เปิดปมไม่ให้ประกัน "วัน" รัวหมัด "กาโม่" เตะซ้ำลูกน้องยิงขู่

หมายจับ "วัน อยู่บำรุง" ตำรวจไม่ให้ประกันหลังเข้ารับทราบข้อหา หวั่น ยุ่งเหยิงพยานหลักฐาน 9 โมงพรุ่งนี้ (24 ก.ค.) ส่งตัวฝากขังศาลอาญากรุงเทพใต้

               จากกรณีนายวัน อยู่บำรุง อายุ 44 ปี บ้านเลขที่ 18 ซอยเอกชัย 118 แขวงบางบอนใต้ เขตบางบอน กทม. บุตรชาย ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นักการเมืองชื่อดังฝั่งธนบุรี อดีตรองนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางเข้าพบ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ข้อหา ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้การกระทำการใด หรือไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย โดยมีอาวุธ และร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ

 

 

 

               โดยการเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาของนายวัน อยู่บำรุง ครั้งนี้ สืบเนื่องจากกลางดึกของวันที่ 23 เมษายน ที่ผ่านมา นายภานุวัฒน์ หรือ อั๋น ปุณณรัตนกุล อายุ 34 ปี นักธุรกิจทายาทร้านทองรุ่นที่ 2 พร้อมเพื่อน ได้พากันเข้าไปเที่ยวที่ผับ ซ.ทองหล่อ 10 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา หลังจากร้านเลิก ผู้เสียหายกับเพื่อนก็จะเดินมาที่ลานจอดรถ ก็ไปพบกับกลุ่มของนายวัน ซึ่งจำได้ว่ามาพร้อมกับบุตรชายคือ นายอาชวิน หรือ กาโม่ อยู่บำรุง นายยศพัฒน์ หรือ ปุ้ย สัมพันธ์ชัย ลูกน้องคนสนิท และก็ยังมีผู้ติดตามมาอีก 7 - 8 คน หลังจากเจอหน้า นายวันก็เรียกนายภานุวัฒน์เข้ามาพูดคุยด้วย เนื่องจากก่อนหน้านี้เกิดไปมีปัญหากับนายอาชวินที่ประเทศสิงคโปร์

               ซึ่งเมื่อเดินเข้ามาหา นายวันก็ใช้มือตบไปที่หน้าอกของนายภานุวัฒน์เบาๆ โดยที่ไม่ได้พูดอะไร ก่อนที่จะแยกย้ายกันขึ้นรถ ปรากฏว่า เมื่อนายภานุวัฒน์เดินขึ้นรถเก๋งส่วนตัวไปแล้ว ก็ได้ยินเสียงนายวันร้องเรียกให้นายภานุวัฒน์ลงมาหาอีก แต่ครั้งนี้นายวันกลับไม่พูดอะไร แต่กลับใช้หมัดต่อยเข้าไปที่ใบหน้าของนายภานุวัฒน์อีกหลายครั้ง ซึ่งผู้เสียหายก็พยายามจะใช้มือปัดป้อง แต่ก็ถูกต่อยจนล้มลง พอจะลุกขึ้นยืน กลับถูกนายยศพัฒน์ชักอาวุธปืนออกจากเอวขึ้นมาข่มขู่ไม่ให้ผู้เสียหายสู้ ขณะนั้นก็ยังถูกนายอาชวินเข้ามาเตะซ้ำเข้าอีก เสร็จแล้วนายยศพัฒน์ก็ยังยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อข่มขู่เพื่อนของผู้เสียหาย เพื่อไม่ให้เข้ามาช่วยเหลือ หลังจากลงมือเสร็จแล้ว กลุ่มของนายวันทั้งหมดก็ได้ขึ้นรถขับออกไปจากที่เกิดเหตุทันที

 

 

 

               หลังเกิดเหตุ ผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความที่ สน.ทองหล่อ พร้อมกับเข้าร้องเรียนที่กองปราบปราม เนื่องจากเกรงว่าผู้ต้องหาเป็นผู้มีอิทธิพล ต่อมาพนักงานสอบสวนของกองปราบปราม จึงได้ขอศาลอาญากรุงเทพใต้ออกหมายจับ กระทั่งผู้ต้องหาเดินทางเข้ามามอบตัวดังกล่าว

               ขณะที่ช่วงเย็นที่ผ่านมา ร.ต.อ.เฉลิม และนายอาจหาญ อยู่บำรุง รวมทั้ง นายวัฒนา เมืองสุข ได้เดินทางเข้าเยี่ยมนายวันก่อนจะเดินทางกลับ

               ต่อมาเวลา 18.50 น. นายวัน อยู่บำรุง ได้ลงมาจากชั้นสองของกองบังคับการปราบปราม หลังถูกคุมตัวขึ้นไปสอบปากคำ โดยใช้เวลาในการสอบปากคำนานกว่า 2 ชั่วโมง จากนั้นนายวันก็ได้ถูกคุมตัวกลับเข้าไปที่ห้องควบคุมบริเวณชั้นล่างของอาคารกองบังคับการปราบปราม

               ต่อมา นายสมหมาย กู้ทรัพย์ ทนายความของนายวัน อยู่บำรุง เปิดเผยว่า ได้ยื่นหลักทรัพย์เป็นเงินสดจำนวนหนึ่ง เพื่อยื่นขอประกันตัวนายวันในชั้นสอบสวน แต่ทางพนักงานสอบสวนคัดค้านการให้ประกันตัว โดยให้เหตุผลว่า เกรงจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับพยานหลักฐาน ซึ่งทำให้นายวันต้องถูกคุมตัวไว้ที่กองปราบปรามเป็นเวลา 1 คืน ซึ่งในวันพรุ่งนี้เวลา 09.00 น. ทางพนักงานสอบสวนจะนำตัวนายวันไปขออำนาจศาลฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ โดยในวันพรุ่งนี้ (24 ก.ค.) ทางครอบครัวจะเตรียมหลักทรัพย์เพื่อขอประกันตัวในชั้นศาล

 

 

 

               ทั้งนี้ มีรายงานว่า คดีนี้มีผู้ก่อเหตุจำนวน 2 ราย คือ นายวัน อยู่บำรุง และนายยศพัฒน์ สัมพันธ์ชัย หรือนายนรงฤทธิ์ ทำดี หรือนายปุ้ย โดยในคืนก่อเหตุนายปุ้ยเป็นผู้ยิงปืนขึ้นฟ้าที่ลานจอดรถหน้าผับ

               สำหรับนายปุ้ยมีประวัติติดตัว เคยตกเป็นจำเลยในคดีของศาลอาญาธนบุรี ในความผิดฐาน “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา” ซึ่งอยู่ระหว่างหลบหนี โดยศาลอาญาธนบุรีได้ออกหมายจับไว้ตั้งแต่ปี 2558

               ส่วนข้อหาที่ทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งต่อนายวัน ในฐานความผิดร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้การกระทำการใด หรือไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย โดยมีอาวุธ และร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจนั้น เป็นผลมาจากในวันเกิดเหตุที่ให้นายยศพัฒน์ใช้อาวุธปืนยิงปืนขึ้นฟ้าเพื่อข่มขู่ให้ผู้เสียหายไม่ต่อสู้นายวัน

               ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่นายวัน อยู่บำรุง ได้สอบปากคำอยู่นั้น ทางลูกน้องของนายวันได้ซื้อข้าวกะเพราไก่ไข่ดาว และแกงจืดเต้าหู้หมูสับผักกาดขาว ก่อนนำมาให้กับทางตำรวจกองปราบปราม เพื่อนำไปให้นายวันรับประทาน ขณะที่หน้าห้องควบคุมผู้ต้องหา ได้มีกำลังตำรวจคอมมานโด จำนวน 4 นาย มาคอยดูแลรักษาความปลอดภัย ตลอด 24 ชั่วโมง