"บอย สกล" หอบหลักฐานชี้แจงเรื่องเงิน !!

อาชญากรรม  :  31 ต.ค. 2561

พบตำรวจ !! "บอย สกล" หอบหลักฐานชี้แจงถูกพาดพิงยักยอกเงินรุ่นคณะวิศวะ ม.บูรพา ยันไม่ได้ปลอมเอกสาร-สวมรอยนิสิตจุฬาฯ พร้อมแจ้งเอาผิดเพื่อนหมิ่นประมาท-พ.ร.บ.คอมพ์

คลิปที่ 1

 

            ที่สน.บางรัก เมื่อเวลา 13.45 น. วันที่ 31 ตุลาคม 2561 นายสกล เอี่ยมสะอาด หรือ บอย เดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.ศุภชัย หาญคำหล้า รองผกก.(สอบสวน) สน.บางรัก และร.ต.อ.ณัฎฐ์ธิพงศ์ สีดา รองสว.(สอบสวน) สน.บางรัก พร้อมให้ข้อเท็จจริงเรื่องเงินและนำเอกสารหลักฐานที่อดีตเหรัญญิกให้สัมภาษณ์สื่อช่องหนึ่ง  เมื่อวันที่ 12 ก.ย. 2561 กล่าวหาพาดพิงว่าตนเป็นผู้ยักยอกนำเงินรุ่นของคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.บูรพา ไป ในความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และข้อหาหมิ่นประมาท

 

 

 

            นายสกล กล่าวว่า ขอชี้แจงเรื่องเงิน ม.บูรพา ที่มีบุคคลกล่าวหาว่าผมเป็นคนนำเงินจำนวนประมาณ 8 แสนบาทไป ซึ่งไม่เป็นความจริง โดยได้มีบุคคลคนหนึ่งได้ไปให้สัมภาษณ์กล่าวหาผมกับสื่อช่องหนึ่งว่าเป็นคนเอาเงินไปใช้ชีวิตหรูๆ ถอยรถป้ายแดง และมีคอนโดอยู่ ซึ่งวันนี้จะแจ้งเอาผิดกับบุคคล 2 คน เป็นคนที่เกี่ยวข้องกับตนเองโดยตรงคือเป็นเพื่อน ในข้อหาหมิ่นประมาท และพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ยอมรับว่ารู้จักกับเพื่อนคนดังกล่าวแต่ไม่สนิท ไม่ทราบสาเหตุว่าทำไมถึงออกมาว่าให้ร้ายกล่าวหาตน ทั้งนี้ยืนยันว่าเงินจำนวนดังกล่าวตนไม่ได้เป็นคนเอาไป เพราะชื่อบัญชีไม่ได้เป็นชื่อของตนเอง โดยตนไม่ได้เป็นเจ้าของบัญชี ซึ่งการเบิกถอนเงินแต่ละครั้ง ตนไม่สามารถเป็นคนไปเบิกถอนได้ โดยเงินจำนวนดังกล่าวมีอยู่จริง แต่ไม่ถึง 850,000 บาท ยืนยันว่าเงินจำนวนดังกล่าวได้นำไปใช้ในสโมสรมีสลิปยืนยันเรียบร้อย ไม่ได้นำไปใช้ส่วนตัว

 

 

"บอย สกล" หอบหลักฐานชี้แจงเรื่องเงิน !!

 

 

            นายสกล กล่าวว่า ส่วนเรื่องกล่าวหาว่าตนเองแอบอ้างและปลอมแปลงเอกสาร รวมทั้งเข้าเรียน เป็นนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง ขณะนี้ได้ส่งหนังสือไปชี้แจงข้อเท็จจริงกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเรียบร้อยแล้ว โดยยืนยันว่าตนไม่เคยหนี หากจะเรียกไปสอบสวนหรือไปชี้แจงข้อเท็จจริงก็พร้อมที่จะเข้าให้ข้อมูล ตนได้เข้าไปที่จุฬาฯเป็นความจริง ตามภาพที่ปรากฎในสื่อสังคมออนไลน์ ในเรื่องการไปถือป้ายประเพณีฟุตบอล อันดับแรกขอชี้แจงก่อนว่าป้ายที่ไปถือเป็นป้ายของขบวนเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งในงานประเพณีฟุตบอลมีหลายขบวนเป็นสิบๆขบวน ขบวนที่ถือป้ายเป็นขบวนหลังสุด ซึ่งป้ายที่ถือไม่ได้เป็นป้ายหลักหรือป้ายเด่นอะไรเลย ซึ่งช่วงนั้นคนที่ถือป้ายอาจมีการประชาสัมพันธ์ของข้างในไม่ชัดเจน งานดังกล่าวเป็นงานเปิดไม่ใช่งานปิด คนนอกสามารถเข้าไปร่วมภายในงานได้ ผมได้เข้าไปเพราะรู้จักกับคนในนั้น ป้ายจะต้องถือซ้ายกับขวาซึ่งส่วนสูงก็เป็นปัญหาหลักๆ และน้ำหนักของป้ายประมาณ 10 กว่ากิโลกรัม ถือว่าค่อนข้างหนัก ผมจึงเข้าไปถือ ซึ่งหลังจากนั้น 8 เดือน ก็ไม่เคยมีดราม่าหรือกระแสอะไรเกิดขึ้น จนกระทั่งเมื่อเดือนที่แล้วมีดราม่าเกิดขึ้น ทั้งนี้หากย้อนกลับไปได้ผมก็คงจะไม่ไปถือป้าย

 

 

"บอย สกล" หอบหลักฐานชี้แจงเรื่องเงิน !!

 

 

            นายสกล กล่าวว่า ปัจจุบันตนยังเรียนไม่จบ กำลังศึกษาอยู่ที่ ม.รามคำแหง เพิ่งจะสอบเสร็จเมื่อวันที่ 30 ต.ค. ตนได้ศึกษาที่ ม.บูรพา เมื่อปี 2557 นั้นเป็นความจริง และพ้นสภาพนิสิตออกมาจริง เนื่องจากเรียนแล้วรู้สึกไม่ได้ชอบ ไม่ถูกทางก็เลยออกมา ส่วนเรื่องได้เข้าไปอ่านหนังสือที่หอสมุดกลางจุฬาฯ เป็นความจริง เพราะหอสมุดดังกล่าวเป็นหอสมุดที่เปิดให้บุคคลภายนอกเข้าไปได้ พร้อมทั้งยืนยันว่าไม่ได้มีการปลอมแปลงเอกสารเพื่อให้เข้าไปในหอสมุดกลาง การเข้าไปในหอสมุดตนจะต้องแลกบัตรประชาชนและจ่ายเงิน 20 บาท เป็นบัตรผู้ติดต่อ และตนต้องการเคลียร์ดราม่าว่าไม่ได้ต้องการแอบอ้างเป็นนิสิตจุฬาฯแต่อย่างใด

 

 

"บอย สกล" หอบหลักฐานชี้แจงเรื่องเงิน !!

 

 

            “ยืนยันว่าไม่ได้ปลอมเอกสาร และไม่เคยพูดสวมรอยว่าเป็นนิสิตจุฬาฯ ในการประกอบธุรกิจ หรือทำธุรกรรมใดๆ ทั้งสิ้น ล้วนแต่ไม่เป็นความจริง” นายสกล กล่าวยืนยันหนักแน่น

            นายสกล กล่าวอีกว่า ส่วนเพื่อนที่ออกมาโพสต์เรื่องนี้ยอมรับว่ารู้จักกันจริง แต่ก็ไม่ได้สนิทสนม และไม่เคยเข้าไปนั่งเรียนในคลาสกับเพื่อนดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบกับชีวิตอย่างมาก เดินไปไหนมีแต่ถูกตราหน้าว่าเป็นคนไม่ดีไปแล้ว ยืนยันว่าผมไม่ได้เป็นคนทำเรื่องโกงเงิน ม.บูรพา และปลอมแปลงสิทธิเข้าไปเรียนที่จุฬาฯ ไม่เป็นความจริง

 

            ต่อมาเวลา 16.20 น. นายสกล เอี่ยมสะอาด หรือ บอย กล่าวภายหลังมอบหลักฐานให้กับทางตำรวจ ว่า หลังจากออกมาชี้แจงในวันนี้คนจะเชื่อหรือไม่เชื่อ ก็แล้วแต่เขาเป็นคนตัดสินเป็นสิทธิของเขา ที่ผมออกมาชี้แจงวันนี้แค่เรื่องเงินและเรื่องที่คนสงสัยยังคาใจกันอยู่ ส่วนบุคคล 2 คนที่แจ้งความ คนแรกเป็นผู้ดูแลกิจกรรมด้านการเงินที่ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อด้วยข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา อีกคนตนไม่รู้จัก ทราบแต่เพียงว่ามีตัวตนเป็นบุคคลที่โพสต์ข้อความกล่าวหาว่าตนเป็นคนเอาเงินไป ในข้อหาตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

            นอกจากนี้ยังได้ชี้แจงเรื่องที่คิดว่าตัวเองทำผิด โดยนายสกล กล่าวว่า เรื่องจุฬาฯ ผมคิดว่าผมผิด เพราะเราไปเดินในขบวนของเขาทั้งๆที่เราไม่ใช่นิสิต ผมรู้สึกผิดและละอาย ที่ตัดสินใจถือป้ายในตอนนั้น เพราะคิดว่าไม่เสียเงิน

            เมื่อถามว่าเป็นไปได้ไหมที่เราอาจจะสร้างภาพสร้างตัวตน นายสกล กล่าวว่า เขาอาจจะคิดกันไปเอง

            ด้าน พ.ต.ท.ศุภชัย เปิดเผยว่า นายสกล เข้าแจ้งความในข้อหา หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา หลังจากนี้จะทำการสอบปากคำและรวบรวมหลักฐาน พร้อมเชิญผู้ที่ถูกแจ้งความ และพิธีกรสื่อช่องหนึ่ง ที่เป็นผู้สัมภาษณ์กับผู้ที่ให้ข้อมูลผ่านรายการ พร้อมทั้งตรวจสอบว่าคลิปรายการดังกล่าวมีการตัดต่อหรือไม่ ส่วนจะเข้าข่ายความผิด พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์หรือไม่นั้น ต้องขอตรวจสอบต่อไป

 

 

-----------------------------

(ข่าวโดย กรกมล อักษรเดช)