รวบ เสธ. พร้อมสมุนอำพรางคดีฆ่าประธานบริษัท

ตำรวจกองปราบฯ แกะรอยรวบอดีต เสธ. วัย 62 ปี พร้อมสมุน รวม 4 ราย จ้างวานฆ่าประธานบริษัทธุรกิจให้บริการระบบโซลาร์เซลล์แบบครบวงจร พบหลักฐานอื้อ

               จากกรณีมีคนร้ายขับรถเก๋ง ฮอนด้า ซีวิค ไล่ตามรถเก๋ง ฮอนด้า แอคคอร์ด ประจำตำแหน่งของ ดร.อัครนันท์ มงคลชลสวัสดิ์ อายุ 56 ปี ประธาน บริษัทธุรกิจให้บริการระบบโซลาร์เซลล์ แบบครบวงจร มาตามถนนซอยมังกรนาคดี ถึงสะพานข้ามคลองก่อนถึงทางเข้าหมู่บ้าน ต.แพรกษา อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่ผู้ตายพักอาศัยอยู่ หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายเปิดประตูลงจากรถมาโต้เถียงอย่างรุนแรง จนถึงขั้นชกต่อยกัน ก่อนที่คนร้ายจะวิ่งกลับไปที่รถแล้วหยิบอาวุธปืนขนาด 11 มม. ออกมากระหน่ำยิงผู้ตายจนเสียชีวิต เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 พ.ย. 60 เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า ปมสังหารมาจากสาเหตุที่ผู้ตายและคนร้ายอาจมีปัญหาขับรถปาดหน้า และเกิดเฉี่ยวชนกันจนถึงขั้นลงมือฆ่ากันตาย และปัญหาเรื่องธุรกิจและเรื่องส่วนตัวของผู้ตาย

 

 

 

               สำหรับความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 13 ก.ย. 61  พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ได้สั่งการ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. พ.ต.อ.จรูญเกียรติ ปานแก้ว พ.ต.อ.จิรภพ ภูริเดช พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรามัย พ.ต.อ.ศิร์ธัชเขต ครูวัฒนเศรษฐ์ รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.อรุณ วชิรศรีสุกัญญา ผกก.2 บก.ป. พ.ต.อ. แมน เม่นแย้ม ผกก.4 บก.ป. ตั้งชุดสอบสวนขึ้นมาประสานกับตำรวจ บก.สส.ภ.1 เพื่อสืบสวนร่วมคลี่คลายคดีสังหาร ดร.อัครนันท มงคลชลสวัสดิ์ ตั้งแต่บริเวณจุดเกิดเหตุ ซึ่งที่ผ่านมาได้มีการสืบสวนมาโดยตลอด

               ทั้งนี้ มีรายงานเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้เข้าจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าวเอาไว้ได้ จำนวน 4 ราย คือ นายวิฑูรย กรีธาธร หรือ สจ.เก่ง อดีต สจ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี อายุ 38 ปี บ้านเลขที่ 68/3 หมู 9 ต.กลัดหลวง อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี ตามหมายจับ ศาลจังหวัดสมุทรปราการ ที่ 268/2561 ลงวันที่ 6 เม.ย. 2561 ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ได้ที่หน้าบ้าน หมู่บ้าน ต.ถนนขาด อ.เมือง จ.นครปฐม พร้อมตรวจยึดอาวุธปืนขนาดต่างๆ เอาไว้ได้ จํานวน 5 กระบอก

               รายที่ 2 เจ้าหน้าที่ยังได้เข้าจับกุม พ.อ.สมศักดิ์ มุ่ยแฟง หรือ เสธ.มุ่ย นายทหารนอกราชการ อายุ 62 ปี บ้านเลขที่ 199/ 158 ม.6 ต.ทุ่งสุขลา อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้ที่บริเวณหน้าอาคาร แขวงบางกะปิ เขตห้วยขวาง กทม. ตามหมายจับของศาลสมุทรปราการ ในข้อหาผู้ใช้จ้างวาน

 

 

 

               รายที่ 3 เข้าจับกุม นายโชติทิวัตถ จิรภัทรพุฒิธนา อายุ 44 ปี เจ้าของบริษัท ฟ้าชัย วิศวกรรม จํากัด เลขที่ 1299 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวง รัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพฯ ส่วนรายที่ 4 เข้าจับกุม นายวราวุฒิ ผาสุข อายุ 43 ปี บ้านเลขที่ 26 หมู 4 ต.ห้วยแม่เพรียง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ได้บริเวณ ริมถนนบริภัทร ต.ท่าราบ อ.เมือง จ.เพชรบุรี

               จากการสืบสวนทราบว่า สาเหตุที่เกิดขึ้น กลุ่มคนร้ายได้วางแผนเพื่อเป็นการอำพรางคดี โดยทำให้เป็นเรื่องทะเลาะวิวาท อันมีสาเหตุมาจากการขับรถเฉี่ยวชนกัน จนถึงขั้นลงมือฆ่ากันตาย แต่จากการสืบสวนทราบว่า สาเหตุที่แท้จริงมาจากปมขัดแย้งภายในบริษัทพลังงานโซลาร์เซลล์ ที่ผู้ตายดำรงตำแหน่งประธานบริษัทอยู่ ต่อมาภายหลังต้องการที่จะแยกตัวออกมาจากบริษัทดังกล่าว ที่มีผู้ใช้จ้างวานเป็นหุ้นส่วนใหญ่อยู่ในบริษัท ซึ่งก็ทำให้บริษัทเกิดปัญหาความน่าเชื่อถือ เนื่องจากผู้ตายมีความเชี่ยวชาญในระบบพลังงานโซลาร์เซลล์ ที่ลูกค้าเกิดความเชื่อมั่นและไว้ใจ หากผู้ตายไม่อยู่ บริษัทก็ไม่สามารถที่จะดำเนินธุรกิจต่อไปได้ จนถึงขั้นทำให้มีการวางแผนลงมือสังหาร โดยมีการเรียกใช้มือปืนจากซุ้มนักการเมืองใหญ่ของจังหวัดเพชรบุรี เข้ามารับงาน นอกจากนี้ยังทราบด้วยว่า การว่าจ้างรับงานครั้งนี้มีการจ่ายเงินให้ในราคา 4 แสนบาท

               นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังรายงานด้วยว่า กลุ่มคนร้ายไม่มีความเกรงกลัวต่อกฎหมายแต่อย่างใด เพราะถึงจะทราบว่าผู้ตายนั้น นอกจากจะเป็นวิศวกรที่มีชื่อเสียงแล้ว ก็ยังเป็นบิดาของผู้พิพากษาท่านหนึ่งอีกด้วย แต่ก็ไม่เกรงกลัวจึงลงมือก่อเหตุดังกล่าว

 

 

 

รวบ เสธ. พร้อมสมุนอำพรางคดีฆ่าประธานบริษัท

 

 

 

รวบ เสธ. พร้อมสมุนอำพรางคดีฆ่าประธานบริษัท

 

 

 

รวบ เสธ. พร้อมสมุนอำพรางคดีฆ่าประธานบริษัท

 

 

 

รวบ เสธ. พร้อมสมุนอำพรางคดีฆ่าประธานบริษัท

 

 

 

รวบ เสธ. พร้อมสมุนอำพรางคดีฆ่าประธานบริษัท

 

 

 

รวบ เสธ. พร้อมสมุนอำพรางคดีฆ่าประธานบริษัท

 

 

 

               รายงานข่าวแจ้งว่า เบื้องต้นในชั้นจับกุม ผู้ต้องหาบางรายให้การรับสารภาพว่าลงมือก่อเหตุจริง โดยอ้างว่าที่ต้องฆ่า เนื่องจากหากฝั่งตนไม่ทำ ก็อาจจะถูกฆ่าเสียก่อน อย่างไรก็ตาม ผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย ถูกนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ท้องที่ที่เกิดเหตุดำเนินคดีแล้ว ทั้งนี้ นายโชติทิวัตถ์ จิรภัทรพุฒิธนา หรือ บอย เป็นผู้ต้องหารายเดียวที่ได้รับการประกันตัวในชั้นสอบสวน โดยวันนี้ตำรวจเรียกนายโชติทิวัตถ์มาสอบปากคำที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ อีกครั้ง นอกจากนี้จะนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปฝากขังที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการในวันที่ 14 ก.ย. ต่อไป