ตร.แจงจับกุมคนร้าย ปชช.บาดเจ็บ

รองโฆษก ตร. แจงเหตุจับกุมคดียาเสพติดแล้ว ปชช.บาดเจ็บ เผย ผบ.ตร. สั่งใช้ยุทธวิธีรัดกุม - ยึดหลักความปลอดภัยเป็นสำคัญ พร้อมดูแลคนเจ็บและรับผิดชอบค่าเสียหาย

               12 ก.ค. 61  พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. เปิดเผยถึงกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์การปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ ติดตามจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด แล้วเฉี่ยวชนรถยนต์ของประชาชนและมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ว่า ได้รับรายงานจาก สภ.เมืองระยอง ว่าเมื่อวันที่ 11 ก.ค. 61 เวลา 17.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด นำโดย พ.ต.ต.พงศ์พล สินจังหรีด สวป.สภ.เมืองระยอง ได้วางแผนล่อซื้อยาเสพติดจาก นายนิรุทธ เกตุวารินทร์ โดยใช้รถยนต์ จำนวน 4 คัน ปิดล้อมแสดงตัวเข้าจับกุม

 

 

 

               ปรากฏว่า นายนิรุทธไหวตัวทันจึงขับรถชนรถของเจ้าหน้าที่ตำรวจและหลบหนี เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขับรถติดตามไป จนกระทั่งรถของนายนิรุทธเกิดอุบัติเหตุเฉี่ยวชนกับรถยนต์ของประชาชนได้รับความเสียหาย และมีผู้บาดเจ็บ 2 คน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกรถพยาบาลและแบ่งกำลังบางส่วนเข้าช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ซึ่งได้ทราบจากผู้ขับขี่ว่ามีเด็กเป็นผู้โดยสารมาด้วย เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงรีบอุ้มเด็กลงจากรถและพาเข้าสู่บริเวณที่ปลอดภัย ส่วนกำลังอีกส่วนหนึ่งรีบเข้าจับกุมนายนิรุทธ ผู้ต้องหา ซึ่งจากการสืบทราบมีอาวุธปืน อาจเป็นอันตรายต่อประชาชนได้

               จากการตรวจค้นพบของกลาง ยาบ้า 20 เม็ด ยาไอซ์ 3.93 กรัม อาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนจำนวนหนึ่ง ขยายผลจับกุม นายไกรสิทธิ์ หรือ โปร่ง อัมฤทธิ์ อายุ 34 ปี พร้อมของกลางยาบ้า 2,600 เม็ด ตั้งข้อกล่าวหา ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองโดยผิดกฎหมาย และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่ง พงส.สภ.เมืองระยอง ดำเนินคดีตามกฎหมาย

               รองโฆษก ตร. เผยต่ออีกว่า ได้รายงานเหตุดังกล่าวให้ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ทราบแล้ว หลังจากเสร็จสิ้นการจับกุม เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าเยี่ยมอาการผู้บาดเจ็บที่ รพ.กรุงเทพระยอง และในส่วนการดูแลผู้ได้รับบาดเจ็บทั้ง 2 คน สภ.เมืองระยอง ได้ประสานประกันภัยเพื่อเร่งช่วยเหลือดูแลในส่วนค่ารักษาพยาบาลและการซ่อมรถยนต์ที่ได้รับความเสียหาย ขณะเดียวกัน ผบ.ตร. ได้สั่งการไปยังตำรวจทั่วประเทศให้ใช้ยุทธวิธีที่รัดกุมในการเข้าจับกุมคนร้าย รวมทั้งการช่วยเหลือประชาชนในสถานการณ์ฉุกเฉินต่างๆ หมั่นฝึกซ้อมทบทวนให้เกิดความชำนาญอยู่เสมอ ขณะปฏิบัติหน้าที่ให้ใช้ความระมัดระวัง ยึดหลักความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานและประชาชนเป็นสำคัญ