ค้นรง.ผลิตครีมดัง - ยึด"ปอร์เช่"ข่ายเมจิกสกิน

"วิระชัย"นำค้นโรงงานผลิตครีมดังย่านอรุณอัมรินทร์ เผยไม่มีส่วนผสมเยื่อไผ่-เห็นญี่ปุ่นตามที่โฆษณา ยึดรถหรูจอดทิ้งอาบอบนนวด ขณะที่ตร.โชคชัยสอบไม่พบ"พ่อสันธนะ"ผิด

          เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา(อย.) เข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ 2 ชั้น ซึ่งเป็นที่ตั้งของ บริษัท ฮานิว โคเรีย จำกัด ภายในซอยอรุณอมรินทร์ 53 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กทม.

ค้นรง.ผลิตครีมดัง - ยึด"ปอร์เช่"ข่ายเมจิกสกิน

          หลังสืบทราบว่า บริษัทดังกล่าวผลิตสินค้าให้แก่เมจิกสกิน และตรีชฎา ซึ่งเป็นสินค้าในเครือเมจิกสกิน โดยบริษัทดังกล่าว เป็นตึกติดกัน 2 คูหา จำนวน 3 ชั้น หน้าร้านระบุว่า หน้าร้านเปิดเป็นสำนักงาน โดยมีป้ายติดว่า รับออกแบบเวชสำอาง อาหารเสริม ออกแบบผลิตภัณฑ์ และขวดต่างๆ ขณะที่ด้านข้างและด้านหลังเปิดเป็นโรงงาน โดยมีสารเคมีที่ใช้สำหรับทำครีมจำนวนมาก ที่บรรจุในถุงกระสอบจำนวนหลายถุง นอกเหนือจากนั้น ยังพบเครื่องจักรสำหรับผลิตครีมอีกหลายเครื่อง ขณะที่พนักงานจำนวนหนึ่งกำลังจะเข้างาน เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการตรวจค้น จึงได้หยุดการทำงานทันที
          ทั้งนี้ ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า บริษัทดังกล่าวมีชื่อของ นายทนง วงศ์สมบูรณ์ นางบุญญาพา วงศ์สมบูรณ์ และ น.ส.ปาจรีย์ วงศ์สมบูรณ์ เป็นกรรมการ ผลิตสินค้าแบรนด์ตรีชฎา จำนวน 2 ลอต

          พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า จากการเข้าตรวจค้นพบว่า โรงงานแห่งนี้รับผลิตสินค้าให้แก่เมจิกสกินและตรีชฎาด้วย เพราะตรวจสอบพบรายละเอียดฐานข้อมูลในคอมพิวเตอร์ของบริษัท แต่จากการตรวจค้นไม่พบผลิตภัณฑ์เครือเมจิกสกิน หรือ ตรีชฎา และยังไม่พบบรรจุภัณฑ์ด้วย พบเพียงสารตั้งต้น และเครื่องผลิตครีมขนาดใหญ่เท่านั้น ซึ่งตำรวจก็สงสัยว่าเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ แต่จากการสอบสวนขยายผล ทราบว่ามีแหล่งเก็บสินค้าเป็นตึกแถวอยู่ตรงข้ามกับบริษัทดังกล่าว

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประเด็นที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสงสัยคือ อย.ได้ประกาศยกเลิกไม่ให้ผลิตหรือจำหน่ายสินค้ายี่ห้อดังกล่าว แต่เหตุใดทางบริษัทยังมีการผลิตอยู่ จึงคาดว่านำสินค้าเก่ามาจดแจ้งให้ถูกต้องหรือไม่

ค้นรง.ผลิตครีมดัง - ยึด"ปอร์เช่"ข่ายเมจิกสกิน
 

          ต่อมา พล.ต.อ.วิระชัยพร้อมคณะ ได้เข้าตรวจค้นอาคารพาณิชย์ฝั่งตรงข้ามที่เชื่อว่าเป็นที่เก็บซ่อนสินค้าของบริษัท ฮานิว โคเรีย โดยทั้ง 2 คูหาเลขที่ 1759 และ 1757

          นายทนง วงศ์สมบูรณ์ กรรมการบริหารบริษัทฮานิว โคเรีย จำกัด ซึ่งร่วมสังเกตการณ์การตรวจค้นของตำรวจ เปิดเผยว่า บริษัทแห่งนี้รับผลิตเนื้อครีม และขายส่งเฉพาะเนื้อครีม ซึ่งส่วนผสมที่เป็นสารตั้งต้นการผลิต สั่งซื้อถูกต้องตามกฎหมาย และมีการแจ้งจดทะเบียนบริษัทเมื่อปี 2556 ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง ก่อนหน้านี้มีเจ้าหน้าที่ อย. เข้ามาตรวจ ก็ไม่พบสารต้องห้าม ส่วนที่มีข้อมูลว่าบริษัทเมจิสกินมีการมาใช้ที่ตั้งของโรงงานเป็นสถานที่ผลิตสินค้า ยอมรับว่ามีการติดต่อขอซื้อเนื้อครีมทารักแร้ของโรงงานจำนวน 3 ตัน ไปทดลองจำหน่าย และใช้ได้ผลดี จึงมีการทำหนังสือสัญญาว่าจ้างเป็นสถานที่ผลิตสินค้าให้ แต่ไม่ทราบว่า แบรนด์ตรีชฎา นำครีมที่สั่งผลิต ไปบรรจุภัณฑ์ในลักษณะไหนอย่างไร เพราะส่วนโรงงานผลิตให้แต่เนื้อครีมเป็นถุงเท่านั้น ต่อมาทางบริษัทได้มีการตรวจสอบเลข อย. แล้วพบว่าไม่ถูกต้องจึงส่งกลับไปยังบริษัทเมจิกสกิน จึงทำให้ไม่มีการผลิตสินค้าให้บริษัทเมจิก สกิน 

ค้นรง.ผลิตครีมดัง - ยึด"ปอร์เช่"ข่ายเมจิกสกิน
 

          “ก่อนหน้านี้ 2-3 เดือน บริษัท เมจิกสกิน ได้ติดต่อเข้ามาให้ผลิตสินค้าให้ 8 รายการ จึงมีการทำหนังสือสัญญาว่าจ้าง แต่เมื่อตรวจสอบทาง อย.พบว่ามีปัญหา จึงส่งกลับไปยังบริษัทเมจิกสกิน ทำให้ยังไม่มีการผลิตสินค้าให้แก่บริษัทเมจิกสกิน” นายทนงกล่าว

ค้นรง.ผลิตครีมดัง - ยึด"ปอร์เช่"ข่ายเมจิกสกิน
 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ฮานิว โคเรีย ผลิตสินค้าที่ชื่อว่า คาโอะ เซรั่มร้อยไหม ด้วย โดย น.ส.ปาจรีย์ วงศ์สมบูรณ์ กรรมการบริษัทฮานิว โคเรีย ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงของสารประกอบครีมยี่ห้อคาโอะ ยืนยันว่า ในผลิตภัณฑ์ไม่มีส่วนผสมจากเยื่อไผ่ และเห็ดญี่ปุ่น ตามที่มีการนำไปโฆษณา ส่วนกรณีที่ตำรวจพบข้อมูลบัญชีหนี้สิน แล้วมีชื่อบริษัทเมจิกสกิน เป็นลูกหนี้ 27 ล้านบาท เรื่องดังกล่าว น.ส.ปาจรีย์ยังตอบคำถามไม่ชัดเจน และอ้างว่าจะขอตรวจสอบรายละเอียดก่อน

ค้นรง.ผลิตครีมดัง - ยึด"ปอร์เช่"ข่ายเมจิกสกิน
 

          พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า ผลิตภัณฑ์ยี่ห้อคาโอะ ที่มีการกล่าวอ้างว่ามีเยื่อไผ่ และเห็ดจากญี่ปุ่นนั้นไม่เป็นความจริง และผลิตภัณฑ์ของตรีชฎาที่มีการกล่าวอ้างว่าผลิตที่ จ.นครราชสีมา นั้นก็ไม่เป็นความจริงเพราะมาผลิตที่โรงงานแห่งนี้ ยืนยันว่าเอกสารที่ได้จากบริษัทชี้ให้เห็นว่า บริษัท ฮานิว โคเรีย มีการรับผลิตสินค้าให้บริษัท เมจิกสกินจริง ซึ่งทางเจ้าของจะปฏิเสธอย่างไรนั้นก็เป็นสิทธิที่สามารถทำได้ อย่างไรก็ตามตำรวจจะนำเครื่องคอมพิวเตอร์ไปตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียด รวมถึงจะเชิญผู้บริหารบริษัทไปสอบปากคำและแจ้งข้อกล่าวหาเบื้องต้นในข้อหาโฆษณาเกินจริง ที่บก.ป.ภายในวันนี้ นอกจากนี้จะพิจารณาว่า เข้าข่ายร่วมกันฉ้อโกงประชาชนด้วยหรือไม่

 

 

          วันเดียวกัน พล.ต.อ.วิระชัยนำคณะเข้าตรวจยึดรถยนต์ยี่ห้อปอร์เช่ สีขาวเหลือง หมายเลขทะเบียนป้ายแดง น-8886 กรุงเทพมหานคร ที่จอดอยู่ภายในสถานบริการอาบอบนวดเจ้าพระยา 3 ซึ่งอยู่ใกล้เคียงกับสะพานพระราม 8

ค้นรง.ผลิตครีมดัง - ยึด"ปอร์เช่"ข่ายเมจิกสกิน
 

          พล.ต.อ.วิระชัยกล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบเอกสารสำเนาคู่มือทะเบียนรถ ระบุว่า เป็นรถยนต์ ทะเบียน 5 กฉ–6095 กรุงเทพมหานคร โดยมีนายอภิวัส พงศ์พัฒนะนุกูล เป็นผู้ครอบครอง ซึ่งเป็น 1 ใน 7 คน ของผู้ต้องหาที่ถูกออกหมายเรียกในคดีเมจิกสกิน ภายในรถยังพบนามบัตรของ นายอภิวัส ที่ระบุว่าเป็นกรรมการบริษัท พีโอเอส คอสเมติกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ที่ จ.สมุทรสาคร ที่เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจค้นไปเมื่อวันที่ 24 เมษายน ที่ผ่านมา นอกจากนี้พบสินค้าตัวอย่าง เซรั่มเมโส แผนการตลาด สมุดบัญชีธนาคาร 3 บัญชี ซึ่งมีเงินหมุนเวียนหลายล้านบาท

ค้นรง.ผลิตครีมดัง - ยึด"ปอร์เช่"ข่ายเมจิกสกิน
 

          ทั้งนี้ ต้องตรวจสอบว่าบุคคลใดเป็นคนนำรถมาจอดและนำมาจอดได้อย่างไร ใครเป็นเจ้าของรถตัวจริง มีการยักย้ายถ่ายเททรัพย์สินหรือไม่ เนื่องจากตรวจสอบพบว่า รถคันนี้เดิมเป็นของนางวรรณภา พวงสน หนึ่งในผู้ต้องหาคดีเมจิกสกิน จึงจะต้องอายัดไว้เพื่อนำไปตรวจสอบและสืบสวนขยายผลต่อไป

ค้นรง.ผลิตครีมดัง - ยึด"ปอร์เช่"ข่ายเมจิกสกิน
 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิวัส มีส่วนเกี่ยวข้องกับเครือเมจิกสกิน เพราะเป็นเจ้าของโรงงานพีโอเอส คอสเมติกส์  ที่ได้รับโอนมาจากนายกสิทธิ์ วรชิงตัน หรือ หญิงย้วย หนึ่งในผู้ต้องหาคดีนี้
 

          จากกรณีการเสียชีวิตของ น.ส.พิมลวรรณ หมอนอิง อายุ 31 ปี ชาวจังหวัดกาญจนบุรี หลังผลตรวจทางนิติเวชยืนยันสาเหตุการเสียชีวิตจากหัวใจล้มเหลวเนื่องมาจากสารไซบูทรามีนในอาหารเสริมลดน้ำหนัก ยี่ห้อลีน (LYN) ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

ค้นรง.ผลิตครีมดัง - ยึด"ปอร์เช่"ข่ายเมจิกสกิน
 

          ล่าสุด เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม ที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ประธานเครือข่ายรณรงค์ทวงคืนความยุติธรรมในสังคม พร้อมนายวุฒิกร หมอนอิง อายุ 30 ปี น้องชายของ น.ส.พิมลวรรณ ผู้เสียชีวิต เดินทางเข้าพบ พ.ต.อ.ไพฑูรย์ พูลสวัสดิ์ ผกก.(สอบสวน) กก.4 บก.ปคบ. เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนขอให้ช่วยดำเนินคดีและจับกุมผู้กระทำผิดตามกฎหมายจากผลิตภัณฑ์อาหารเสริมดังกล่าว

ค้นรง.ผลิตครีมดัง - ยึด"ปอร์เช่"ข่ายเมจิกสกิน
 

          นายรณณรงค์เปิดเผยว่า เดินทางมา บก.ปคบ.เพื่อต้องการให้ดำเนินคดีกับเจ้าของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมยี่ห้อลีน เนื่องจากเป็นคดีซับซ้อนเพราะต้องมีผลตรวจทางการแพทย์มายืนยันด้วย โดยผลตรวจจากกลุ่มนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลราชบุรี ระบุสาเหตุว่าหัวใจล้มเหลวจากผลแทรกซ้อนของยาไซบูทรามีน อีกทั้งจะเดินทางไปสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้รื้อคดีที่มีผู้เสียชีวิตจากผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลีนทั่วประเทศทุกราย

          ด้านนายวุฒิกรกล่าวว่า พี่สาวตนมีลูกชาย 1 คน รูปร่างอวบ ได้เห็นผลิตภัณฑ์อาหารเสริมดังกล่าวโฆษณาผ่านสื่อโซเชียลมีเดียจึงทดลองบริโภคได้ประมาณ 10 วัน น้ำหนักลดลง 2 กิโลกรัม แต่ก็มาเสียชีวิตเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2561 ที่ผ่านมา หลังมีอาการแน่นหน้าอก หายใจไม่ออก ซึ่งพี่สาวไม่มีโรคประจำตัวแต่อย่างใด หลังจากนั้นมารดาเสียใจมากและร่างกายทรุดลงจนเสียชีวิตในวันที่ 3 เมษายน 2561 เป็นความสะเทือนใจของคนในครอบครัวที่เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น โดยตนได้มอบหลักฐานทั้งหมดให้ สภ.เมืองกาญจนบุรีแล้ว แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถสรุปคดีได้


ค้นรง.ผลิตครีมดัง - ยึด"ปอร์เช่"ข่ายเมจิกสกิน
 

          นายวุฒิกรกล่าวต่อว่า มีตัวแทนผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลีนโทรศัพท์มาเคลียร์ปัญหา พร้อมยื่นข้อเสนอเป็นเงินเยียวยา 1 ล้านบาท แต่ไม่กล้าไปพบเพราะกลัวอันตราย นอกจากนี้ เงินจำนวนดังกล่าวไม่สามารถชดเชยชีวิตพี่สาวได้ จึงมาแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน ปคบ. เพื่อดำเนินการต่อผู้ที่เกี่ยวข้องและไม่อยากให้ใครตกเป็นเหยื่อจากการบริโภคผลิตภัณฑ์ลีนอีก

ค้นรง.ผลิตครีมดัง - ยึด"ปอร์เช่"ข่ายเมจิกสกิน
 

          พ.ต.อ.ไพฑูรย์เผยว่า ขณะนี้สำนวนคดียังอยู่ที่ สภ.เมืองกาญจนบุรี หากมีความซับซ้อนมากอาจเสนอผู้บังคับบัญชาพิจารณาโอนสำนวนคดีมายัง บก.ปคบ.ดำเนินการตรวจสอบต่อไป อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ปิดโรงงานผลิตและยึดผลิตภัณฑ์อาหารเสริมทั้งหมดมาตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว

          วันเดียวกัน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว กล่าวถึงกรณีการดำเนินคดี พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีต รอง ผกก.สันติบาล ผู้ต้องหาในคดีร่วมกันกรรโชกทรัพย์ เก็บค่าคุ้มครองผู้ค้าในตลาดใหม่ดอนเมือง ว่า เรื่องนี้ใกล้จะจบแล้ว ขอยืนยันว่าไม่ใช่การกลั่นแกล้ง ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างการสอบสวนผู้เสียหายให้ครบถ้วนก่อน จากนั้นจะเป็นขั้นตอนของอัยการและศาลที่จะต้องดำเนินการต่อ และยืนยันว่าไม่ได้มีปัญหาขัดแย้งกับ พ.ต.ท.สันธนะ แม้ว่าจะมีชื่อติดอยู่ 1 ใน 3 นายพลตำรวจที่ถูกกล่าวอ้างก็ตาม

ค้นรง.ผลิตครีมดัง - ยึด"ปอร์เช่"ข่ายเมจิกสกิน
 

          พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม ในอดีตเคยไปจับโต๊ดเถื่อนในสนามม้า ซึ่งจับทุกราย มีสถิติจับกุมชัดเจน จึงอาจทำให้มีคนไม่พอใจบ้าง แต่ก็ต้องทำตามหน้าที่ และย้ำว่าไม่มีเรื่องส่วนตัวเข้ามาเกี่ยวข้องหรือไปทะเลาะกับ พ.ต.ท.สันธนะ เพราะไม่เคยคุยกันเลย ไม่มีเลือกปฏิบัติ

          ทั้งนี้ ไม่ได้มองเรื่องของ พ.ต.ท.สันธนะ เป็นประเด็นหลัก แต่จะทำอย่างไรให้ตลาดใหม่ดอนเมืองแข็งแรง เช่น รายได้ต้องเข้ารัฐครบถ้วน รายได้จากการเช่าที่ดินก็จะต้องเข้ากรมธนารักษ์ การเสียภาษีต้องถูกต้อง พ่อค้าและแม่ค้าต้องขายสินค้าที่ถูกต้องและมีอย. ดังนั้นเมื่อออกจากตลาดนี้ไป ตลาดจะต้องมีความสมบูรณ์ ไม่มีการต่อเติมอาคาร ที่สำคัญจะต้องไม่มีการบุกรุกคลองเปรมประชากร ดังนั้น การดำเนินคดีที่เกิดขึ้นเป็นเพียงเสี้ยวหนึ่งเท่านั้น โดยสำนักงานเขตดอนเมืองจะต้องปิดประกาศให้ครบ เมื่ออาคารต่อเติมผิดก็จะต้องมีการรื้อถอนภายใน 30 วัน ถ้ารื้อถอนไม่ทันเวลาก็จะต้องเลื่อนเวลาออกไป

          ส่วนที่บุกรุกคลองเปรมประชากรจะต้องทุบทิ้งทั้งหมด ส่วนค่าเช่าที่ราคาสูงนั้น ทางอธิบดีกรมธนารักษ์ก็จะต้องมาดูว่าถูกต้องหรือไม่ ราคาสูงกว่าความเป็นจริงหรือไม่ เชื่อว่าจะใช้ระยะเวลาอีกเพียงประมาณ 2 สัปดาห์ก็จะเสร็จสิ้น ถ้ามีเจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปเกี่ยวข้องก็จะต้องดำเนินคดี โดยจะต้องมีผู้เสียหายมาฟ้องร้อง

          เมื่อถามว่า พ.ต.ท.สันธนะ เป็นผู้มีอิทธิพลหรือไม่นั้น พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ไม่ได้มองเป็นผู้มีอิทธิพลเลย เพราะวันนี้เรามองว่าไม่มีผู้มีอิทธิพล แต่เป็นเพียงการกระทำความผิดเฉพาะกลุ่ม หรือบุคคลเท่านั้น มาเฟียก็ไม่มี เราไม่ได้ให้ความสำคัญเพียงส่วนนี้ส่วนเดียว ซึ่งเราจะต้องดูทุกส่วนให้ครบถ้วน

ค้นรง.ผลิตครีมดัง - ยึด"ปอร์เช่"ข่ายเมจิกสกิน
 

          พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อถึงกรณีที่ตำรวจออกหมายเรียก พ.ต.อ.สมชาย ประยูรรัตน์ วัย 91 ปี บิดา พ.ต.ท.สันธนะ ฐานให้ที่พักพิงผู้ต้องหาว่า ได้สอบถามไปยังผู้กำกับ สน.โชคชัย แล้ว เป็นเพียงการตรวจสอบเท่านั้น ซึ่งหลังจากการตรวจสอบพบว่า ไม่เข้าข่ายการกระทำผิดก็ไม่มีอะไร จึงไม่มีการดำเนินคดีใดๆ ทั้งสิ้น ไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา ขอยืนยันว่า ไม่มีเรื่องพ่อแม่เข้ามาเกี่ยวข้อง ส่วนที่ภรรยา พ.ต.ท.สันธนะ ไปยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนนั้น ก็ถือว่าเป็นสิทธิสามารถทำได้ ซึ่งพร้อมให้ตรวจสอบทุกส่วนอยู่แล้วว่าเจ้าหน้าที่ทำหน้าที่อย่างไรบ้าง เพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นบุคคลสาธารณะ เมื่อเราทำหน้าที่แล้วก็ต้องพร้อมให้สังคมตรวจสอบ ถ้าทำดีหรือไม่ดีสังคมก็ต้องรับรู้

          “การทำงานในครั้งนี้มีหลายหน่วยงานทำงานร่วมกัน เชื่อว่าไม่มีใครกล้าแตกแถว อยากให้มีการตรวจสอบเยอะๆ จะได้โปร่งใส การจะดำเนินคดีใครสักคนไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะสิทธิและเสรีภาพถือเป็นสิ่งสำคัญ การจะไปดำเนินคดีกับใครนั้นจะต้องมีหลักฐานที่ชัดเจน และผมไม่ได้เป็นศัตรูกับใคร” พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าว