"บิ๊กแป๊ะ" กำชับพงส.ทำคดีหญิงวัย 72 รอบคอบ

อาชญากรรม  :  12 ต.ค. 2561

ผบ.ตร. กำชับให้ความเป็นธรรมสองฝ่าย หลังหญิงวัย 72 เสียชีวิตขณะร้อยไหมใบหน้า เน้นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ ขณะที่ผลตรวจนิติเวชพบตับแตก-ซี่โครงหัก

คลิปที่ 1

 

            ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2561 พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีหญิงวัย 72 ปี เสียชีวิตจากการเสริมความงามด้วยการร้อยไหมบริเวณใบหน้า ภายในคลินิกแห่งหนึ่งในพื้นที่เขตวังทองหลาง ว่า ผู้ตายมาทำการรักษาด้วยการร้อยไหมบริเวณใบหน้า จากนั้นแพทย์ผู้ทำการรักษาได้ฉีดยาชา เพื่อทำการรักษา ปรากฏว่า ผู้ตายแพ้ยาและเสียชีวิตในเวลาต่อมา (อ่านข่าว : ยายวัย 72 ช็อกดับคาคลินิกเสริมความงาม !!)

 

 

 

            ทั้งนี้ จากการตรวจสอบสถานที่ตั้งคลินิกที่ทำการรักษาของ นายแพทย์ธนพล ทองประเสริฐ ได้นำใบอนุญาต สาขาเวชกรรม มาแสดงต่อพนักงานสอบสวน จากนั้นได้ทำการชันสูตรพลิกศพ และทำการสืบสวนสอบสวนหาสาเหตุการตายที่แท้จริง รวมทั้งรวบรวมพยานหลักฐาน ถ่ายภาพ พร้อมกับสอบปากคำพยานที่เกี่ยวข้องประกอบสำนวนการสอบสวนตามกฎหมายต่อไป 

            รองโฆษก ตร. กล่าวอีกว่า พนักงานสอบสวนได้สอบปากคำพยาน และรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง และคงต้องรอผลการชันสูตรพลิกศพจากแพทย์ และผลการตรวจจากเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แน่ชัด มาประกอบสำนวนการสอบสวน และขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนหรือผู้ใช้บริการในลักษณะนี้ให้ตรวจสอบความถูกต้องและความน่าเชื่อถือ รวมทั้งความชำนาญเฉพาะทางและการรับรองจากสถาบันทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้อง ก่อนจะเข้าไปรับบริการ 

            “พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ได้กำชับให้พนักงานสอบให้ดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานและสอบสวนด้วยความรอบคอบ รวดเร็ว เป็นธรรม อาศัยพยานหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชน” รองโฆษก ตร. กล่าว

 

 

"บิ๊กแป๊ะ" กำชับพงส.ทำคดีหญิงวัย 72 รอบคอบ

 

 

            ล่าสุดวันนี้ (12 ต.ค.) ครอบครัวหญิงอายุ 72 ปีที่เสียชีวิต ได้ติดต่อขอรับศพที่สถาบันนิติเวชโรงพยาบาลตำรวจ พร้อมปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์ หรือข้อมูลกับสื่อมวลชน โดยบอกเพียงสั้นๆว่า ต้องการนำร่างของผู้เสียชีวิตไปประกอบพิธีทางศาสนาที่วัดปรก ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นอยากให้เป็นเรื่องภายในครอบครัว รวมทั้งไม่ต้องการให้สื่อมวลชนนำเสนอข่าวเกี่ยวกับเรื่องนี้ ส่วนเรื่องการดำเนินคดีกับเจ้าของคลินิก ขอให้เป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.วังทองหลาง โดยทางญาติไม่ติดใจสาเหตุของการเสียชีวิตแต่อย่างใด

            ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับผลการชันสูตรพลิกศพของแพทย์สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ ได้ผลออกมาในเบื้องต้นคือ สาเหตุของการเสียชีวิตเกิดจากการตับแตก และพบว่ามีซี่โครงหัก ส่วนสารเคมีอื่นๆที่พบภายในร่างกาย ต้องรอผลการตรวจพิสูจน์จากห้องปฏิบัติการ (ห้องแล็ป) อีกประมาณ 15 วัน

 

 

 

            ผบก.น.4 เผยสอบแพทย์พบฉีดยาชาให้ 24 เข็ม ก่อนมีอาการผิดปกติ

            พล.ต.ต.ธีระพงษ์ วงษ์รัฐพิทักษ์ ผบก.น.4 กล่าวภายหลังการประชุมติดตามความคืบหน้าคดีหญิงวัย 72 ปี เสียชีวิตขณะเสริมความงามด้วยการร้อยไหมบริเวณใบหน้า ว่า เบื้องต้นมีการสอบปากคำแพทย์เจ้าของคลินิก พยาบาล และผู้ช่วยฯ รวมแล้ว 3 ปาก ทราบว่าผู้ตายเข้ามารับบริการตั้งแต่ช่วงบ่ายสี่โมงเย็นวานนี้ (11ต.ค.) โดยก่อนรักษามีการฉีดยาชาทั้งหมด 24 เข็ม เข็มละ 0.5 ซีซี รวมทั้งหมด 12 ซีซี. หลังจากนั้นไม่นานก็มีอาการผิดปกติ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตต้องผลการชันสูตรพลิกศพ จากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ อีกครั้ง

            ทั้งนี้ ได้สั่งให้ชุดสืบสวนสอบสวน รวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมในประเด็นที่เกี่ยวข้องเช่น เคยเปิดคลินิกที่ไหนบ้าง มีบุคลากรกี่คน แต่ละคนมีใบอนุญาตถูกต้องตามกฏหมายหรือไม่ นอกจากนี้จะต้องมีการตรวจสอบคุณสมบัติยาทุกประเภท ว่านำเข้ามาจากไหน อย่างไร รวมทั้งตรวจสอบอาคารที่ตั้งของคลินิคว่ามีความผิดเกี่ยวข้อง พ.ร.บ.อาคารด้วยหรือไม่ มีการต่อเติม ดัดแปลงหรือไม่อย่างไร

 

 

"บิ๊กแป๊ะ" กำชับพงส.ทำคดีหญิงวัย 72 รอบคอบ

 

 

            ทางด้าน พ.ต.อ.สิทธิชัย ศรีโสภาเจริญ ผกก.สน.วังทองหลาง กล่าวว่า เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่สี่โมงเย็นเมื่อวานนี้ และจากการสอบปากคำแพทย์ทราบว่า ผู้ตายเคยเข้ารับการรักษามาตั้งแต่ปี 2555 แต่เป็นคลินิกอีกสาขา เป็นคนรู้จักกันมาก่อน โดยเคยศัลยกรรมใบหน้า แต่เมื่อวานเป็นการร้อยไหม โดยการร้อยไหมขั้นตอนแรกจะมีการแปะยาชา ซึ่งได้มีการทดสอบแล้วได้ผล และไม่มีอาการแพ้ จึงทำการฉีดยาชา หลังจากฉีดยาเสร็จแพทย์ก็ไปเข้าห้องน้ำ พยาบาลผู้ช่วยจึงแจ้งว่า คนไข้มีอาการผิดปกติ มีความดันต่ำ ดังนั้น จึงทำการปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนจะประสานโรงพยาบาลใกล้เคียงมาช่วย

            “ทราบว่า ประมาณทุ่มครึ่ง ทางคลินิกฯ ได้โทรหาหมายเลขฉุกเฉิน1669 ปรากฏว่า ผู้ตายเสียชีวิตแล้ว จากการสอบถามแพทย์เจ้าของคลินิก ทราบว่า คลินิคแห่งนี้เป็นแห่งที่สอง ซึ่งอยู่ระหว่างการขออนุญาตเปิดกิจการสถานพยาบาล เบื้องต้น พนักงานสอบสวน มีการแจ้งข้อกล่าวหาประกอบกิจการสถานพยาบาล โดยไม่ได้รับอนุญาต มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 1 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนกฎหมายอาญา ว่าด้วยกระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายนั้น พนักงานสอบสวนขอเวลารวบรวมพยานหลักฐานให้ชัดเจนก่อน” 

            อย่างไรก็ตาม หลังจากนี้จะต้องมีการตรวจสอบสถานบริการ สถาพยาบาลทุกประเภทในพื้นที่ว่ามีการได้รับอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ถ้าไม่มีใบอนุญาตก็จะมีการกวดขันจับกลุ่มต่อไป

 

 

"บิ๊กแป๊ะ" กำชับพงส.ทำคดีหญิงวัย 72 รอบคอบ