นักไวโอลินชื่อดังหายตัวปริศนาย่านสุทธิสาร

"รอง ผบช.น." จี้ ตามหาหนุ่มเมียนมานักไวโอลินชื่อดัง หายตัวปริศนาย่านสุทธิสาร แฟนสาวหวั่นถูกจับตัวไปค้ามนุษย์ เผย กล้องวงจรปิดจับภาพเดินเซไปมาก่อนหายตัว

               12 ส.ค. 61  ความคืบหน้าจากกรณีเมื่อวันที่ 3 ส.ค. ที่ผ่านมา น.ส.มินต์ ออนมาร์ (Myint Ohnmar) อายุ 39 ปี ชาวเมียนมา ซึ่งถือสัญชาติออสเตรเลีย เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร ว่าคู่หมั้นคือ นายเนียน จัน อู (Nyein Chan Oo) อายุ 39 ปี ชาวเมียนมา ซึ่งเป็นนักไวโอลินชื่อดังของประเทศ และเป็นหลานชายแท้ๆ ของนายอู จอ ซาน สมาชิกสภาชาติพันธุ์แห่งเมียนมา และอดีตอธิบดีกรมอัยการของเมียนมา ได้หายตัวไปจากที่พักอย่างลึกลับย่านรัชดาภิเษก ตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 ส.ค. ที่ผ่านมา

 

 

 

               ล่าสุด เมื่อเวลา 12.00 น. ที่ สน.สุทธิสาร พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. เดินทางมาประชุมร่วมกับ พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.เติมเผ่า ศิริภูบาล ผกก.สน.สุทธิสาร และเจ้าหน้าที่ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อติดตามความคืบหน้าของคดีดังกล่าว โดยใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง

               พล.ต.ต.สมพงษ์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ประสานไปยังหน่วยงาน บช.ทท. บช.สตม. และ สน. ต่างๆ ให้ร่วมตรวจสอบหาผู้สูญหายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตั้งประเด็นไว้หลายประเด็น ประกอบด้วยผู้สูญหายอาจเกิดอุบัติเหตุได้รับบาดเจ็บเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลต่างๆ แต่ยังไม่สามารถระบุตัวตนได้ เนื่องจากไม่พกหนังสือเดินทาง จึงเป็นเหตุให้ไม่ทราบว่าเป็นผู้ใด ทั้งนี้ ได้ประสานให้โรงพักต่างๆ ช่วยกันสอบถามทางโรงพยาบาลว่ามีผู้ป่วยซึ่งมีรูปพรรณสัณฐานใกล้เคียงกับผู้สูญหายหรือไม่ รวมทั้งตรวจสอบกับทาง สน. ต่างๆ ว่ามีการจับกุมตัวต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองหรือไม่

               พล.ต.ต.สมพงษ์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ได้รับข้อมูลว่าผู้สูญหายพูดภาษาไทยไม่ได้ พูดได้แต่ภาษาเมียนมา ส่วนภาษาอังกฤษนั้นพอได้ แต่ไม่ดีมากนัก ส่วนการสอบปากคำเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงแรม ซึ่งเป็นบุคคลสุดท้ายที่พบผู้สูญหาย ได้ให้การว่า เห็นผู้สูญหายตามหาโทรศัพท์มือถือ จึงช่วยหาให้ เมื่อพบได้ยื่นคืนผู้สูญหายตามปกติ ก่อนผู้สูญหายจะเดินจากไป

 

 

 

               รายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดในพื้นที่บริเวณจุดเกิดเหตุ พบกล้อง 2 ตัว สามารถบันทึกภาพนายเนียน จัน อู ก่อนจะหายตัวไปอย่างลึกลับ โดยตัวแรกพบเมื่อเวลาประมาณ 19.36 น. ของวันที่ 2 ส.ค. ที่ผ่านมา อยู่ภายในซอยสุขร่วมใจ ข้างโรงแรม ถนนรัชดาภิเษก ห่างจากคอนโดมิเนียมที่พักประมาณ 600 เมตร เห็นนายเนียน จัน อู อยู่คนเดียว เดินท่าทางโซเซคล้ายคนมีอาการมึนเมาและเกือบจะล้มหลายครั้ง โดยมือขวาถือโทรศัพท์มือถือเปิดหน้าจอมีแสงไฟส่องสว่างชัดเจน และกล้องอีกตัวซึ่งอยู่ติดกับกล้องตัวแรก ตรงริมถนนรัชดาภิเษก หน้าโรงแรม นายเนียน จัน อู ไม่พกมือถือแล้ว แต่ผ่านไปไม่กี่วินาที ทางเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโรงแรมได้เก็บโทรศัพท์มือถือมาคืนให้พร้อมพาไปนั่งที่ป้ายรถประจำทางซึ่งอยู่ใกล้กัน แต่บริเวณป้ายรถประจำทางไม่มีกล้องวงจรปิด และถูกสะพานลอยคนข้ามบังมุมกล้อง จึงไม่เห็นภาพหลังจากนั้นว่าผู้สูญหายเรียกรถแท็กซี่ หรือขึ้นรถโดยสารประจำทาง หรือเดินเท้าไปต่อ

               รายงานข่าวแจ้งต่อว่า ภายหลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจรับแจ้งเหตุ ทางฝ่ายสืบสวน สน.สุทธิสาร ได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสันติบาล เนื่องจากดูแลสถานทูตเมียนมาประจำประเทศไทย พร้อมตรวจสอบเบื้องต้นไปทางสถานกักกัน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) สวนพลู โดยไม่พบว่ามีนายเนียน จัน อู ถูกควบคุมตัวอยู่ อีกทั้งจากการสอบปากคำเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ปรากฏในกล้องวงจรปิดให้การว่า นายเนียน จัน อู เดินมาคล้ายคนเมา พูดคุยกันไม่รู้เรื่อง เนื่องจากเป็นต่างชาติ ก่อนจะเดินเซเข้ามาในลานจอดรถ และทำโทรศัพท์หล่น จึงหยิบมาคืนและพาไปนั่งที่ป้ายรถประจำทาง จากนั้นก็กลับมาปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ และไม่ได้สังเกตว่าอยู่ตรงป้ายหรือหายไปเมื่อใด

 

 

 

               รายงานข่าวแจ้งอีกว่า จากการตรวจสอบพบว่า นายเนียน จัน อู เดินทางเข้าประเทศไทยที่สนามบินดอนเมือง เมื่อเวลา 19.36 น. ตั้งแต่เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเดินทางเข้าประเทศไทยครั้งแรก ส่วนแฟนสาวนั้นเดินทางมาจากประเทศออสเตรเลีย ลงสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อเวลา 20.06 น. ของวันที่ 24 ก.ค. ที่ผ่านมา เมื่อทั้งสองพบกันก็ไปเที่ยวพัทยา ก่อนกลับมา กทม. เช่าคอนโดมิเนียมอยู่ในวันที่ 2 ส.ค. ที่ผ่านมา กระทั่งหายตัวไปขณะเดินลงมาซื้อของเพียงผู้เดียว ทั้งนี้ ภายหลังจากแฟนสาวได้แจ้งความผู้สูญหายได้เดินทางออกนอกประเทศไทยที่สนามบินดอนเมือง เมื่อเวลา 15.37 น. ของวันที่ 7 ส.ค. ที่ผ่านมา โดยมีจุดหมายไปที่ประเทศสิงคโปร์ เพื่อพบน้องสาวของผู้สูญหายเพื่อเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนเดินทางกลับประเทศออสเตรเลีย ทั้งนี้ แฟนสาวนั้นปกติพักอาศัยอยู่ที่ประเทศออสเตรเลีย แต่จะกลับเมียนมาทุกๆ 6 เดือน เพื่อไปหาครอบครัวและไปมาหาสู่กับแฟนหนุ่ม โดยทางแฟนสาวเชื่อว่า นายเนียน จัน อู ไม่น่าจะถูกใครปองร้าย แต่กลัวจะถูกจับโดยขบวนการค้ามนุษย์ไปใช้แรงงาน

               รายงานข่าวแจ้งเพิ่มเติมว่า ทั้งนี้ ผู้สูญหายมีโรคประจำตัวคือ โรคปอด และช่วงที่เดินออกจากที่พักนั้นคาดว่าผู้สูญหายไม่น่าจะดื่มสุรา เพราะจากการสอบปากคำแฟนสาว พบว่าระยะเวลาที่ผู้สูญหายออกจากที่พักเทียบกับภาพจากกล้องวงจรปิดเป็นระยะเวลาเพียงสั้นๆ โดยออกจากที่พักในเวลา 19.21 น. ซึ่งกล้องวงจรปิดจับภาพได้ในเวลา 19.36 น. ระยะทาง 600 เมตร ใช้เวลาเพียง 15 นาที ไม่น่าจะแวะพักดื่มสุราได้ แต่เจ้าหน้าที่เชื่อว่าไม่น่าจะเป็นการลักพาตัวเพื่อเรียกค่าไถ่ เนื่องจากหลังเกิดเหตุจนเป็นข่าวนั้นมีระยะเวลาถึง 10 วัน ทางญาติและแฟนสาวยังไม่พบการเรียกร้องข่มขู่จากคนร้ายแม้แต่อย่างใด

 

 

 

นักไวโอลินชื่อดังหายตัวปริศนาย่านสุทธิสาร

 

 

 

นักไวโอลินชื่อดังหายตัวปริศนาย่านสุทธิสาร

 

 

 

               ต่อมาเวลา 16.00 น. ที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)  พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. เปิดเผยถึงการติดตามนักไวโอลินชื่อดังชาวเมียนมาที่หายตัวไปอย่างปริศนา ว่า พล.ต.ท.ชาญเทพ เสสะเวช ผบช.น. สั่งการให้เร่งตรวจสอบข้อมูลหาเบาะแสผู้ที่สูญหายอย่างเร่งด่วน ตนได้รับมอบหมายให้ดำเนินการ ขณะนี้ให้ชุดสืบสวน กก.สส.บก.น.2 และฝ่ายสืบสวน สน.สุทธิสาร ตรวจสอบกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงที่พัก และบริเวณใกล้เคียงเพื่อหาเบาะแสเพิ่มเติม รวมทั้งประสาน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. เจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่ ตม. ช่วยกันติดตามผู้ที่สูญหาย รวมทั้งให้พนักงานสอบสวน สน.สุทธิสาร สอบปากคำญาติและแฟนสาวผู้สูญหายเพิ่มเติม จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า นายเนียน จัน อู ป่วยเป็นโรคปอด ต้องกินยารักษาอาการป่วย จึงสั่งการให้ทุก สน. ตรวจสอบตามโรงพยาบาลว่าผู้สูญหายไปรักษาตัวอยู่หรือไม่ รวมถึงถูก สน. ใดจับกุมหรือไม่ เพราะผู้สูญหายไม่ได้พกพาสปอร์ตติดตัวไป นอกจากนี้ได้ประสานสถานทูตเมียนมา พื้นที่ใกล้เคียง บช.ภ.1 บช.ภ.2 และ บช.ภ.7 ช่วยตรวจสอบติดตามหานายเนียน จัน อู อย่างเร่งด่วนแล้ว