

รวบหนุ่มญี่ปุ่นถังแตก ควงมีดจี้ร้านแลกเงิน พนักงานไหวพริบดีล็อคประตูเรียกตร.จับกุม

 

          เมื่อวันที่ 10 พ.ย. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงเหตุคนร้าย ชาวต่างชาติ พยายามชิงทรัพย์ บริษัทแลกเปลี่ยนเงินตรา ในพื้นที่ สน.บางโพงพาง ว่าได้รับรายงานจาก สน.บางโพงพาง ว่า เมื่อ (10 พ.ย.61) เวลาประมาณ 11.15 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งว่ามีเหตุบุกรุกที่ บริษัท ฟัลคอน เวนเจอร์ จำกัด ซ.สาธุประดิษฐ์ 19 แขวงบางโพงพาง เขตยานาวา กรุงเทพมหานคร พนักงานสอบสวน พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายปกกันปราบปราม เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน จึงได้ไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบพนักงานของบริษัทฯ แจ้งว่าได้มีคนร้าย จำนวน 1 คน เข้ามาภายในบริษัทฯ ชายคนดังกล่าวได้ใช้อาวุธ(คล้ายมีด) ข่มขู่ให้พนักงานของบริษ้ทฯให้ส่งเงินให้ แต่พนักงานของบริษัทฯไม่ได้ส่งเงินให้ชายคนดังกล่าวแต่อย่างใด โดยในขณะเดียวกันพนักงานของบริษัทฯได้ล๊อคประตูของบริษัทฯไว้เพื่อไม่ให้ชายคนดังหลบหนี แล้วจึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ พร้อมบันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุ ถ่ายภาพที่เกิดเหตุประกอบคดี และทำแผนที่เกิดเหตุพอสังเขป

 

          จากการตรวจสอบภายพบ ผู้ต้องหาคือ นาย HIROKAZU SAITO สัญชาติ ญี่ปุ่น อายุ 33 ปี พร้อมอุปกรณ์ของกลาง หมวกใหมพรม สีดำ 1 ใบ , ถุงมือสีดำ 1 คู่ , แว่นตาดำ 1 อัน ,อาวุธ(คล้ายมีดโดยเป็นอุปกรณ์เอนกประสงค์ใช้เปิดขวดเปิดกระป๋องเปิดไวน์) 1 เล่ม , กระเป๋าสะพายสีดำ 1 ใบ

 

          รอง โฆษก ตร. กล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้จับกุมตัวผู้ต้องหาและแจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบว่า กระทำความผิดฐาน“พยายามชิงทรัพย์ฯ” โดยผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ และยอมรับว่าตนเองมาเที่ยวในประเทศไทยจนเงินหมดไม่มีเงินเหลือเลยต้องการเงินไปใช้จ่ายและเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับต่างประเทศแล้วเห็นร้านแลกเงินน่าจะต้องมีเงินจำนวนมากเลยได้เข้าไปก่อเหตุและถูกจับกุมตัวได้ จากนั้นจึงได้นำตัวผู้ต้องหาส่ง พนักงานสอบ สน.บางโพงพาง ดำเนินคดีตามกฏหมาย และ รายงานบุคคลต่างชาติต้องโทษในคดีอาญาให้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) , กองการต่างประเทศ(ตท.) และสถานฑูตญี่ปุ่น ทราบต่อไป

 

          พร้อมกันนี้ ตนได้รายงานให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. รับทราบแล้ว ท่านได้กล่าวชื่นชม การมีสติ ไหวพริบ ปฏิภาณ ของพนักงานบริษัทฯ ที่สามารถแก้ไขสถานการณ์เฉพาะหน้าได้เป็นอย่างดี ประกอบกับการเข้าระงับเหตุของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่มีดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพและทันถ่วงที อีกทั้งยังได้กำชับไปยังกองบัญชการทุกภาคส่วนในการหมั่น ฝึกซ้อม ทบทวนแผนเผชิญเหตุในการป้องกันอาชญากรรมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและบริษัท ห้างร้าน เอกชน ไม่ว่าจะเป็น ธนาคาร ร้านทอง ร้านสะดวกซื้อ หรือ ร้านรับแลกเปลี่ยนเงินตรา อยู่เป็นประจำ เพื่อที่สามารถนำในการความรู้ ความเคยชิน หรือความเข้าใจ นำมาแก้ไขสถานการณ์ดังกล่าวนี้ได้เป็นอย่างดี.