ยิงกรอกปากสาวใหญ่ดับสยอง !!

อาชญากรรม  :  30 ส.ค. 2561

2ร่างทรงเดือดมีปากเสียงรุนแรง ร่างทรงชายคว้าปืนยิงร่างทรงหญิงก่อนสร้างเรื่องเบี่ยงประเด็นให้พ้นผิด ตำรวจเค้นสอบนาน 2 ชม.จึงยอมรับสารภาพ คุมตัวหาปืนของกลางวันนี้

 

             เมื่อเวลา 20.30 น. วันที่ 29 สิงหาคม 2561 ร.ต.อ.รหัสชัย ศรีสุมัง รอง สารวัตร(สอบสวน)สน.คันนายาว รับแจ้งเหตุหญิงถูกระเบิดปิงปองระเบิดใส่หน้าเสียชีวิต ภายในบ้านเลขที่ 20 ซ.ร่วมมิตรพัฒนา 10 แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. จึงรายงานผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อม พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.คมศักดิ์ สุมังเกษตร รอง ผบก.น.2 พ.ต.อ.สิงห์ สิงห์เดช ผกก.สน.คันนายาว พ.ต.ท.พงษ์สิทธิ์ ปาลาพงศ์ สว.สส.สน.คันนายาว ฝ่ายสืบสวน สน.คันนายาว กองพิสูจน์หลักฐาน แพทย์ รพ.ตร. และเจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง และเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด กองบังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ (EOD)

 

 

 

             ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ชั้นเดียวยกสูง บริเวณใต้ถุนบ้านพบศพ นางมานิต คงวิเศษ อายุ 55 ปี สวมเสื้อลายดอก กางเกงขาสามส่วนสีดำ นอนเสียชีวิตจมกองเลือดอยู่ที่พื้น จากการตรวจสอบพบบาดแผลฉกรรจ์บริเวณปาก ตั้งแต่จมูกลงมาถึงคาง เลือดไหลนองเต็มพื้น เพื่อความปลอดภัยเจ้าหน้าที่จึงกันพื้นที่ไม่ให้ผู้ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเข้าไปด้านใน เพราะเกรงว่าจะมีวัตถุระเบิดหลงเหลืออีก จากการตรวจสอบของทางเจ้าหน้าที่ EOD ระบุว่าที่เกิดเหตุไม่พบสะเก็ดระเบิด หรือส่วนประกอบของวัตถุระเบิดแต่อย่างใด

 

 

ยิงกรอกปากสาวใหญ่ดับสยอง !!

 

 

             จากการสอบสวน นางศศิธร เริงพงษ์พันธ์ อายุ 45 ปี ผู้อยู่ในเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเวลาประมาณ 19.45 น. ตนและนางมานิต ได้เดินทางมาที่บ้านของนายวิโรจน์ สำราญเกศ อายุ 50 ปี ซึ่งตนทราบเพียงว่าเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธา สำนักงานเขตสายไหม และรับทำพิธีสะเดาะห์เคราะห์ ซึ่งตนเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก แต่นางมานิต รู้จักกับนายวิโรจน์และเคยมาแล้วหลายครั้ง ขณะที่ตนและนายวิโรจน์ กำลังทำพิธีอยู่หลังบ้าน ส่วนนางมานิต นั่งรออยู่ที่ม้าหินใต้ถุนบ้าน เมื่อเสร็จพิธีตนกำลังเปลี่ยนเสื้อผ้า จู่ๆก็ได้ยินเสียงคล้ายระเบิดดังขึ้น 1 ครั้ง ตนจึงวิ่งออกมาดูก็เห็นนางมานิต นั่งอยู่ที่ม้าหินมีเลือดออกบริเวณใบหน้า ตนจึงวิ่งออกมาตามรถแท็กซี่ เมื่อกลับมาถึงก็เห็นนางมานิตล้มอยู่ที่พื้นบ้าน

 

 

             มีรายงานว่าหลังเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายวิโรจน์ ที่อยู่ในสภาพเสื้อเปื้อนเลือด และนางศศิธร ไปสอบสวนที่ สน.คันนายาว โดยเจ้าหน้าที่ใช้เวลาเค้นสอบนานกว่า 2 ชั่วโมง จนนายวิโรจน์ยอมรับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือก่อเหตุยิงนางมานิต หลังจากยิงเสร็จได้นำปืนโยนทิ้งคลองระบายน้ำหลังบ้าน แล้วมาอุ้มศพไว้เพื่อให้คนที่มาพบเชื่อว่าตนเข้ามาช่วยผู้ตาย อย่างไรก็ตาม พล.ต.ต.เอกชัย อยู่ระหว่างการสอบสวนนายวิโรจน์ อย่างละเอียดอีกครั้งที่ สน.คันนายาว

 

 

ยิงกรอกปากสาวใหญ่ดับสยอง !!

 

 

             ต่อมาเมื่อเวลา 00.20 น. พล.ต.ต.เอกชัย เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ใช่เหตุระเบิดตามที่รับแจ้งเบื้องต้น แต่เป็นเหตุที่ผู้ต้องหาสร้างเรื่องขึ้นมาเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นเพื่อให้ตัวเองพ้นผิด โดยทางผู้ต้องหารับสารภาพแล้วว่าเป็นร่างทรงและรับงานคู่กับผู้ตาย ส่วนสาเหตุเบื้องต้นผู้ต้องหาระบุว่า ก่อนเกิดเหตุได้มีปากเสียงกับผู้ตาย ถูกต่อว่าเกี่ยวกับการทำพิธีสะเดาะเคราะห์จนทำให้เกิดบันดาลโทสะ จึงลงมือก่อเหตุ ส่วนพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุได้ให้การสอดคล้องกัน แต่ที่ต้องให้การไปก่อนหน้านี้ โดยระบุว่าไม่เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเพราะผู้ก่อเหตุบังคับให้พูด

 

 

             อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นได้แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ทั้งนี้ได้ประสานกองพิสูจน์หลักฐานมาเก็บคราบเขม่าดินปืนผู้ที่อยู่ในที่เกิดเหตุทุกคนแล้ว และในวันที่(30 ส.ค.) เวลาประมาณ 10.00 น. จะนำเจ้าหน้าที่ไปค้นหาปืนจุดที่คนร้ายระบุว่าโยนทิ้งต่อไป