เร่งตามแท็กซี่รับนักไวโอลินดังก่อนหายตัวปริศนา

เร่งตามแท็กซี่รับนักไวโอลินดังก่อนหายตัวปริศนามาสอบ-พบคนหน้าคล้ายอยู่รพ.นพรัตฯ

คลิปที่ 1

 

             เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 13 สิงหาคม พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบก.ทท. เปิดเผยถึงความคืบหน้าการติดตามตัว นายเนียน จัน อู อายุ 39 ปีนักไวโอลินชาวเมียนมาร์ ซึ่งเป็นหลานชาย สมาชิกสภาชาติพันธ์เมียนมาร์ โดยเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยเพื่อพบกับแฟนสาวชาวออสเตรเลีย ก่อนหายตัวจากที่พักย่านสุทธิสาร ตั้งแต่วันที่ 2 สิงหาคม ที่ผ่านมา ว่า ล่าสุดจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่สุทธิสารต่อเนื่องห้วยขวาง พบว่า นายเนียน จัน อู ขึ้นรถแท็กซี่บริเวณเดอะสตรีทมุ่งหน้าสุทธิสาร ซึ่งเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเป็นรถแท็กซี่ส่วนบุคคล หรือสหกรณ์ เพื่อติดตามตัวคนขับรถแท็กซี่มาสอบปากคำ ส่วนการตรวจสอบข้อมูลเดินทางออกนอกประเทศนั้น ยังไม่พบว่ามีการเดินทางออกไป

คลิปที่ 2

               “ในวันเกิดเหตุนั้นมี รปภ.ของโรงแรมดิเอมเมอรัลด์ เห็นนายเนียน จัน อู เดินออกจากโรงแรมที่พักของตัวเองมายังที่โรงแรมดิเอมเมอรัลด์ ท่าทางเหมือนคนเมา เดินเซไปมา และเดินวนอยู่ลานจอดรถของโรงแรมดังกล่าวหลายรอบ ทาง รปภ.เห็นก็นึกว่าเป็นพวกโจรจะมาขโมยรถ จึงเข้าไปสอบถาม แต่ก็คุยไม่รู้เรื่อง ซึ่ง รปภ.ยืนยันกับตำรวจว่าสภาพคล้ายคนเมา แต่ไม่มีกลิ่นเหล้า จากนั้นนายเนียน จัน อู ก็เดินจากลานจอดของโรงแรมดิเอมเมอรัลด์ ไปที่เดอะสตรีท โดยเข้าไปที่ประตู 2 จากนั้นก็ไปเดินวนอยู่ลานจอดรถอีก 2-3 รอบ ทาง รปภ.ก็เข้าไปสอบถาม แต่ก็สื่อสารไม่รู้เรื่องตามเคย ก่อนที่นายเนียน จัน อู จะเดินออกทางประตู 3 แล้วโบกรถแท็กซี่ สีเขียวเหลืองออกไป แต่ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน” พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าว

              พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ ยังระบุอีกว่า สำหรับคดีนี้ขอเวลาตำรวจทำงานอีกสักระยะ เพื่อตรวจสอบความชัดเจนการหายตัวไปของ นายเนียน จัน อู ว่าเกิดจากสาเหตุใด ประสบอุบัติเหตุหรือไม่อย่างไร โดยยืนยันที่ผ่านมาตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะออกทำงานตลอด 24 ชั่วโมง

            ทั้งนี้มีรายงานว่า ชุดสืบสวนที่ลงพื้นที่แกะรอยตามหา นายเนียน จัน อู ที่หายตัวไปนั้น ได้รับรายงานว่า มีคนแจ้งเบาะแสพบคนหน้าคล้ายกับนายเนียน จัน อู นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลนพรัตนราชธานี ซึ่งขณะนี้ชุดสืบสวนกำลังเดินทางไปตรวจสอบว่าเป็นคนเดียวกับที่หายไปอย่างปริศนาหรือไม่ หากมีความคืบหน้าในช่วงบ่ายวันนี้จะมีรายงานให้ผู้บังคับบัญชาเพิ่มเติมอีกครั้ง 


เปิดอ่าน