ทลายโกดังย่านสำเพ็ง!! ยึด'แก้วเก็บร้อนเย็น'ปลอมยี่ห้อดัง

อาชญากรรม  :  14 มิ.ย. 2561

ดีเอสไอทลายแหล่งผลิตค้าส่งและโกดังเก็บแก้วน้ำปลอมยี่ห้อดัง ย่านตลาดสำเพ็ง มูลค่าความเสียหายกว่า 10 ล้านบาท

 

               “ดีเอสไอ” นำกำลังตรวจค้นจับกุมแหล่งผลิต ค้าส่ง และโกดังเก็บแก้วน้ำละเมิดเครื่องหมายการค้า และละเมิดลิขสิทธิ์ ยี่ห้อดัง ย่านตลาดสำเพ็ง รวม 10 จุด รวบผู้ต้องหา 9 ราย ยึดของกลางกว่า 10 ล้านบาท

 

               เวลา 10.00 น. วันที่ 14 มิถุนายน 2561 พันตำรวจเอกไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พันตำรวจตรีสุริยา สิงหกมล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ พร้อมด้วย พันเอกพินิจ ตั้งสกุล ผู้อำนวยการกองคดีทรัพย์สินทางปัญญา และตัวแทนบริษัทผู้เสียหาย ร่วมกันแถลงข่าว การบุกจับสินค้าประเภทแก้วน้ำปลอมเครื่องหมายการค้าและละเมิดลิขสิทธิ์หลายยี่ห้อ

 

               กรณีดังกล่าว สืบเนื่องจากได้มีผู้เสียหายได้เข้าร้องทุกข์ต่อ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ว่า
มีขบวนการลักลอบนำสินค้าประเภทแก้วน้ำปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้เสียหายเข้ามาในราชอาณาจักร 
ทำให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้างและมีมูลค่าความเสียหายหลายสิบล้านบาท ขอให้กรมสอบสวนคดีพิเศษดำเนินการตามกฎหมาย ซึ่งอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษได้มอบหมายให้ผู้อำนวยการกองคดีทรัพย์สินทางปัญญาสืบสวนเรื่องดังกล่าว

 

               ต่อมาเมื่อวันที่ 12 มิถุนายน 2561 เวลาประมาณ 13.30 น. กองคดีทรัพย์สินทางปัญญา และศูนย์สืบสวนสะกดรอย กรมสอบสวนคดีพิเศษ ภายใต้การอำนวยการของ พันเอกพินิจ ตั้งสกุล ผู้อำนวยการกองคดีทรัพย์สินทางปัญญา , ร้อยตำรวจเอกพลสัณห์ เทิดสงวน ผู้อำนวยการส่วนคดีทรัพย์สินทางปัญญา 1 และพันตำรวจโทธนวัฒน์ วงศ์อนันต์ชัย ผู้อำนวยการส่วนคดีทรัพย์สินทางปัญญา 2 ได้นำกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นจับกุมแหล่งผลิต ค้าส่ง และโกดังเก็บสินค้าประเภทแก้วน้ำ ละเมิดเครื่องหมายการค้า และละเมิดลิขสิทธิ์ ยี่ห้อดัง รวม 10 จุด จับกุมผู้ต้องหาได้ 9 ราย

 

 

ทลายโกดังย่านสำเพ็ง!! ยึด'แก้วเก็บร้อนเย็น'ปลอมยี่ห้อดัง

 

 

              โดยพบของกลางประเภทแก้วน้ำปลอมเครื่องหมายการค้าและละเมิดลิขสิทธิ์ยี่ห้อต่างๆ เช่น MANCHESTER UNITED , LIVERPOOL , ARSENAL , STARBUCKS , STITCH , DORAEMON , YETI , HARLEY DAVIDSON ฯลฯ จำนวนมาก รวมสินค้าที่ตรวจยึดทั้งหมดจำนวนกว่า 60,000 ชิ้น มูลค่าของกลางตามท้องตลาด ของปลอมมีมูลค่าประมาณกว่า 10 ล้านบาท ถ้าเป็นของแท้จะมีมูลค่ากว่า 60 ล้านบาท

 

               พร้อมทั้งได้จับกุมผู้ต้องหาชาวไทยและชาวจีน โดยกล่าวหาว่า เสนอจำหน่ายและมีไว้เพื่อจำหน่ายซึ่งสินค้าที่มีเครื่องหมายการค้า ปลอมเครื่องหมายการค้าของบุคคลอื่นที่ได้จดทะเบียนแล้ว
ในราชอาณาจักรอันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534 และละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้อื่นเพื่อการค้า ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 และนำส่งพนักงานสอบสวนคดีพิเศษเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป 

 

               โดยกรณีดังกล่าวมีมูลค่าความเสียหายมากและพฤติการณ์อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศ ที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ อีกทั้งรัฐบาลได้มีนโยบายให้ดำเนินการปราบปรามผู้กระทำความผิดละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างจริงจัง