เศรษฐีนีพา"อดีตพระพรหมเมธี"หนีไปลาว

อาชญากรรม  :  1 มิ.ย. 2561

เผย เส้นทางหนี "อดีตพระพรหมเมธี" มีเศรษฐีนี พาหนีข้ามไปลาว ผ่านทางนครพนม

เมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเช้าวานนี้(31พ.ค.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ได้นำทีมชุดสืบสวน จากหน่วยงานต่างๆ ประกอบด้วย ตำรวจจาก บช.ก. บช.ภ.1.บช.สตม. บก.สส.บช.น.และตำรวจ บก.ป.  เดินทางไปที่จังหวัดนครพนม หลังชุดสืบสวนตรวจสอบแกะรอยแล้วพบว่า พระพรหมเมธี (จำนงค์ เอี่ยมอินทรา ) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศาราม ผู้ต้องหาตามหมายจับ สนับสนุนเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์และปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน ได้เดินทางไปที่จังหวัดนครพนม ก่อนจะหายตัวไปโดยคาดว่าน่าจะมีลูกศิษย์ที่สนิทกับพระพรหมเมธี ให้การช่วยเหลือในการหลบหนีข้ามไปฝั่งประเทศลาว

จากการตรวจสอบข้อมูลของเจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่าเมื่อวันที่ 24 พ.ค.ซึ่งเป็นวันที่เจาหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ได้เปิดปฏิบัติการจับกุมพระผู้เถระผู้ใหญ่ วัดสระเกศฯและวัดสามพระยา นั้น เป็นวันที่ พระพรหมเมธี ได้ไปรับกิจนิมนต์ที่จังหวัดพิษณุโลก พอรู้ข่าวว่าเจ้าหน้าที่ได้เปิดปฏิบัติการจับพระคดีเงินทอนวัด พระพรหมเมธีจากที่จะเดินทางกลับวัดสัมธวงศ์ ได้เปลี่ยนเป้าหมายเดินทางหลบหนีไปที่จังหวัดนครพนมทันที โดยใช้รถตู้สีดำ มีโยมอุปัฏฐายิกา ซึ่งมีฐานร่ำรวย พร้อมคนขับรถเดินทางไปที่ วัดป่าสุคนธลักษณ์ อำเภอเรณูนคร จังหวัดนครพนม หลบอาศัยอยู่ในวัด จากนั้นโยมอุปัฏฐายิกาได้ติดต่อไปหาผู้หญิงมีฐานะคนหนึ่งซึ่งเป็นลูกศิษย์ของพระพรหมเมธีเช่นกัน ที่อยู่ในเมืองท่าแขก แขวงคำม่วน ประเทศลาว ก่อนจะพาพระพรหมเมธี หลบหนีผ่านช่องทางธรรมชาติข้ามฝั่งทันที

     ทั้งนี้จากการเปิดเผยของลูกศิษย์พระพรหมเมธี ทราบว่า พระพรหมเมธีรรู้ข่าวมานานแล้วว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะจับกุมในเรื่องเงินทอนวัด ถึงกับเปรยผ่านลูกศิษย์ว่า ไม่มีความกังวลแต่อย่างไร ถ้าเกิดเรื่องขึ้นจริงมีช่องทางหลบหนีอยู่แล้ว เพราะมีญาติโยมที่เคารพบูชา

เศรษฐีนีพา"อดีตพระพรหมเมธี"หนีไปลาว