คุ้ยญาติ"ร.ต."โยงคดีเงินทอนวัด-ปมเงินโอน25ล้าน

อาชญากรรม  :  18 พ.ค. 2561

"ศรีวราห์"-"ผช.ผบ.ศรภ." ร่วมตรวจอาวุธปืนยึดจากบ้านพัก "ร.ต." ศรภ. สาวลึกญาติผู้ใหญ่นายทหารปมพระผู้ใหญ่โอน 25 ล้านเข้าบัญชีแม่บ้านพันคดี"เงินทอนวัด"

     กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พร้อมหมายศาลจังหวัดมีนบุรี เข้าตรวจค้นบ้านพักแห่งหนึ่งในหมู่บ้านสีวลีรามคำแหง ถนนราษฎร์พัฒนา (ซอยมิสทีน) แขวงและเขตสะพานสูง กทม. หลังสืบทราบว่าบุคคลที่พักอาศัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีทุจริตเงินงบประมาณเผยแผ่พระพุทธศาสนา หรือเงินทอนวัด โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารยศ “ร้อยตรี” สังกัดศูนย์รักษาความปลอดภัย กองบัญชาการกองทัพไทย เป็นเจ้าของบ้าน พร้อมนำตัวแม่บ้าน อายุ 32 ปี ชาวบุรีรัมย์ ไปสอบสวนเนื่องจากมีชื่อเป็นผู้เปิดบริษัทที่รับโอนเงินจำนวน 25 ล้านบาทจากพระชั้นผู้ใหญ่ในวัดแห่งหนึ่งในพื้นที่กรุงเทพฯ สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าหญิงสาวดังกล่าวมีอาชีพขายลูกชิ้นอยู่ที่ตลาดสี่มุมเมือง แต่มารับทำงานเสริมเป็นแม่บ้านช่วยเลี้ยงดูบุตรหลานให้เจ้าของบ้าน และยอมรับว่าเป็นผู้รับเงินที่โอนมาจากทางวัดและมีการเบิกเงินออกมาจริง เนื่องจากคนในบ้านคนหนึ่งที่สนิทสนมได้มาขอให้ช่วยเปิดบัญชีธนาคาร นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้เปิดตู้เซฟภายในบ้านยึดอาวุธปืนยาวและสั้นพร้อมเอกสารจำนวนมากไปตรวจสอบด้วยนั้น

     ล่าสุดเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ได้ตรวจสอบอาวุธปืนสั้นและยาว รวม 22 กระบอก ที่ยึดมาได้ พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ทหาร เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน และชุดเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด เข้าร่วมตรวจสอบของกลางทั้งหมด

     ต่อมาเวลา 12.00 น. ที่บก.ป. พล.ต.อ.ศรีวราห์ พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รอง ผบช.ภ.1 พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1บก.ป. พร้อมคณะ ร่วมกับ พล.ต.คณิศร สุนทรธีมากร ผู้ช่วยผู้บัญชาการศูนย์รักษาความปลอดภัย คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (ศรภ.คสช.) พ.อ.บุรินทร์ ทองประไพ คณะทำงานฝ่ายกฎหมาย คสช. ร่วมแถลงข่าวกรณีตรวจค้นบ้านหรูซอยมิสทีน จากการสืบทราบว่าบุคคลที่พักอาศัยมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีเงินทอนวัด 

คุ้ยญาติ"ร.ต."โยงคดีเงินทอนวัด-ปมเงินโอน25ล้าน

     พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า จากการประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน (พฐ.) และหน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรืออีโอดี ตรวจสอบในเบื้องต้นพบว่าอาวุธปืนทั้งหมดมีทะเบียนถูกต้องแต่อยู่ระหว่างตรวจสอบการครอบครองว่าถูกต้องหรือไม่ โดยได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนบก.ป.รวบรวมพยานหลักฐานกรณีการครอบครองอาวุธปืนทั้งหมดเข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพลเพื่อพิจารณาขออำนาจศาลออกหมายจับต่อไป

     สำหรับความเกี่ยวพันกับคดีเงินทอนวัดยังอยู่ระหว่างสืบสวนหากมีผู้ใดเกี่ยวข้องก็จะดำเนินคดีทั้งหมด โดยรายละเอียดต่างๆ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้เพราะเกรงว่าจะกระทบกับสำนวนคดี แต่ขณะนี้ทางฝ่ายความมั่นคงจะมุ่งเน้นการตรวจสอบในประเด็นการครอบครองอาวุธปืนที่มีอยู่เป็นจำนวนมากว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร และถูกใช้งานในเหตุการณ์ใดหรือไม่ โดยยืนยันว่าจะต้องมีการพิจารณาแจ้งความดำเนินคดีอย่างแน่นอน

     พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของนายทหารยศร้อยตรี ประจำ ศรภ. ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านนั้น เนื่องจากเป็นข้าราชการหากพบประเด็นใดที่เข้าข่ายความผิดฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ก็จะต้องส่งเรื่องให้แก่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ดำเนินการต่อไป ซึ่งหลักๆ แล้วที่ตนมาดำเนินการวันนี้เป็นเพราะมีการพบอาวุธปืนจำนวนมากจึงต้องมีการตรวจสอบเพราะอาจเกี่ยวพันกับคดีความมั่นคง

     ด้าน พล.ต.คณิศร เปิดเผยว่า ในส่วนของกฎหมายก็คงเป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนที่จะต้องดำเนินการไป และยังต้องรอผลสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานต่างๆ ส่วนทางวินัยยังไม่ได้มีการพิจารณา สำหรับกรณีการครอบครองอาวุธปืนที่มีจำนวนมากนั้นก็ไม่สามารถระบุหรือจำกัดได้ว่าเจ้าหน้าที่ทหารต้องมีอาวุธอยู่ในครอบครองเท่าใด เพียงแต่ว่าหลังจากนี้เมื่อมีหลักฐานปรากฏเช่นนี้ก็เป็นหน้าที่ของพนักงานสอบสวนจะตรวจสอบที่มาที่ไปว่าถูกต้องหรือไม่ เพราะไม่มีข้อกำหนดด้วยว่าต้องครอบครองปืนได้เท่าใด แต่ภารกิจของทหารสังกัด ศรภ. ก็ไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้อาวุธปืนมากขนาดนี้ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน เนื่องจากหน่วยงานต้นสังกัดยังรวบรวมข้อมูลพยานหลักฐานจากเจ้าหน้าที่ตำรวจไปตรวจสอบข้อเท็จจริง หากพบว่าอาวุธปืนและทรัพย์สินเกี่ยวข้องกับคดีเงินทอนวัดก็จะดำเนินการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทันที

     “โดยส่วนตัวมองว่าการที่นายทหารยศร้อยตรีจะมีอาวุธปืนจำนวนดังกล่าวเป็นเรื่องผิดปกติหรือไม่ ก็เป็นความชอบส่วนบุคคล ฐานะทางการเงิน และกรมการปกครองอนุญาต แต่การเป็นนายทหารประจำ ศรภ. ไม่มีความจำเป็นต้องพกอาวุธจำนวนมากตามที่ปรากฏ” พล.ต.คณิศรกล่าว

คุ้ยญาติ"ร.ต."โยงคดีเงินทอนวัด-ปมเงินโอน25ล้าน

     รายงานจากชุดสอบสวน เปิดเผยว่า การนำตัวแม่บ้านวัย 32 ปี ไปสอบปากคำเนื่องจากพบหลักฐานมีชื่อเปิดบริษัทรับงานอีเวนท์และประชาสัมพันธ์ให้แก่วัดใหญ่ชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ โดยมีพระผู้ใหญ่ในวัดดังกล่าวตกเป็นผู้ถูกกล่าวหาในคดีเงินทอนวัด จำนวน 30 ล้านบาท แต่จากแนวทางสอบสวนเบื้องต้นเจ้าหน้าที่เชื่อว่าแม่บ้านคนนี้น่าจะเป็นเพียงบุคคลที่ถูกใช้ชื่อไปจดทะเบียนบริษัทและเปิดบัญชีรับโอนเงินเท่านั้น เพราะพบว่าหญิงซึ่งเป็นญาติผู้ใหญ่ของเจ้าของบ้านที่ถูกเข้าตรวจค้นน่าจะมีส่วนเกี่ยวข้อง เนื่องจากที่ผ่านมาได้รับงานอีเวนท์และงานประชาสัมพันธ์ให้แก่วัดแห่งนี้มาโดยตลอด และยังเคยเดินทางไปต่างประเทศกับพระผู้ใหญ่ชื่อดังรูปนี้ในโครงการพระธรรมทูต ซึ่งได้รับเงินอุดหนุนจากสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)ด้วย 

     แหล่งข่าวระบุว่า กลุ่มบุคคลที่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ประกอบด้วย หญิงที่เป็นญาติผู้ใหญ่ของเจ้าของบ้าน พระชั้นผู้ใหญ่ และผู้บริหารระดับสูงของพศ.ร่วมอยู่ในเครือข่ายทั้งจัดสรรเงินและพิจารณาอนุมัติด้วย 

     ส่วนประวัตินายทหารยศร้อยตรี เจ้าของบ้าน เคยทำหน้าที่เป็นเลขานุการของอดีตผู้บริหารองค์กรอิสระที่ทำหน้าที่ตรวจสอบงบประมาณ และเคยอุปสมบทเมื่อปี 2559 โดยมีพระผู้ใหญ่จากวัดชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ เป็นพระอุปัชฌาย์ และอดีตผู้บริหารองค์กรตรวจสอบดังกล่าวก็ไปร่วมงานด้วยโดยเป็นงานบวชที่จัดอย่างยิ่งใหญ่

     ขณะที่ พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. เปิดเผยว่า หลังจาก พ.ต.อ.วรายุทธ สุขวัฒน์ รอง ผบก.ปปป. นำสำนวนคดีเงินทอนวัดลอตที่ 3 ส่งให้ ป.ป.ช.ดำเนินการต่อตามขั้นตอนกฎหมาย เมื่อวันที่ 23 เมษายน ที่ผ่านมา ทางกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) ได้ขอสำนวนไปขยายผลเรื่องการฟอกเงิน ส่วนกรณีตำรวจกองปราบฯ บุกไปค้นบ้านหลังหนึ่งที่เกี่ยวข้องในคดีเงินทอนวัดนั้นคงจะเป็นการขยายผลหลังตรวจสอบเส้นทางการเงินในคดีดังกล่าว ทั้งนี้ บก.ปปป.ดำเนินการในคดีด้านการทุจริตเงินทอนวัดเท่านั้น ขณะนี้ พ.ต.อ.วรายุทธ กำลังดำเนินการตรวจสอบและรวบรวมหลักฐานในลอตที่ 4 ต่อไป

คุ้ยญาติ"ร.ต."โยงคดีเงินทอนวัด-ปมเงินโอน25ล้าน

     ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีตรวจค้นบ้านของนายทหารว่า ยังไม่ได้รับรายงานจากพศ. ทราบแต่เพียงว่าเรื่องนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลของกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(บช.ก.) โดยการเข้าตรวจค้นบ้านดังกล่าวคงเป็นไปตามการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

     ผู้สื่อข่าวถามว่าเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเส้นทางเงินพบว่ามีการโอนเงิน 25 ล้านบาท จากเจ้าอาวาสวัดชื่อดังแห่งหนึ่งให้กับแม่บ้านของนายทหารคนนี้ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่าเกี่ยวข้องกับใคร ขอให้สอบถามเจ้าหน้าที่ตำรวจดีกว่า ซึ่งคดีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตเงินทอนวัดอยู่ที่ตำรวจเป็นหลัก ขณะที่พศ.สอบสวนทางวินัยหรือการกระทำผิดของข้าราชการพศ.ซึ่งทุกฝ่ายเดินหน้าตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐาน ต่อข้อถามว่าจากการตรวจค้นจะขยายผลไปสู่เรื่องอื่นอีกหรือไม่ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ตำรวจคงทำอย่างเต็มที่และมีหลักในการทำงานอยู่แล้ว

     ส่วนกรณีที่องค์กรส่งเสริมและปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนายื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดินให้ตรวจสอบพ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์ ผู้อำนวยการพศ.กรณีที่นางกนิษฐา พราหมณ์เสน่ห์ ภรรยาของพ.ต.ท.พงศ์พร ได้รับคัดเลือกให้ไปนมัสการสังเวชนียสถานที่ประเทศอินเดียและเนปาน โดยใช้งบประมาณของพศ. นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ต้องรอดูว่าสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินจะมีผลสอบออกมาอย่างไร ขณะที่พศ.เคยชี้แจงแล้ว เมื่อถามต่อว่ามีความเป็นห่วง พ.ต.ท.พงศ์พร ที่กำลังถูกโจมตีอย่างหนักในขณะนี้หรือไม่ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า ยังคงให้เขาทำหน้าที่ต่างๆอย่างเต็มที่ ทุกอย่างก็เป็นไปตามพยานหลักฐาน

     วันเดียวกัน นายไพบูลย์ นิติตะวัน ผู้ก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูป กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นกระบวนการทุจริตงบประมาณแผ่นดินของพระชั้นผู้ใหญ่ที่มีกลุ่มชาวพุทธพลังแผ่นดิน และอดีตผู้ว่าการ สตง.คนหนึ่ง ออกมาปกป้องพระผู้ใหญ่ โดยพยายามกดดันแทรกแซงเจ้าหน้าที่ของรัฐที่ทำหน้าที่ตรวจสอบเรื่องนี้ทุกวิถีทาง แต่ตอนนี้มีหลักฐานปรากฏแล้วว่าพระชั้นผู้ใหญ่ในระดับกรรมการมหาเถรสมาคม(มส.) เฉพาะวัดนี้เบิกงบประมาณแผ่นดินอ้างว่าเพื่อใช้ในการเผยแผ่พระพุทธศาสนาไปแล้วหลายร้อยล้าน ปีละ 60 ล้านบาท โดยกรณีนี้นำเงินหลวงมาเข้าบัญชีวัด จากนั้นก็โอนเงิน 25 ล้านบาทไปเข้าบัญชีของสีกา แล้วให้สีกาเบิกเงินมาคืน

คุ้ยญาติ"ร.ต."โยงคดีเงินทอนวัด-ปมเงินโอน25ล้าน

     “พฤติกรรมเช่นนี้ทำให้เชื่อได้ว่าเข้าข่ายเป็นการฟอกเงินที่ได้จากการทุจริตเงินหลวง ล่าสุดผมทราบว่าพระชั้นผู้ใหญ่ระดับกรรมการ มส.รายนี้กำลังอยู่ต่างประเทศจึงขอให้ทุกคนหูตาสว่างขึ้นด้วย เพราะการตรวจสอบเอาผิดกับบุคคลที่ทุจริตเงินหลวง ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นนักการเมือง ข้าราชการ หรือพระชั้นผู้ใหญ่ ก็ตาม ควรช่วยสนับสนุนการป้องกันและปราบปราม ดังนั้น ใครที่เคลื่อนไหวต่อต้านควรหยุดการเคลื่อนไหวในทางที่ไม่ถูกต้อง เพราะอาจจะกลายเป็นเข้าข่ายสนับสนุนช่วยเหลือผู้กระทำความผิด" นายไพบูลย์กล่าว

     นายไพบูลย์ กล่าวอีกว่า เชื่อว่าการตรวจสอบทุจริตเงินหลวงของพระชั้นผู้ใหญ่ในระดับกรรมการ มส. โดยหน่วยงานของรัฐ เช่น ปปง. จะสามารถตรวจสอบเส้นทางการเงินและขยายผลไปยังขบวนการหรือกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องอีกจำนวนมาก ถือเป็นความเข้มแข็งของการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลนี้ และจะเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญนำไปสู่การปฏิรูปการปกครองคณะสงฆ์และการจัดการทรัพย์สินวัดและพระภิกษุให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย ตามแนวทางที่คณะผู้ก่อตั้งพรรคประชาชนปฏิรูปเสนอนโยบายแก้ไขปัญหา โดยให้มี พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ฉบับธรรมาธิปไตย ขึ้นมาใช้แทน

ฉบับ นสพ.คมชัดลึก


เปิดอ่าน