จับ "บูม จิรัชพิสิษฐ์" ดาราหนุ่มตุ๋นเงินบิตคอย

อาชญากรรม  :  10 ส.ค. 2561

กองปราบฯ รวบ "บูม จิรัชพิสิษฐ์" ลวงต่างชาติซื้อขายสกุลเงินดิจิทัล เหยื่อสูญร่วม 800 ล้าน เจ้าตัวปฏิเสธ ตร.ขอหมายจับพี่ชาย -พี่สาว คิวต่อไป เจ้าพ่อตลาดหุ้น

          เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม ที่กองบังคับการปราบปราม พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. พ.ต.ต.ธนศักดิ์ ปราสาททอง สว.กก.1 บก.ป. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ กก.1บก.ป. เข้าจับกุมนายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม จารวิจิต อายุ 27 ปี ดารานักแสดงชาว จ.ชลบุรี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญา ที่ 1694/2561 ลง 26 กรกฎาคม 2561 ข้อหา “ร่วมกันฟอกเงิน” โดยจับกุมตัวได้ขณะถ่ายทำละครภายในบริเวณห้างสรรพสินค้าชื่อดังแห่งหนึ่งย่านรัชโยธิน ถนนพหลโยธิน แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กทม. เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา

จับ "บูม จิรัชพิสิษฐ์" ดาราหนุ่มตุ๋นเงินบิตคอย
 

          พล.ต.ต.ไมตรี กล่าวว่า การจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 30 มกราคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม (กองปราบ) ได้รับแจ้งจากชาวฟินแลนด์ ผู้เสียหายว่า เมื่อประมาณเดือนมิถุนายน 2560 ได้รู้จักกับกลุ่มผู้ต้องหาที่เป็นกลุ่มเล่นสกุลเงินดิจิทัลเหมือนกัน จากนั้นได้ติดต่อเรื่องการลงทุนธุรกิจกันเรื่อยมา ก่อนจะถูกชักชวนให้มาร่วมลงทุนประกอบธุรกิจประเภทซื้อ-ขายสกุลเงินดิจิทัล ในชื่อ dragon coin (DRG) โดยการซื้อหุ้นของบริษัท เอ็กซ์เปย์ ซอฟท์แวร์ จำกัด, NX Chain Inc. และหุ้นของบริษัทดีเอ็นเอ 2002 จำกัด (มหาชน) โดยมีการอ้างว่าเป็นบริษัทที่สามารถทำกำไรได้สูง จึงหลงเชื่อร่วมลงทุนด้วยการโอนเหรียญบิตคอย (สกุลเงินดิจิทัล) จำนวน 5,564.44650956 เหรียญ คิดเป็นเงินไทยประมาณ 797,408,454.33 ไปยังกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (E-wallet) ของกลุ่มผู้ต้องหาและพวกที่เปิดร่วมกันเพื่อรองรับการโอนเงิน หลังจากมีการโอนเงินไปแล้ว กลุ่มผู้ต้องหาได้ถอนเงินสกุลบิตคอยไปขายแปลงเป็นเงินสกุลไทย ก่อนจะมีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารพาณิชย์ที่เปิดรองรับไว้ จากนั้นกลุ่มผู้ต้องหาได้โอนเงินที่ได้มาแบ่งให้ผู้ร่วมขบวนการแต่ละคนโดยแต่ละคนจะได้รับเงินไม่เท่ากัน

จับ "บูม จิรัชพิสิษฐ์" ดาราหนุ่มตุ๋นเงินบิตคอย
 

          ต่อมาหลังจากผู้เสียหายได้จ่ายเงินสกุลบิตคอยไปแล้ว ปรากฏว่า ผู้เสียหายไม่ได้รับหุ้นตามจำนวนที่ตกลงกันไว้ นอกจากนี้ยังพบว่าเงินที่นำไปลงทุนไม่ได้ถูกนำไปลงทุนตามที่กลุ่มผู้ต้องหากล่าวอ้าง จึงได้ทวงถามเงินจากกลุ่มผู้ต้องหาแต่ได้รับการบ่ายเบี่ยงมาโดยตลอด จึงรู้ตัวว่าถูกหลอก ก่อนจะรวบรวมหลักฐานเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม
 


จับ "บูม จิรัชพิสิษฐ์" ดาราหนุ่มตุ๋นเงินบิตคอย

          หลังรับแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้ต้องหา พบว่ามีการโอนเงินสกุลบิตคอยมายังบัญชีของผู้ต้องหากับพวกที่เปิดร่วมกันจริง อีกทั้งยังพบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีการแบ่งเงินกันโดยมีการโอนผ่านธนาคารพาณิชย์เข้าบัญชีต่างๆ ของผู้ร่วมขบวนการ เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมหลักฐานก่อนขออำนาจศาล ออกหมายจับผู้ต้องหาเบื้องต้น 3 ราย ก่อนจะมีการจับกุมตัวนายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม จารวิจิต ผู้ต้องหารายแรกเอาไว้ได้ ส่วนผู้ต้องหาที่เหลือจากแนวทางการสืบสวนทราบว่าขณะนี้อยู่ที่ต่างประเทศโดยเจ้าหน้าที่กำลังเร่งติดตามจับกุม

จับ "บูม จิรัชพิสิษฐ์" ดาราหนุ่มตุ๋นเงินบิตคอย
 

          นอกจากนี้แนวทางการสืบสวนคดีดังกล่าวยังพบว่านอกจากผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายจับไปแล้ว 3 ราย ยังพบว่ายังมีผู้ร่วมขบวนการเพิ่มเติมอีก 4 ราย โดยผู้ต้องหาส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจที่มีชื่อเสียง อยู่ในวงการหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างกำลังรวบรวมหลักฐานขออำนาจศาลออกหมายจับต่อไป

          ในกรณีผู้เสียหายชาวต่างชาติที่แจ้งความร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามให้ดำเนินคดีแก่ผู้ต้องหากลุ่มหนึ่งที่ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายกว่า 700 ล้านบาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับผู้ต้องหาในเบื้องต้นจำนวน 3 ราย และมีการจับกุมผู้ต้องได้ 1 คน คือ จิรัชพิสิษฐ์ ส่วนอีก 2 ราย คือ นายปริญญา จารวิจิต และ น.ส.สุพิชฌา จารวิจิต พี่ชายและพี่สาวของนายจิรัชพิสิษฐ์

จับ "บูม จิรัชพิสิษฐ์" ดาราหนุ่มตุ๋นเงินบิตคอย
 

          ทั้งนี้เงินที่กลุ่มผู้ต้องหาหลอกลวงมาได้มีการโอนเงินถ่ายเทไปยังพ่อแม่ ญาติพี่น้อง นอกจากนี้ยังจะมีการพิจารณาออกหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มเติมอีกด้วย ซึ่งเป็นคนกว้างขว้างในตลาดหลักทรัพย์ที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นเจ้าพ่อตลาดหุ้นรวมทั้งผู้เกี่ยวข้องที่ร่วมขบวนการอีกรวม 4 ราย ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการรวบรวมพยานหลักฐาน

          “น่าเห็นใจทางครอบครัวของบูม เนื่องจากเป็นครอบครัวที่มีฐานะในสังคมและทางเศรษฐกิจ เปิดร้านอาหารอยู่ที่ จ.ชลบุรี แต่การกระทำของพี่ชายบูม ไปโกงมาแล้วเอาเงินมาโอนให้พ่อแม่พี่น้อง จะกลายเป็นว่ามาเดือดร้อนไปด้วย จากการสอบสวนในส่วนพี่น้องบางคนก็รู้ อย่างเช่นบูมก็มีส่วนรู้เห็นและพูดคุยในการหลอกลวงด้วยเนื่องจากมีหลักฐานที่ชัดเจน” พล.ต.ต.ไมตรี กล่าว

จับ "บูม จิรัชพิสิษฐ์" ดาราหนุ่มตุ๋นเงินบิตคอย
 

          พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รองผบก.ป. กล่าวว่า พฤติการณ์ของขบวนการนี้จะหลอกนักลงทุนชาวต่างชาติร่วมลงทุนเหรียญบิตคอยในประเทศไทย โดยนำเหรียญดังกล่าวไปเปลี่ยนเป็นอีกหนึ่งสกุลเพื่อลงทุนต่อในตลาดหลักทรัพย์และในบ่อนการพนันที่มาเก๊า โดยไม่มีการนำเงินไปลงทุนตามที่กล่าวอ้าง แต่นำเงินไปหมุนเวียนใช้จ่ายภายในครอบครัวและใช้ซื้อที่ดิน ซึ่งตัวนายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม ได้โอนเงินไปยังพี่น้องตนเองประมาณ 400 กว่าล้านบาท โดยนำเงินไปทำธุรกิจรับขายฝากที่ดินซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ติดตามยึดที่ดินได้เป็นมูลค่า 200 กว่าล้านบาท

จับ "บูม จิรัชพิสิษฐ์" ดาราหนุ่มตุ๋นเงินบิตคอย
 

          จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่ามีบัญชีที่เกี่ยวข้องกว่า 40 บัญชี แต่จากการสอบสวนนายบูม ยังให้การปฏิเสธ ไม่มีส่วนรู้เห็น อ้างว่าบัญชีดังกล่างถูกพี่ชายนำไปใช้ ซึ่งจากการตรวจสอบ นายปริญญา พี่ชาย เดินทางออกนอกประเทศไปแล้ว ส่วน น.ส.สุพิชย์ฌา ได้ติดต่อขอเข้ามอบตัวแล้ว และจากแนวทางการสืบสวนยังทราบว่าขบวนการดังกล่าวมีตัวการเป็นเจ้าพ่อตลาดหลักทรัพย์ชื่อดังอีกด้วย

          “ขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้ต้องหาแล้วทั้งหมด 49 บัญชี หากหลักฐานเชื่องโยงไปถึงพ่อหรือแม่ของของนายจิรัชพิสิษฐ์ จะต้องเรียกมาสอบสวน นอกจากนี้พบว่ามีการโอนเงินออกไปยังต่างประเทศประมาณ 30 ล้านบาทด้วย” พ.ต.อ.ชาคริต กล่าว
 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงบ่ายวันเดียวกันผู้ที่ได้รับขนามนามว่าเป็นเจ้าพ่อหุ้นได้เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ชาคริต เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีที่เกิดขึ้น

          พ.ต.อ.ชาคริต กล่าวภายหลังการเข้าพบว่า บุคคลดังกล่าวได้มาพบเพื่อขอพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องคดีการโกงเงินบิตคอยน์ที่มีการจับกุมนายจิรัชพิสิษฐ์ หรือบูม ไปแล้ว โดยบุคคลดังกล่าว ได้พูดทำนองว่าจะขอไปเจรจาเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับผู้เสียหาย จึงบอกไปว่าเป็นเรื่องที่เขาไปจัดการเองได้ เขายังไม่ได้เป็นผู้ต้องหา เพราะขณะนี้ยังไม่ได้ออกหมายจับเพิ่มเติมนอกเหนือจาก 3 คน คือนายนายจิรัชพิสิษฐ์ พร้อมด้วยพี่ชายและพี่สาว

          รายงานข่าวแจ้งว่าการออกหมายจับผู้ต้องหา 3 พี่น้องในข้อหาฟอกเงินนั้นเนื่องจากพบการกระทำความผิดที่ชัดเจน มีการรับเงินมาแล้วนำไปซื้อที่ดินเพื่อเปลี่ยนสภาพของเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด จึงเข้าข่ายการฟอกเงินอย่างชัดเจน นอกจากนี้จะมีการพิจารณาแจ้งข้อหาฉ้อโกงเพิ่มเติมอีกด้วยซึ่งจะต้องรวบรวมหลักฐานเพื่อออกหมายจับและแจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป

          ส่วนผู้ต้องหาอีก 4 คนนั้น เบื้องต้นยังไม่พบว่าเข้าข่ายการฟอกเงินแต่มีการรับโอนเงินจากกลุ่มผู้ต้องหาจึงอาจจะเข้าข่ายกระทำความผิดฐานร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ ขณะนี้พนักงานสอบสวนกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 4 คนต่อไปในเร็วๆ นี้ ซึ่งในจำนวนนี้มีคนหนึ่งที่เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในตลาดหลักทรัพย์ด้วย

          สำหรับนายจิรัชพิสิษฐ์ จบการศึกษาจากคณะวิศวกรรมไฟฟ้า มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง เข้าสู่งวงการบันเทิง มีผลงานถ่ายแบบนิตยสาร ถ่ายโฆษณา รวมถึงแจ้งเกิดจากการรับบท “หมอนัท” รับบทแสดงชายรักชายในซีรีส์ “สงครามแย่งผู้ To be continued ตอนลงเอย” เมื่อปี 2559, “แทนกาย” รับบทหนุ่มแบดบอยจาก Bad Romance The Series ปี 2559, ละคร นางอาย ทางช่อง 3 และผลงานการแสดงเรื่องล่าสุดรับบทเป็น “บุญส่ง” สายลับหนุ่มจากละครเรื่องแนวสุดท้าย ที่เพิ่งออกอากาศไปเมื่อต้นปี 2561 ทางช่อง GMM25 รวมถึงเอ็มวีเพลงแก้บน ของหนิม คนึงพิมพ์อีกด้วย ถือเป็นนักแสดงดาวรุ่งอนาคคตไกลคนหนึ่ง