"บิ๊กโจ๊ก"ยันไม่กังวลใจคดีแหม่ม เกาะเต่า  รอสถานทูตประสาน

 "บิ๊กโจ๊ก"ยันไม่กังวลใจคดีแหม่ม เกาะเต่า  รอสถานทูตประสาน

 “บิ๊กโจ๊ก”ยันไม่กังวลใจคดีแหม่ม เกาะเต่า  รอสถานทูตประสานให้พนักงานสอบสวนไทยสอบปากคำผู้เสียหาย หรือจะเดินทางมาให้ปากคำเอง คาดใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือน แจงยังไม่มีพยานหลักฐานเพิ่มจากเดิม

 

            จากกรณีแหม่มสาวเมืองผู้ดีวัย 19 ปี ออกมาแฉให้ข้อมูลจนกระฉ่อนว่อนโซเชียล ปมถูกข่มขืน บริเวณหาดทรายรี ต.เกาะเต่า จุดเดียวกับที่เกิดคดีครึกโครม เมื่อปี 2557 น.ส.ฮานนา วิคตอเรีย วิทเธอริดจ์ ถูกคนร้ายข่มขืนแล้วฆ่าตาย พร้อม นายเดวิด วิลเลียม มิลเลอร์ เพื่อนชาย โดยอ้างว่าเมื่อคืนวันที่ 25 มิ.ย. เข้าสู่วันใหม่วันที่ 26 มิ.ย. 61 ได้เดินทางมาท่องเที่ยวกับเพื่อนที่หาดทรายรี ต.เกาะเต่า อ.เกาะพะงัน แล้วถูกชายแปลกหน้าวางยาจนไม่รู้สึกตัวเเละถูกข่มขืน หลังจากนั่งดื่มที่บาร์แห่งหนึ่ง จากนั้นวันที่ 27 มิ.ย. ได้ไปแจ้งกับพนักงานสอบสวน สภ.เกาะพะงัน เเต่ตำรวจไม่ลงข้อมูลเรื่องการข่มขืน ลงแต่เพียงว่าโทรศัพท์มือถือไอโฟน 7 พลัส เงินสด 3,000 บาท และบัตรเดบิตจำนวน 4 ใบหายไปเท่านั้น

              ความคืบหน้าเมื่อเวลา 19.20 น. วันที่ 16 กันยายน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. เปิดเผยความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่า ตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการทำงานอย่างใกล้ชิตกับสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย สิ่งสำคัญอันดับแรกทางสถานทูตอังกฤษประจำประเทศไทย ไม่มีความกังวลใจเรื่องนี้เนื่องจากทางสถานทูตมีความเชื่อมั่นในการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจไทย ซึ่งขณะนี้รอทางสถานทูตอังกฤษ แจ้งกลับมาว่าต้องการให้พนักงานสอบสวนของไทยไปสอบปากคำผู้เสียหายที่ประเทศอังกฤษ หรือจะให้ผู้เสียหายเดินทางมาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนเอง ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือนในส่วนนี้มีการประสานกับทางสถานทูตอังกฤษอยู่ตลอด ซึ่งจะเห็นได้ว่าสื่อของประเทศอังกฤษไม่มีความเคลื่อนไหวเพราะมั่นใจในการทำงานของเจ้าหน้าที่ไทย การทำงานในวันนี้จึงเป็นการทำใน 2 ส่วนพร้อมกันส่วนแรกเป็นการเร่งรัดหาพยานหลักฐานที่จะให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายให้มากที่สุด ส่วนที่ 2 เป็นการปกป้องชื่อเสียงของประเทศไทย หากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นจริงก็ต้องทำคดีให้ แต่หากไม่เป็นความจริงก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย แต่ประเด็นหลักตอนนี้คือทางผู้เสียหายยังไม่ได้เข้ามาให้ปากคำกับพนักงานสอบสวน ซึ่งทางสถานทูตจะต้องเป็นผู้ดำเนินการเร่งรัดให้กับเจ้าหน้าที่ไทย

    

     พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า  สำหรับพยานหลักฐานตอนนี้ยังไม่มีเพิ่มไปจากเดิมที่มีอยู่ แต่หากมีพยานหลักฐานใหม่ที่สามารถระบุได้ว่ามีเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงก็ต้องทำคดีให้เหมือนกับที่ทำในทุกคดีที่ผ่านมา ยืนยันว่าไม่มีการเลือกปฏิบัติอย่างแน่นอน ทั้งนี้ทั้งนั้นหากผู้เสียหายประสงค์ที่จะดำเนินคดีทางสถานทูตอังกฤษได้มีการแจ้งไปยังผู้เสียหายแล้วว่าต้องมาในช่องทางที่ถูกต้อง คือผ่านทางสถานทูตอังกฤษ หรือมาให้การกับพนักงานสอบสวน ไม่ใช่ไปให้การกับสำนักพิมพ์ต่างๆ ไปให้ปากคำได้ไปพูดได้แต่การดำเนินคดีจะต้องมาในช่องทางของกฎหมายเท่านั้น 


เปิดอ่าน