แม่บ้าน ตร.เลย วอนอดีตรอง ผบก.เลย คืนเงินให้ด้วย

แม่บ้าน ตร.เลย ระทมประกาศขายบ้าน ขายข้าวเหนียวหมูปิ้ง กู้เงินนอกระบบ วอนอดีตรอง ผบก.เลย คืนเงินให้ด้วย

สืบเนื่องจากตำรวจ ภ.จ.เลย จำนวน 192 นาย ร้องทุกข์ดำเนินคดีกับ พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รอง ผบช.สกพ. อดีต ผบก.ภ.จ.เลย พ.ต.อ.เฉลิม ยอดปทุม ผกก.อก. ภ.จว.หนองบัวลำภู นายตำรวจติดตาม (คณะทำงาน) พ.ต.อ.อุดร ชูก้าน ผจก.สหกรณ์ออมทรัพย์ ภ.จว.เลย ชักชวนเข้าร่วมโครงการกู้ร่วมหนี้กู้เงินสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย นำไปปิดหนี้ธนาคาร นำเงินไปลงทุนไปปลดหรือลดหนี้ สุดท้ายสูญเงินกว่า 229 ล้านบาท จนต้องออกมาเรียกร้องความเป็นธรรม ต่อ พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 สั่งตั้งคณะกรรมสอบสวนข้อเท็จจริง

           พบพฤติกรรมเข้าข่ายฉ้อโกงประชาชนลักษณะแชร์ลูกโซ่ ส่วน ปปง.ตรวจสอบพบเส้นทางการเงิน นำเงินลงทุนในตลาดหลักทรัพย์และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ทางคณะการสอบสวนภาค 4 ได้ แจ้งข้อกล่าวหา พล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รอง ผบช.สกพ. อดีต ผบก.ภ.จ.เลย พ.ต.อ.เฉลิม ยอดปทุม ผกก.อก. ภ.จว.หนองบัวลำภู นายตำรวจติดตาม (คณะทำงาน) ฉ้อโกงประชาชน ส่วน พ.ต.อ.อุดร ชูก้าน อดีต ผจก.สหกรณ์ออมทรัพย์ ภ.จว.เลย รอดไม่ถูกฟ้องในคดีดังกล่าว

          คามคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 ส.ค.61 ผู้สื่อข่าวได้ติดตามความคืบหน้า ที่แฟลตตำรวจหลังกองบังคับการ ตร.ภ.จว.เลย พบแม่บ้านตำรวจที่ได้รับความเดือดร้อน นั่งคุยถึงปัญหาและทางออกและปลอบใจกันเอง บางรายถึงกับอยากฆ่าตัวตาย ประกาศขายบ้าน ขี่รถ จยย.พ่วงข้างออกมาขายไก่ปิ้ง ขายปืน กู้เงินนอกระบบร้อยละ 5 มาเลี้ยงครอบครัว และส่งเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยธนาคารและสหกรณ์ฯ โครงการบริหารหนี้ เงินติดตัวให้ลูกไปโรงเรียนยังไม่มี

            นางนันธิยาภรณ์ สิงมะหาพรม อายุ 41 ปี ภรรยาดาบตำรวจท่านหนึ่ง เปิดเผยด้วยน้ำตา ว่าสามีได้เข้าร่วมโครงการบริหารหนี้ของสหกรณ์ฯ เป็นหนี้กว่า 2 ล้านบาท ของธนาคารสหกรณ์ฯ และเงินกู้สหกรณ์ฯ ฉุกเฉิน 50,000 บาท รวม 3 เด้ง ถูกหักเงินเดือน 27,000 บาท ต่อเดือนติดลบ 400บาท จนครอบครัวลำบากมาก ลูก 4 คนต้องไปโรงเรียนก็ไม่มีเงินให้ ทุกวันนี้ทุกคนในครอบครัวต้องช่วยกันรับจ้างซักเสื้อผ้า และรับจ้างตัดหญ้า ได้เงินมาพอประทังชีวิตไปวันๆ ก็ยังไม่พอค่าใช้จ่าย ต้องไปกู้เงินนอกระบบ10,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 5 บาท จ่ายเป็นรายวันๆ ละ 500 บาท เจ้าของเงินกู้จะมาเก็บทุกวันที่แฟลตตำรวจ วันไหนไม่มีก็ต้องหลบหรือขอผ่อนผัน หลังเกิดเรื่องเคยคิดฆ่าตัวตายเหมือนกันแต่ห่วงลูก 4 คน จะอยู่กันอย่างไร ส่วนสามีก็บ่นบ่อยๆ ว่าถ้าตายไปคงหักเงินที่เป็นหนี้ได้หมด ก็เพียงได้เพียงปลอมใจกันเท่านั้น

           นอกจากครอบครัวตนเองที่ลำบากแล้ว ยังมีครอบครัวตำรวจที่มานั่งคุยด้วยลำบากยิ่งกว่านี้ก็มี ถูกหักเงินเดือนติดลบ 1,000 กว่าบาท ไม่มีเงินติดตัว จนไม่เหลืออะไรต้องประกาศขายบ้านหลายราย รถก็ถูกไฟแนนซ์ยึดหรือฟ้องมากว่า 30 รายรายแล้ว ปืนก็เอาไปจำนำจนหลุด ทุกครอบครัวมีปัญหาสามีจะฆ่าตัวตายก็ต้องปลอบกันไปให้สู้ๆ ครอบครัวต้องปรับตัวเอง ไปหารายได้เสริมมาเลี้ยงครอบครัว ตร.บางคนอยู่กับนาย นายก็เห็นเห็นใจ สงสาร ช่วยเหลือให้เงินมาก็มีแต่ก็ยังไม่พอ พูดได้ว่าไม่เคยเจอแบบนี้ลำบากจริงๆ ส่วนเงินที่จะได้คืนได้ดูแล้วไม่มีหนทางที่จะได้คืนเลย

              นางดาวฤดี โคบำรุง อายุ 47 ปี ภรรยาของ ร.ต.อ.ประเสริฐ โคบำรุง รอง สว. (สอบสวน) สภ.เมืองเลย เปิดเผยว่า สามีเข้าร่วมโครงการบริหารหนี้เพื่อปรับโครงสร้างหนี้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ตำรวจภูธรจังหวัดเลย จนครอบครัวได้รับความเดือนร้อนอย่างมาก เพราะสามีเป็นหนี้ธนาคารคือบ้าน 2 หลัง รถยนต์ 1 คัน รวมเป็นเงิน 1,600,000 บาท เมื่อเข้าโครงการรวมหนี้ด้วยรวมเป็นเงิน 3,200,000 บาท และต้องมาจ่ายธนาคารและสหกรณ์ฯ เองมาแล้ว 6 เดือน จนทุกวันนี้ไม่ไหวแล้ว สามีถูกตัดเงินเดือนเหลือติดตัว 6,000 บาท ใช้กันทั้งครอบครัวต่อเดือน จนประกาศขายบ้านที่ติดธนาคารเพราะความจำเป็นต้องขาย ถ้าไม่ขายจะไม่เหลืออะไรอีกแล้วถ้าธนาคารมายึด ขายบ้านเพื่อให้ครอบครัวอยู่รอด ลูกเรียน ป.ตรี ที่กรุงเทพฯ ลูกคนที่สองก็จะจบ ม.6 กำลังจะเรียนต่อ ป. ตรี ทั้งค่าเทอม ค่าหอพัก ทุกวันนี้ต้องขี่รถ จยย.พ่วงข้างออกมาขายข้าวเหนียวหมูปิ้งช่วยสามี ก็ยังไม่พอต้องประหยัดมาก และไปกู้เงินนอกระบบกับญาติ 20,000-30,000 บาทอีก ทุกวันนี้เจ้านายยังไม่พบตัวว่าอยู่ไหน ขอร้องและวิงวอนให้ส่งเงินคืนสหกรณ์หรือคืนเป็นเงินสดให้ลูกน้องท่านด้วยเถอะ กล่าวด้วยน้ำตา

ส่วนนายตำรวจท่านหนึ่งที่เข้าร่วมโครงการบริหารหนี้ฯ เปิดเผยว่า ทางด้านคดี พล.ต.ต.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภ.4 รับปากจะจบเรื่องภายในสิ้นเดือนสิงหาคมนี้ โดยขอสอบปากคำเพิ่มและหลักฐาน โดยมีการแจ้งข้อกล่าวหาพล.ต.ต.สุทิพย์ ผลิตกุศลธัช รอง ผบช.สกพ. อดีต ผบก.ภ.จ.เลย พ.ต.อ.เฉลิม ยอดปทุม ผกก.อก. ภ.จว.หนองบัวลำภู นายตำรวจติดตาม (คณะทำงาน) ข้อกล่าวหาฉ้อโกงประชาชน และทาง ปปง.อยู่ระหว่างตรวจสอบเส้นทางเงินว่าไปที่ไหน ใครมีส่วนร่วมบ้าง จากการสอบปากคำอดีต ผบก.จว.เลย ไม่ให้ความร่วมมือและไม่บอก ทราบเพียงแต่ว่านำเงินไปเล่นหุ่น ตอนนี้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงของ ภาค 4 อยู่ระหว่างสอบความเชื่อมโยงว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับ น.ส.ธิญาดา วิภาวรกานต์ อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 888/72 หมู่ 12 ต.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดหนองบัวลำภู ที่ 210/2560 ลงวันที่ 4 ธ.ค. ฐานความผิดฉ้อโกงทรัพย์ โดยจับกุมได้ที่บริเวณตลาดลุงเพิ่ม ถ.วิภาวดีรังสิต ซ. 22 แขวงจอมพล เขตจตุจักร กรุงเทพมหานคร ซึ้งเป็นคนสนิทของ อดีต ผบก.จว.เลย และมีใครอีก ถ้ามีหลักฐานในการเชื่อมโยงจะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มร่วมกันฟอกเงินอีก 1 คดี ซึ้งเมื่อถึงกำหนดสิ้นเดือนนี้ จะส่งสำนวนการสอบสวนให้อัยการ จ.เลย หมดหน้าที่ของคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริง ส่วนเงินที่ตำรวจ 192 ราย เข้าร่วมโครงการบริหารหนี้ฯ มีโอกาสได้คืนเพียง 0.1 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

และในส่วนของคณะกรรมและ จนท.สหกรณ์ออมทรัพย์ ตร.ภ.จว.เลย ที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องนั้น ทางตร.192 ราย ได้มีการสอบถาม ได้รับคำตอบว่าทางสหกรณ์ฯ ได้ออกเช็คในนามบุคคล แต่ไม่ขีดชื่อผู้ถือ จะเอาเช็คไปทำอะไรทางสหกรณ์ฯไม่รู้ด้วย จะเอาไปเข้าโครงการบริหารหนี้ฯ หรือส่วนตัว ก็ต้องเป็นหนี้สหกรณ์ฯ ถ้าเอาเงินไปใช้นอกระบบทางสหกรณ์ฯ ก็ไม่รับผิดชอบด้วย ซึ้งมีตำรวจบางรายที่เข้าร่วมโครงการบริหารหนี้ฯ และไม่เข้าร่วมโครงการ มีการปลอมรายชื่อและหมายเลขเช็คด้วย จะดำเนินการเจ้าหน้าที่สหกรณ์ฯ อย่างไร และสหกรณ์ฯ เป็นผู้เสียหายด้วยหรือไม่ หรือร่วมด้วย ก็ต้องให้ทางฝ่ายกฎหมายไปปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ นิติกรหรือสหกรณ์จังหวัดดูว่าเข้าข่ายหรือไม่ ถ้าทางผู้เชี่ยวชาญหรือนิติกรสรุปมาว่าสหกรณ์ฯ เป็นผู้เสียหายให้ร้องทุกข์กล่าวโทษด้วยเป็นโจทก์ร่วม โดยมอบอำนาจให้ประธานสหกรณ์ฯ จนปัจจุบันเป็นผู้กล่าวร้องทุกข์ แต่ถ้าผู้เชี่ยวชาญบอกว่าทางสหกรณ์ฯ ทำผิดข้อสัญญาของสหกรณ์ฯ หรือมีส่วนร่วมหรือรู้เห็นเป็นใจ ถ้าผิดให้ก็ต้องแจ้งข้อกล่าวหาร่วมกับอดีต ผบก.จว.เลย และดำเนินคดีไป


เปิดอ่าน