ปปป.บุกขอนแก่นหาหลักฐานเงินทอนวัดลอต 4 พันงาบ 17 ล.

ปปป.บุกวัดธาต พระอารามหลวง ขอนแก่น ตรวจเงินทอนลอต 4 หลังพบงบ 18 ล้านที่พศ.โอนให้โรงเรียนปริยัติธรรมแต่ได้รับแค่ล้านเดียว กองปราบฯฟัน"พิสิฐชัย"ผิดพรบ.คอมฯ "

          จากกรณีการตรวจสอบทุจริตงบประมาณอุดหนุนบูรณปฏิสังขรณ์วัด ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) 3 ประเภท คือ 1.เงินอุดหนุนบูรณปฏิสังขรณ์และพัฒนาวัด 2.เงินอุดหนุนส่งเสริมการเผยแผ่พระพุทธศาสนา และ 3.เงินอุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา แผนกธรรมและแผนกบาลี หรือเงินทอนวัดลอต 4 ตามที่ได้เสนอข่าวมาอย่างต่อเนื่องนั้น ล่าสุดเจ้าหน้าที่จากกองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) เดินหน้าตรวจสอบเส้นทางการเบิกจ่ายเงินงบประมาณที่สำนักงานพระพุทธศาสนาโอนให้วัดธาตุ พระอารามหลวง จ.ขอนแก่น เพื่ออุดหนุนการศึกษาโรงเรียนพระปริยัติธรรม เบื้องต้นยังไม่พบว่ามีพระสงฆ์มีส่วนรู้เห็นในการทุจริต

          เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 12 มิถุนายน เจ้าหน้าที่กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) นำโดย พ.ต.อ.วรายุทธ สุขวัฒน์ รองผบก.ปปป. พร้อมคณะ เดินทางไปที่โรงเรียนวิเวกธรรมประสิทธิ์วิทยา ภายในบริเวณวัดธาตุ พระอารามหลวง ถนนกลางเมือง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น เพื่อสอบถามข้อมูลกับผู้อำนวยการโรงเรียนวิเวกธรรมฯ นอกจากนี้ยังเข้าพบรักษาการเจ้าอาวาสวัด ผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดขอนแก่น ในฐานะที่วัดตกเป็นผู้เสียหาย เพราะจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่างบประมาณกว่า 10 ล้านบาท ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) โอนมาให้วัด มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงของกองพระพุทธศาสนาโอนเงินคืนมาเป็นของตนเองโดยเหลือไว้ให้วัดประมาณ 1 ล้านบาทเท่านั้น

ปปป.บุกขอนแก่นหาหลักฐานเงินทอนวัดลอต 4 พันงาบ 17 ล.
 

          ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ไม่อนุญาตให้ผู้สื่อข่าวเข้าร่วมรับฟังข้อมูลการสอบปากคำด้วย

          สำหรับวัดธาตุ พระอารามหลวง จ.ขอนแก่น เป็นวัดที่มีโรงเรียนปริยัติธรรม หรือโรงเรียนวิเวกธรรมประสิทธิ์วิทยาตั้งอยู่ และเป็นโรงเรียนที่ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เป็นงบอุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรม

          รายงานข่าวแจ้งว่า การลงพื้นที่สอบปากคำภายในวัดธาตุครั้งนี้ของเจ้าหน้าที่ป.ป.ป. เป็นการสอบข้อเท็จจริงในฐานะพยาน โดยจะเน้นไปที่การตรวจสอบการทุจริตของเจ้าหน้าที่กองพระพุทธศาสนาเป็นหลัก ไม่ได้มาตรวจสอบเพื่อเอาผิดพระแต่อย่างใด นอกจากการสอบปากคำพยานบุคคลแล้วยังมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินงบประมาณที่ถูกโอนมายังบัญชีของโรงเรียนปริยัติธรรมว่ามีการโอนกี่ครั้ง ครั้งละเท่าไหร่ และเงินงบประมาณที่โอนมาได้ถูกถ่ายโอนเข้าบัญชีใครบ้าง

          ภายหลังการสอบถามข้อมูลซึ่งใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ผู้ที่เข้าให้ข้อมูลต่างให้ข้อมูลตรงกันว่าเจ้าอาวาสและพระสงฆ์ภายในวัดไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทุจริต แต่ผู้ที่ดำเนินการในเรื่องงบประมาณคืออดีตผู้อำนวยการกองพระพุทธศาสนาเมื่อปี 2556 ขณะนี้ถูกย้ายออกนอกพื้นที่ไปแล้ว
 

          โดยพฤติการณ์การกระทำผิดที่วัดธาตุนั้น เจ้าหน้าที่ตรวจสอบพบว่าหลังจากสำนักงานพระพุทธศาสนาโอนเงินงบประมาณเข้าบัญชีของวัด อดีตผู้อำนวยการกองพระพุทธศาสนาในขณะนั้นจะเป็นผู้จัดการเรื่องงบประมาณ โดยโอนเงินให้โรงเรียนปริยัติธรรม มีการโอนจำนวน 3 ครั้ง ครั้งแรก 3 ล้านบาท ครั้งที่ 2 จำนวน 5 ล้านบาท และครั้งที่ 3 จำนวน 10 ล้าน รวมแล้วเป็นเงินกว่า 18 ล้านบาท จากนั้นอดีตผู้อำนวยการกองพุทธศาสนศึกษาก็จะขอเงินงบประมาณคืนไปเกือบทั้งหมด เหลือไว้ให้โรงเรียนประมาณ 1 ล้านบาท โดยเงินที่ขอคืนไปทั้งหมดสองครั้งแรกจะให้โอนคืนหลังโอนเงินมาให้วัด 3 วัน โดยให้นำส่งคืนให้เจ้าหน้าที่เป็นเงินสดทั้ง 3 ครั้ง ไม่ให้โอนผ่านบัญชี ซึ่งวัดเข้าใจว่าเป็นขั้นตอนของทางราชการที่สามารถทำได้จึงคืนให้ไป ส่วนเงินที่เหลือในบัญชี 1 ล้านบาท

ปปป.บุกขอนแก่นหาหลักฐานเงินทอนวัดลอต 4 พันงาบ 17 ล.
 

          อย่างไรก็ตามขณะนี้เจ้าหน้าที่ปปป.ได้สอบปากคำบุคคลในฐานะพยานไปแล้ว 3 ราย ขณะที่ผู้ถูกกล่าวหาในคดีนี้เจ้าหน้าที่จะรวบรวมหลักฐานเสนอผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนา (พศ.) เพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดีแก่เจ้าหน้าที่ที่ร่วมกันทุจจริตในครั้งนี้ โดยจะเสนอไปที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ซึ่งคาดว่าจะต้องใช้ระยะเวลาในการรวบรวมพยานหลักฐานพอสมควร

          นายสมศักดิ์ คุณเงิน ที่ปรึกษาศูนย์ปฏิบัติธรรมวิสุทธาจารย์ วัดธาตุ พระอารามหลวง กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อปี 2556 มีเจ้าหน้าที่สังกัดสำงานพระพุทธศาสนา นำเงินมามอบให้โดยที่วัดไม่ได้ร้องขอ โดยมีการโอนเงินให้ทั้งหมด 3 ครั้ง ครั้งแรก 5 ล้านบาท ครั้งที่ 2 จำนวน 3 ล้านบาท โดยทั้ง 2 ครั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้ขอคืนไปทั้งหมด หลังจาก 3 วันที่โอนมา ส่วนครั้งล่าสุดที่โอนมาคือจำนวน 10 ล้านบาท แต่ครั้งนี้เหลือไว้ให้วัดประมาณ 1 ล้านบาท ซึ่งเงินที่ขอคืนไปทั้งหมดถูกนำคืนให้เจ้าหน้าที่ในรูปแบบเงินสดทั้ง 3 ครั้ง โดยที่วัดเข้าใจว่าเป็นขั้นตอนของทางราชการที่สามารถทำได้จึงคืนให้ไป ส่วนเงินที่เหลือในบัญชี 1 ล้านบาท ทางวัดนำมาใช้สร้างศาลาศูนย์ปฏิบัติธรรมวิสุทธาจารย์

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จ.ขอนแก่น มีโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญทั้งหมด 26 แห่ง ซึ่งโรงเรียนวิเวกธรรมประสิทธิ์วิทยา วัดธาตุ พระอารามหลวง เป็น 1 ใน 60 แห่งทั่วประเทศที่พบข้อมูลว่าได้รับการจัดสรรงบประมาณจากโครงการอุดหนุนการศึกษาพระปริยัติธรรมในช่วงปีงบประมาณ 2554-2559
 


ปปป.บุกขอนแก่นหาหลักฐานเงินทอนวัดลอต 4 พันงาบ 17 ล.

          ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ พร้อมด้วย พ.ต.ต.วรณัณ ศรีล้ำ รองโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ได้พาตัวนายพิสิฐชัย สว่างวัฒนากร พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีภาษีอากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ เข้าพบ พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา กรณีเป็นบุคคลที่ใช้เฟซบุ๊กส่วนตัวโพสต์ข้อความว่าตำรวจจะเข้าบุกค้น 4 วัด ประกอบไปด้วยวัดปากน้ำภาษีเจริญ วัดพิชยญาติการามวรวิหาร วัดบวรนิเวศราชวรวิหาร และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ที่ผ่านมา ซึ่งไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด

ปปป.บุกขอนแก่นหาหลักฐานเงินทอนวัดลอต 4 พันงาบ 17 ล.
 

          ภายหลังการสอบปากคำนายพิสิฐชัย นานกว่า 3 ชั่วโมง พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าวว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษได้นำตัวนายพิสิฐชัยมาให้ตำรวจกองปราบปรามหลังเข้าไปเกี่ยวข้องกับการโพสต์ข้อความในเรื่องของวัด กรณีนี้สำนักงานพระพุทธศาสนา (พศ.) ได้ร้องทุกข์ต่อตำรวจกองปราบปราม ซึ่งทันทีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษทราบเรื่องก็ให้ความร่วมมือ และเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจของนายพิสิฐชัย จึงเดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาตามความผิดตามพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

ปปป.บุกขอนแก่นหาหลักฐานเงินทอนวัดลอต 4 พันงาบ 17 ล.
 

          พ.ต.ท.กรวัชร์ กล่าวว่า จากการสอบสวนนายพิสิฐชัยขอเวลากลับไปทำเอกสารเพื่อประกอบคำให้การแก่ตำรวจและจะส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเร็วที่สุด ซึ่งกรณีที่เกิดขึ้นเป็นความเห็นส่วนตัวของนายพิสิฐชัย ไม่ใช่เป็นการกระทำความผิดในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงาน เป็นเรื่องที่ผู้กระทำได้ทำความผิดส่วนตัว ในส่วนของกรมสอบสวนคดีพิเศษมีการตั้งคณะกรรมการพร้อมมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่โดยให้ไปประจำที่สำนักผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้สะดวกต่อการตรวจสอบและสามารถกำกับดูแลได้อย่างใกล้ชิด สำหรับข้อมูลที่นายพิสิฐชัยนำมาโพสต์นั้น นายพิสิฐชัยเอามาเอง ซึ่งดีเอสไอไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการทำคดีนี้ ในส่วนกรณีที่ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ให้ข้อมูลว่ามีเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ ไปขอข้อมูลเอกสารการเงินของวัดเมื่อประมาณ 2 เดือนที่แล้วนั้น ในส่วนนี้ขอเรียนว่ายังไม่ทราบรายละเอียดขอกลับไปตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อน

ปปป.บุกขอนแก่นหาหลักฐานเงินทอนวัดลอต 4 พันงาบ 17 ล.
 

          พล.ต.ต.ไมตรี กล่าวว่า นายพิสิฐชัยให้การว่าเป็นผู้โพสต์ข้อความดังกล่าวจริง ส่วนข้อเท็จจริงได้มาอย่างไรเป็นรายละเอียดที่นายพิสิฐชัยจะมาให้การในภายหลัง ในส่วนข้อมูลที่นายพิสิฐชัยโพสต์นั้นเมื่อตรวจสอบไปยังบก.ปปป. ก็ได้รับการยืนยันว่ายังไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ ซึ่งข้อมูลที่นายพิสิฐชัยโพสต์ถือเป็นการโพสต์ข้อมูลเท็จ

          ทั้งนี้ยังไม่มีการดำเนินการแก่วัดต่างๆ ในความผิดคดีเงินทอนวัดลอตที่ 4 และยืนยันว่าการโพสต์ของนายพิสิฐชัยไม่ทำให้การดำเนินคดีเงินทอนวัดยากขึ้น ส่วนความสัมพันธ์ของนายพิสิฐชัยกับตำรวจที่ทำคดี ในเรื่องนี้อยู่ในสำนวนคดีไม่สามารถเปิดเผยได้ จากการตรวจสอบไปยังกองบังคับการปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ปปป.) ยืนยันว่าที่ผ่านมาไม่มีการสอบสวนประเด็นที่เกี่ยวข้องกับวัดทั้ง 4 ส่วนวัดทั้ง 4 แห่งนั้นได้รับงบอุดหนุนโรงเรียนปริยัติธรรมหรือไม่นั้น ต้องสอบถามสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.)

ปปป.บุกขอนแก่นหาหลักฐานเงินทอนวัดลอต 4 พันงาบ 17 ล.
 

          ความคืบหน้าในการติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธี อดีตผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีเงินทอนวัด ที่หลบหนีไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ก่อนจะหลบหนีต่อไปยังประเทศเยอรมนี แล้วยื่นเรื่องขอลี้ภัย

          ล่าสุดรายงานข่าวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติแจ้งว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ได้บินด่วนครั้งที่ 2 โดยมี พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก.ตร.เดินทางไปด้วย เพื่อออกไปติดตามจับกุมอดีตพระพรหมเมธี

          โดยออกเดินทางออกจากสนามบินสุวรรณภูมิเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 10 มิถุนายน ที่ผ่านมา โดยสายการบินไทย เที่ยวบิน ทีจี 930 ปลายทางท่าอากาศยานนานาชาติปารีส-ชาร์ล เดอ โกล กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส คาดว่าจะไปประสานงานขอความช่วยเหลือจากตำรวจสากล ซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่เมืองลียง ประเทศฝรั่งเศส เพื่อให้ช่วยประสาน ติดตามตัวอดีตพระพรหมเมธี และหลังจากนั้นอาจจะเดินทางต่อไป นครแฟรงก์เฟิร์ต ประเทศเยอรมนี เพื่อเจรจาขอตัวอดีตพระพรหมเมธี ซึ่งอยู่ระหว่างการยื่นขอลี้ภัยต่อรัฐบาลเยอรมนี กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทยให้ได้

          พล.ต.อ.จักรทิพย์ จะเดินทางกลับประเทศไทยโดยสายการบินไทย เที่ยวบินที่ ทีจี 931 ในวันเสาร์ที่ 16 มิถุนายนนี้