เดินสวนกัน! เพี้ยนจ้วงมีดแทงคอหนุ่มเยอรมันสาหัส

อาชญากรรม  :  11 ก.ย. 2561

รวบหนุ่มวัย 41 ชักมีดแทงคอหนุ่มใหญ่สัญชาติเยอรมันวัย 63 ขณะเดินขึ้นลงสถานีบีทีเอสหมอชิต พบมีอาการคล้ายเมายา

 

               รวบทันควันคนร้ายวัย 41 ชักมีดแทงคอหนุ่มใหญ่สัญชาติเยอรมันวัย 63 ขณะเดินขึ้นลงสถานีบีทีเอสหมอชิต เมียคนเจ็บเผยไม่รู้จักคนก่อเหตุ ยันไม่เคยมีเรื่องบาดหมาง ด้านตำรวจเผยคนร้ายมีอาการคล้ายเมาสารเสพติดแต่ตรวจร่างกายไม่พบ จ่อนำตัวส่งเเพทย์

 

               เมื่อเวลา 13.26 น. วันที่ 11 กันยายน 2561 ขณะที่ ร.ต.ท.นิพนธ์ สิงห์ทอง รอง สว.จร.สน.บางซื่อ ปฏิบัติหน้าที่ รับแจ้งเหตุมีผู้ชายใช้อาวุธมีดแทงชาวต่างชาติได้รับบาดเจ็บ บริเวณทางเดินบันไดทางขึ้น-ลงสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสหมอชิต ประตู 2 ถนนพหลโยธินขาออก แขวงและเขตจตุจักร กรุงเทพฯ จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบพร้อมรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พ.ต.อ.วิรดล ทับทิมดี ผกก.สน.บางซื่อ พ.ต.ท.ปริญญา กลิ่นเกษร รอง ผกก.ป.สน.บางซื่อ ตำรวจสายตรวจ สน.บางซื่อ

 

                ที่เกิดเหตุพบผู้บาดเจ็บ Mr.Peter Specht อายุ 63 ปี ชาวเยอรมัน ถูกอาวุธมีดแทงเข้าที่ลำคอฝั่งขวา แผลยาวประมาณ 2 ซม. จนมีเลือดไหล จึงรีบนำตัวส่ง รพ.เปาโล เพื่อการรักษา โดยทางตำรวจสามารถจับกุมตัวนายวินัย หอมเนียม อายุ 41 ปี ชาว จ.สุรินทร์ ผู้ต้องหาพร้อมอาวุธมีดพกสั้นแบบพับ ยาวประมาณ 5 นิ้ว ไว้ได้ ก่อนนำตัวสอบสวนที่ สน.บางซื่อ

 

               ที่เกิดเหตุบริเวณทางเท้าใกล้ทางลงรถไฟฟ้าสถานีหมอชิต พบรอยเลือดหยดเป็นทาง ทั้งนี้จากการสอบสวนทราบว่า ขณะที่ชายชาวต่างชาติสัญชาติเยอรมัน อายุ 63 ปี ได้เดินอยู่กับภรรยา ได้เดินสวนกันกับผู้ก่อเหตุบนทางเท้าธรรมดา มีผู้ชายโพกหัวด้วยผ้าขนหนูสีแดง สวมเสื้อสีเทา กางเกงสีดำ เดินสวนมา

 

 

เดินสวนกัน! เพี้ยนจ้วงมีดแทงคอหนุ่มเยอรมันสาหัส

 

 

               จากนั้นได้ใช้มีดพับความยาวประมาณ 5 นิ้ว ที่พกติดตัวมาแทงชายชาวต่างชาติได้รับบาดเจ็บ ก่อนคนร้ายจะถูกพลเมืองดีซึ่งเป็นผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างช่วยกันจับตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้มาปฐมพยาบาลเบื้องต้น พบว่ามีบาดแผลบริเวณลำคอยาว 2 เซนติเมตร จึงเร่งนำส่ง รพ.เปาโล พหลโยธิน

 

               สอบสวนนางพินสุดา (ไม่ทราบนามสกุล) ภรรยาผู้บาดเจ็บ ให้การด้วยความตกใจว่า ตนและสามีไม่รู้จักกับคนร้ายรายนี้มาก่อน แล้วไม่ทราบสาเหตุโกรธเคืองอะไรถึงต้องทำร้ายสามี อย่างไรก็ตามทางผู้เสียหายสามารถพูดคุยได้ปกติ แต่ต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ อีกทั้งต้องทำการสอบสวนผู้ต้องหาอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

 

               จากการสอบถามพยานให้การว่า ผู้เสียหายได้เดินมากับภรรยา ขณะเดินสวนกันกับผู้ก่อเหตุ จู่ๆ ผู้ก่อเหตุก็ได้ชักมีดพับออกจากกระเป๋ากางเกงมาแทงผู้บาดเจ็บที่บริเวณลำคอ แล้วก็เก็บมีดใส่กระเป๋าและเดินไปยืนรอรถเมล์ ผู้เห็นเหตุการณ์ขับวิน จยย.รับจ้างอยู่บริเวณใกล้เคียงได้ช่วยกันจับกุมผู้ก่อเหตุ

 

 

เดินสวนกัน! เพี้ยนจ้วงมีดแทงคอหนุ่มเยอรมันสาหัส

 

 

               ด้าน พ.ต.อ.วิรดล เปิดเผยว่า ตำรวจรับแจ้งเหตุชาวต่างชาติถูกอาวุธมีดแทงบริเวณลำคอ มีพลเมืองดีจับคนร้ายไว้ได้ คนร้ายได้ใช้อาวุธมีดลักษณะคล้ายมีดพกพับแทงเข้าที่บริเวณลำคอขณะที่ชาวต่างชาติเดินอยู่ ส่วนมูลเหตุจูงใจยังไม่ทราบว่าเกิดจากสาเหตุอะไร โดยหลังเกิดเหตุทั้งคู่ได้เดินแยกออกจากกัน ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีประชาชนอยู่เยอะ พลเมืองดีจึงช่วยกันจับกุมตัวไว้ได้ ตรวจค้นในตัวพบอาวุธมีด จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ที่อยู่บริเวณนั้นให้มาควบคุมตัว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวชายคนดังกล่าวไปที่ สน.บางซื่อ อย่างไรก็ตามยังไม่ได้สอบปากคำ เนื่องจากยังมีอาการเบลอ

 

               จากการตรวจสอบภายในตัวคนร้ายพบมีดพกที่ใช้ก่อเหตุ นอกจากนี้ยังพบบัตรประชาชน จำนวน 2 ใบ ใบแรกระบุชื่อนายอดิศัย ดิษคุ้ม อายุ 48 ปี อยู่บ้านเลขที่ 51/33 ม.5 อ.บางกรวย จ.นนทบุรี ส่วนบัตรอีกใบระบุชื่อนายวินัย หอมเนียม อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 ม.22 ต.พรมเทพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ได้ให้การวกไปวนมา บอกแต่เพียงว่า เป็นคน จ.สุรินทร์ กำลังไปอู่ ที่ จ.นนทบุรี สภาพเหมือนคนเมายาเสพติด จึงได้นำตัวมาสอบสวนอย่างละเอียดและตรวจหาสารเสพติด เบื้องต้นไม่พบสารเสพติด

 

 

เดินสวนกัน! เพี้ยนจ้วงมีดแทงคอหนุ่มเยอรมันสาหัส

 

 

               โดยขณะที่นำตัวมาห้องฝ่ายสืบสวน เพื่อตรวจสอบประวัติ ชายดังกล่าวได้บอกว่า ไม่ได้ทำ มีดมันติดอยู่ที่ผ้าขนหนู แล้วผมกำลังจะเอาผ้าขนหนูเช็ดหน้า แต่มีดสะบัดไปโดน เมื่อถามถึงแผ่นป้ายพลาสติกที่คล้องคอชายดังกล่าวได้บอกว่า รถ จยย.ผมล้ม กระดูกเคลื่อน จึงได้ทำแบบนี้

 

               ด้านนายกฤตชัย พิสิตโชติปรีดา อายุ 58 ปี ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์และโทรแจ้งเหตุ กล่าวว่า จังหวะเกิดเหตุบริเวณดังกล่าวไม่มีคนพลุกพล่าน ตนเห็นคนร้ายเดินสวนทางกับชายชาวต่างชาติ ก่อนที่คนร้ายจะยื่นมือที่มีผ้าห่อไว้แทงไปที่บริเวณลำคอของชาวต่างชาติ ซึ่งตอนแรกไม่รู้ว่าเอามีดจิ้มแทง เมื่อชาวต่างชาติเดินผ่านไป มีคนร้องว่ามีเลือด จึงทำให้รู้ว่าถูกทำร้าย จากนั้นวินจยย.รับจ้างที่อยู่ใกล้เคียง 4 คน จึงไปช่วยกันจับตัวคนร้ายที่ยืนอยู่บริเวณใกล้เคียง ตนจึงวิ่งตามไปช่วยเพราะกลัวว่าคนร้ายจะหยิบมีดขึ้น จากนั้นได้พาคนร้ายมาที่ริมรั้ว จากนั้นจึงค้นหามีดจนพบของกลางเป็นมีดพับมีผ้าพันไว้ด้วย และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ให้เข้าตรวจสอบ

 

 

เดินสวนกัน! เพี้ยนจ้วงมีดแทงคอหนุ่มเยอรมันสาหัส

 

 

               ด้านนายปัญญา ชมอินทร์ อายุ 40 ปี ผู้ขับขี่รถจยย.รับจ้าง ซึ่งเป็นพลเมืองดีที่ช่วยกับจับตัวคนร้ายไว้ กล่าวว่า คนร้ายกับชายชาวต่างชาติเดินสวนทางกัน ไม่ได้มีการพูดคุยกันเลย ก่อนที่คนร้ายจะใช้อาวุธมีดแทงไปที่ชาวต่างชาติเข้าที่บริเวณลำคอ ซึ่งขณะเกิดเหตุไม่รู้ว่าชายชาวต่างชาติโดนแทง จนกระทั่งเห็นเลือดหยด จึงช่วยกันกับเพื่อนวินจยย.รับจ้างวิ่งไปจับตัวคนร้าย

 

               ทั้งนี้หลังคนร้ายก่อเหตุไม่ได้วิ่งหลบหนี แต่ได้พับมีดเก็บไว้แล้วเดินจากไปเฉยๆ ตอนไปจับคนร้ายปฏิเสธว่าไม่ได้ทำ ไม่รู้เรื่องอะไร แต่เขาได้เก็บมีดไว้ในกระเป๋า ทั้งนี้คนร้ายไม่กล้าขัดขืนเพราะคนที่ไปช่วยกันจับมีเยอะกว่า นอกจากนี้ก็ได้ช่วยหาผ้ามาให้ชาวต่างชาติเพราะเห็นเลือดออกเยอะ เพื่อห้ามเลือดไว้

 

               ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบที่เกิดเหตุ และควบคุมตัวผู้ก่อเหตุไปที่ สน.บางซื่อ เพื่อสอบปากคำหาสาเหตุและดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

 

 

เดินสวนกัน! เพี้ยนจ้วงมีดแทงคอหนุ่มเยอรมันสาหัส

 

 

               พ.ต.อ.วิรดล เปิดเผยกรณีชายก่อเหตุแทงคอชาวเยอรมันจนได้รับบาดเจ็บ ว่า จากการตรวจสอบทราบชื่อผู้ก่อเหตุคือนายวินัย หอมเนียม อายุ 41 ปี อยู่บ้านเลขที่ 12 ม.22 ต.พรมเทพ อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ขณะนี้ยังให้การวกวนไปมาอยู่ ระบุเพียงสั้นๆ ว่า ตนเองเป็นชาวสุรินทร์ กำลังจะไปอยู่ย่านนนทบุรี โดยมีอาการคล้ายคนเมาสารเสพติดจึงนำไปตรวจหาสารเสพติดในร่างกาย เบื้องต้นผลตรวจไม่พบสารเสพติดในร่างกายแต่อย่างใด

 

               ขณะนี้ทางตำรวจ สน.บางซื่อ ควบคุมตัวไว้เพื่อทำการสอบปากคำอยู่ เนื่องจากยังมีอาการมึนงง ยังให้การไม่ได้ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหากับนายวินัย “ทำร้ายร่างกายผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ” หลังจากนี้จะควบคุมตัวนายวินัย ไปตรวจร่างกายที่ รพ.สมเด็จเจ้าพระยา และดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป