เปิดคำพิพากษาคดี พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ ยกฟ้อง "ลำไย ไหทองคำ"

ศาลทรัพย์สินฯ ยกฟ้อง อดีต ผจก.เก่า ฟ้อง "ลำไย ไหทองคำ - นายห้างประจักษ์ชัย" ละเมิดลิขสิทธิ์นักแสดง ชี้ คดีไม่มีมูล - ไร้อำนาจฟ้อง ไม่พบหลักฐานโอนสิทธิ์การแสดง

 

               จากกรณีที่ นายณรงค์วัฒน์ หรือ บ่าวเอก ยันตะพันธ์ ผู้จัดการเก่าของ "ลำไย ไหทองคำ" นักร้องลูกทุ่งสาวคนดัง ได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ตั้งแต่เดือน ก.ย. 60 กรณีที่กล่าวอ้างว่า น.ส.สุพรรณษา เวชกามา หรือ ลำไย ไหทองคำ และนายประจักษ์ชัย เนาวรัตน์ ผู้จัดการและผู้บริหารไหทองคำ เรคคอร์ด ละเมิดสัญญานักแสดง เรียกค่าเสียหายด้วยจำนวน 3 ล้านบาทนั้น

 

 

 

               เมื่อวันที่ 30 ต.ค. ที่ผ่านมา ศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง ได้ออกนั่งพิจารณาพิพากษาคดีดังกล่าวที่ยื่นฟ้องไว้เป็นคดีหมายเลขดำ อ.710/2560 โดยนายณรงค์วัฒน์ ยันตะพันธ์ ประธานกรรมการบริหารบริษัท พีอาร์ เรคคอร์ด เป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง น.ส.สุพรรณษา เวชกามา หรือ ลำไย ไหทองคำ จำเลยที่ 1 และนายประจักษ์ชัย เนาวรัตน์ ผู้จัดการและดูแลการแสดง จำเลยที่ 2 ในความผิดต่อ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537

               โดยโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิ์ของนักแสดง โดยรับโอนสิทธิ์มาจากจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนักแสดง (นักร้อง) มีกำหนด 5 ปี นับตั้งแต่วันที่ 12 ส.ค. 57 - 12 ส.ค. 62 ตามหนังสือสัญญานักร้องลงวันที่ 12 ส.ค. 57 จำเลยที่ 1 - 2 ร่วมกันละเมิดสิทธิ์นักแสดง โดยแพร่เสียง , แพร่ภาพ หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งการแสดง บันทึกการแสดงที่ยังไม่มีการบันทึกไว้ , ทำซ้ำซึ่งสิ่งบันทึกการแสดงที่มีผู้บันทึกไว้โดยไม่ได้รับอนุญาตจากโจทก์ซึ่งเป็นเจ้าของลิขสิทธิ์หรือสิทธิ์ของนักแสดง โดยใช้นามแฝงว่า "ลำไย ไหทองคำ" ซึ่งได้แสดงไว้เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 60 เวลาประมาณ 14.00 - 16.00 น. ที่ บริเวณหน้าห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล พระรามสอง แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม.

               ซึ่งระหว่างการนัดไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ คู่ความ ได้นัดไกล่เกลี่ยข้อพิพาทกันแต่ไม่สามารถตกลงกันได้ คดีจึงได้ทำการไต่สวนมูลฟ้องแล้ว ก็เห็นว่า จำเลยที่ 1 เป็นนักแสดง ตามความหมายของ พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537 มาตรา 4 ซึ่งแม้นักแสดงย่อมมีสิทธิ์แต่ผู้เดียวในการกระทำอันเกี่ยวกับการแสดงของตนในกรณีแพร่เสียงแพร่ภาพ หรือเผยแพร่ต่อสาธารณชนซึ่งการแสดง แต่สิทธิ์ของนักแสดงดังกล่าวก็สามารถโอนให้แก่กันได้ตามมาตรา 51 วรรคสาม

 

 

 

               เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของสิทธิ์ประเภทสิทธิ์ของนักแสดง โดยได้รับโอนสิทธิ์มาจากจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนักร้องนักแสดงตามสำเนาหนังสือสัญญานักร้องประจำบริษัท พีอาร์ เรคคอร์ด แต่เอกสารดังกล่าวไม่ปรากฏข้อความใดๆ เลยว่า จำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นนักร้องนักแสดงได้โอนสิทธิ์แต่ผู้เดียวในการกระทำอันเกี่ยวกับการแสดงของตนตามที่ระบุในมาตรา 44 ให้แก่โจทก์ และไม่อาจแปลความหมายของถ้อยคำในสัญญาหรือเจตนาของคู่สัญญาว่ามีการโอนสิทธิ์อันเกี่ยวกับการแสดงของจำเลยที่ 1 ให้แก่โจทก์ ดังที่โจทก์บรรยายในฟ้อง

               โดยเนื้อหาสาระสำคัญของสัญญาดังกล่าวคงได้ความเพียงว่า เป็นข้อตกลงของคู่สัญญาอันเกี่ยวกับการกำหนดค่าตอบแทนของจำเลยที่ 1 ว่ามีกรณีใดบ้าง และจะได้รับค่าตอบแทนจำนวนเท่าใด

               ดังนั้น พยานหลักฐานของโจทก์ที่ไต่สวนมา ยังฟังไม่ได้ว่า โจทก์ได้รับโอนสิทธิ์อันเกี่ยวกับการแสดงของจำเลยที่ 1 มาแล้วโดยชอบ เมื่อโจทก์ไม่ใช่ผู้ได้รับโอนสิทธิ์มาจากจำเลยที่ 1 โจทก์ย่อมไม่ใช่เจ้าของสิทธิ์ประเภทสิทธิ์ของนักแสดงดังฟ้อง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง คดีของโจทก์ไม่มีมูล พิพากษายกฟ้อง

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ดีคำตัดสินดังกล่าว เป็นการพิจารณาของศาลชั้นต้น ซึ่งหากคู่ความยังติดใจก็ยังยื่นอุทธรณ์คดีได้ตามกฎหมาย