royal coronation
วันที่ 23 สิงหาคม 2562
อาชญากรรม

อย.ชี้อาหารเสริม"เบลล่า"โฆษณาเกินจริง-"สันธนะ" ขู่ฟ้อง3นายพล

วันที่ 8 พฤษภาคม 2561 - 05:55 น.
ค้นตลาดใหม่ดอนเมือง,เมจิกสกิน,พตทสันธนะ,นสราณี แคมเปน,เบลล่า,มะปราง,พลตทสุรเชษฐ์
Shares :
เปิดอ่าน 1,827 ครั้ง

อย.เผยอาหารเสริม "เบลล่า" เข้าข่ายโฆษณาเกินจริง "มะปราง" อ้างตัวแทนมือใหม่ สั่งแก้ไขแล้ว "สันธนะ"ปัดข้อหาดูหมิ่นจนท.จ่อฟ้อง 3 นายพล เครือข่ายเมจิกสกินร้องนายกฯ

          เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ภก.สมชาย ปรีชาทวีกิจ รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) กล่าวถึงผลิตภัณฑ์เสริมอาหารของนักแสดงสาว น.ส.ราณี แคมเปน หรือเบลล่า 


ที่โด่งดังจากบท “การะเกด” ในละคร “บุพเพสันนิวาส” ว่า จากการตรวจสอบพบว่ามีการขอเลขสารบบของ อย.อย่างถูกต้อง แต่ในส่วนของการโฆษณาอาจเป็นการกระทำผิดเรื่องการโฆษณาอาหารที่ไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้งข้อความในการโฆษณาดังกล่าวอาจเข้าข่ายการโฆษณาโอ้อวดเกินจริง
          ภก.สมชายกล่าวต่อว่า บทลงโทษตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อาหาร 2522 มาตรา 40 ข้อหาโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหารอันเป็นเท็จ หรือเป็นการหลอกลวงให้เกิดความหลงเชื่อโดยไม่สมควร อันเป็นความผิดตามมาตรา 70 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมาตรา 41 ข้อหาโฆษณาคุณประโยชน์ คุณภาพ หรือสรรพคุณของอาหาร เพื่อประโยชน์ทางการค้าโดยไม่ได้รับอนุญาต มีอัตราโทษตามมาตรา 71 ปรับไม่เกิน 5,000 บาท อย่างไรก็ตาม อย.จะส่งเรื่องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการต่อไป

          ขณะที่ น.ส.วิรากานต์ เสณีตันติกุล หรือมะปราง เจ้าของผลิตภัณฑ์ Be curve (บีเคิร์ฟ) เดินทางไปยังสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เพื่อยืนยันเอกสารการทำธุรกิจและแสดงความบริสุทธิ์ใจ

          น.ส.วิรากานต์ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ใบรับเลขมาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว รอทางผู้ใหญ่พิจารณาประเภททางธุรกิจ พร้อมเปิดเผยว่า เรื่องโฆษณาเกินจริงนั้น ไม่ได้มาจากทางบริษัท มาจากตัวแทนจำหน่ายซึ่งตนได้เรียกมาตักเตือน และได้ปรับเปลี่ยนการโฆษณาใหม่

          “ตอนแรกที่เรียกตัวแทนจำหน่ายมาตักเตือน เขาก็ยอมรับว่าเป็นมือใหม่ในการเริ่มทำ และเราก็เป็นมือใหม่เช่นกัน แต่ก็ได้ย้ำไปแล้วว่าให้ระวังเรื่องการใช้คำ อาจจะมีการเข้าใจผิดเกิดขึ้นได้ ซึ่งตัวแทนจำหน่ายบางคนที่ยังไม่ค่อยเข้าใจ ก็เรียกเข้ามาหารายบุคคลเลยนะคะ เพื่อชี้แจง ตักเตือน อธิบายให้เข้าใจ และดำเนินการจำหน่ายอย่างถูกต้อง ถ้าอธิบายแล้วยังทำผิดอีกจะเป็นทางเรานี่แหละจะเป็นคนดำเนินคดีทางกฎหมายกับตัวแทนเอง ทั้งนี้เพราะต้องการทำทุกสิ่งให้ถูกต้องจะได้สบายใจทุกฝ่ายทั้งทางเราเอง ตัวแทนจำหน่าย และลูกค้า” น.ส.วิรากานต์ กล่าว

          เมื่อถามว่ามีเจ้าหน้าที่ติดต่อมาหรือยัง น.ส.วิรากานต์ กล่าวว่า ยังไม่มี แต่ไม่ได้นิ่งเฉย ได้ส่งให้ทาง อย.ตรวจเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งตอนนี้ยังไม่มีอะไรกลับมา เพราะต้องใช้เวลาดำเนินการประมาณ 45 วัน ไม่ได้ส่งตรวจเฉพาะที่ อย. เท่านั้น ส่งให้ทางหน่วยงานอื่นตรวจด้วย

          น.ส.วิรากานต์ กล่าวต่อว่า ผลิตภัณฑ์ Be curve นั้น ตนเองร่วมหุ้นกับ “เบลล่า” ราณี จริงอย่างที่เป็นข่าว

          “เบลรับหน้าที่ดูแลหน้าบ้าน ปรางดูแลหลังบ้าน เรื่องของตัวแทนจำหน่าย เพราะว่าเรื่องการพูด การโฆษณา เบลจะเก่งกว่า เราคุยกันทุกเรื่อง อย่างเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเราก็แอบกังวล เพราะว่าทุกแบรนด์สะเทือนหมด เราเป็นห่วงตัวแทนจำหน่ายของเรา แต่อยากบอกว่าเรายืนข้างความถูกต้อง ส่วนเรื่องแชร์ลูกโซ่นั้น บริษัทเราเปิดขึ้นมาไม่ใช่แชร์ลูกโซ่ รับและจ่ายร้อยเปอร์เซ็นต์ ทุกอย่างโปร่งใส ชัดเจนมากๆ ตรวจสอบทุกอย่างได้”

          น.ส.วิรากานต์ กล่าวถึงกรณีที่มีข่าวว่า มีการโฆษณาเกินจริง ว่า ถ้าเป็นส่วนของทางบริษัทเองที่เผยแพร่ข้อมูลต่างๆ ออกไป เป็นการเผยแพร่ข้อมูลตามอย.เลย ตามคุณสมบัติ ส่วนผสมต่างๆ ระบุชัดเจน ถ้ามาจากทางบริษัท ทุกอย่างตรวจสอบได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เลย

          การตรวจค้นบริเวณตลาดใหม่ดอนเมือง หรือตลาดแอร์พอร์ต เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการต่อไป


 

          เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 7 พฤษภาคม ที่ตลาดใหม่ดอนเมือง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. และ พล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 นำกำลังเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 200 นาย ร่วมกับกรมสรรพากร กรมธนารักษ์ สำนักงานเขตดอนเมือง และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้าตรวจค้นพื้นที่เพิ่มเติม โดยเข้าค้นอาคารพาณิชย์เลขที่ 199/132-133 สูง 4 ชั้น หลังพบเป็นที่ตั้งของบริษัทพัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง จำกัด และไปค้นชั้น 2 ของอาคารพลาซ่าริมน้ำ ซึ่งเป็นห้องทำงานของ พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตรอง ผกก.สันติบาล ในฐานะที่ปรึกษาของบริษัทดังกล่าว โดยนำเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานตรวจหาหลักฐานรวมทั้งลายนิ้วมือแฝง นอกจากนั้นยังรวบรวมหลักฐาน เอกสารการเงินที่เก็บค่าเช่าพื้นที่ทั้งหมด และยังมีการตรวจสอบการเรียกเก็บค่าคุ้มครองจากผู้ประกอบการภายในตลาด



          พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า วันนี้ได้เปิดตลาดตามปกติให้พ่อค้าแม่ค้าค้าขายเหมือนเดิม หลังจากได้เข้าตรวจค้นพร้อม อย.ไปแล้ว แต่การขยายผลดำเนินคดีกับผู้บุกรุกที่สาธารณะยังทำต่อไป โดยวันนี้ได้เชิญกรมสรรพากร ปปง. สำนักงานเขตดอนเมือง กรมธนารักษ์ มาร่วมตรวจค้นเกี่ยวกับรายรับรายจ่าย การเสียภาษีของผู้บริหารตลาดว่าถูกต้องหรือไม่อย่างไร และตรวจสอบเอกสารการให้เช่าของนิติบุคคล หากพบการกระทำผิดที่ทำให้รัฐเสียหายทั้งด้านภาษี จะดำเนินคดีสุดซอยอย่างหลายคดีที่เคยทำมาแล้ว เอกสารถึงแค่ไหน ก็ดำเนินคดีถึงนั่น ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย เราทำงานบูรณาการ ทั้งสรรพากร ปปง. สำนักงานเขต

          พล.ต.ต.สุรเชษฐ์กล่าวต่อว่า เบื้องต้นมีนิติบุคคล 2 ราย เป็นหุ้นส่วนกัน เป็นผู้ดำเนินการในตลาดแห่งนี้ โดยยังไม่ทราบว่าหุ้นส่วนมีเฮียอะไรบ้าง หรือเกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.สันธนะ อย่างไร การตรวจสอบจะใช้เวลาไม่นาน เพราะสังคมรอคำตอบอยู่ อีก 2-3 วันน่าจะมีความชัดเจน ทั้งนี้การตรวจสอบสัญญาเช่า ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย โดยจะเชิญผู้เช่ามาสอบสวนทุกรายว่าได้มาอย่างไร หากเขาได้มาถูกต้องก็ให้ความเป็นธรรมกับเขา


 

          “ในส่วนของกรมสรรพากรการเสียภาษีจะเห็นได้ว่า หากไม่มีการเสียภาษีอย่างถูกต้อง จะมีการบังคับใช้กฎหมายตาม พ.ร.บ.สรรพากร และด้านพ่อค้าแม่ค้า ก็ได้จัดกำลังจากกองบัญชาการนครบาล, กองบัญชาการการท่องเที่ยว มาคอยตรวจตราอยู่ตลาดดังกล่าว จนกว่าจะถึงวันที่ 31 พฤษภาคม หรือสิ้นเดือน เพื่อสร้างความอุ่นใจให้แก่ผู้ประกอบการ ไม่มีพ่อค้าแม่ค้ารายไหนอยากขายของผิดกฎหมายเมื่อมีการบังคับใช้กฎหมาย ก็จะมีการสร้างความเข้าใจและเรียนรู้ให้ทราบเกี่ยวกับกฎหมาย แล้วในส่วนที่ผิดก็จะมีการใช้บังคับกฎหมายไปตามความผิด นอกจากนั้นยังดูเส้นทางการเงินที่หมุนเวียนการใช้จ่าย ส่วนไหนที่ผิดก็จะดำเนินคดีกับทุกฝ่าย ส่วนไหนที่พบว่าถูกต้องก็ต้องให้ความเป็นธรรม ส่วนกรณีการเก็บค่าคุ้มครอง ค่าส่วนต่างที่ผิดกฎหมาย รีดไถพ่อค้าแม่ค้านั้น ยืนยันว่า บ้านเมืองมีขื่อมีแป ไม่มีมาเฟีย จะมีแต่ตัวบุคคลที่ก่อเหตุดังกล่าวซึ่งต้องรับผิดชอบต่อไป ขอเวลา 2-3 วันในการตรวจสอบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ทั้งหมดและจะแจ้งให้ทราบ ทั้งนี้ กรณีการเก็บค่าคุ้มครองนั้นเป็นข้อมูลที่ทางกลุ่มแม่ค้าพ่อค้าร้องเรียน ซึ่งมีการร้องเรียนมาเป็นเวลากว่า 2 ปีแล้ว โดยจะมีการจ่ายเงินให้ใครนั้นจะต้องสอบปากคำก่อน" พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าว


 

          พล.ต.ท.สุรเชษฐ์กล่าวด้วยว่า ส่วนที่ว่า พ.ต.ท.สันธนะจะมาพบนั้น ขอยืนยันว่าตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะต้องพูดคุยกับทางนิติบุคคลที่ดูแลตลาดทั้งหมด และตำรวจไม่ใช่คู่กรณีของใคร แต่มาเพื่อจัดระเบียบให้การใช้พื้นที่ตรงนี้ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากการเข้าตรวจค้นแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ยังมีการรวบรวมปัญหาจากชาวบ้าน ร้านค้าบริเวณดังกล่าว หนึ่งในข้อร้องเรียนนั้น พบว่า บ้านพักบางบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณตลาดดังกล่าว จะถูกเก็บค่าจอดรถหน้าบ้านตนเอง เดือนละ 700 บาท โดยเจ้าของบ้านก็สงสัยว่าจอดรถหน้าบ้านตนเอง แต่ต้องถูกเก็บค่าที่จอดรถ ซึ่งทำแบบนี้มาหลายปีแล้ว เวลามาเก็บก็จะมาหลายๆ คน จึงไม่มีใครกล้าแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะกลัวอิทธิพลมืด โดยพบว่ามีคนเคยไปแจ้งความกลับเจอเหตุการณ์ข่มขู่จนแทบจะอยู่ไม่ได้มาแล้ว

          ต่อมาในช่วงบ่าย พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ได้เชิญนายสุชาติ โชว์วิวัฒนา กรรมการบริหารพัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง จำกัด หลังได้รับการร้องเรียนว่าตลาดดังกล่าวมีกลุ่มอิทธิพลเรียกเก็บค่าคุ้มครองมานานกว่า 2 ปี มาพูดคุยและขอความร่วมมือในการเข้าตรวจสอบตลาด


 

          ภายหลังการพูดคุยนานกว่า 1 ชั่วโมง พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า วันนี้เชิญนายสุชาติมาเพื่อขอความร่วมมือในการเข้าค้นและตรวจสอบตลาด โดยก่อนหน้านี้มีประชาชนมาร้องทุกข์ว่าถูกภายในตลาดมีการเรียกค่าคุ้มครอง และรีดไถ พร้อมนำหลักฐานบางส่วนมาให้ ซึ่งตนก็ได้ถามกรณีดังกล่าวไปกับนายสุชาติ นายสุชาติระบุเพียงว่ามีการแบ่งเช่าสัญญาแต่ยังไม่ได้ชี้แจงรายละเอียดใดมากกว่านี้ เพียงแต่ยินยอมให้ตำรวจสามารถเข้าตรวจสอบตลาดได้ ซึ่งตนก็ได้ชี้แจงว่าส่วนใดที่พบความผิดก็ต้องดำเนินคดี ทั้งนี้มีสัญญาเช่ากว่า 70 ฉบับ

          พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตามในวันที่ 8 พฤษภาคมนี้ จะมีการประชุมในเรื่องสัญญาเช่า โดยได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกรมธนารักษ์ กรมสรรพากร และป.ป.ง. จะนำหลักฐานและข้อมูลที่ได้รับจากประชาชน รวมทั้งข้อมูลทางการข่าวที่มีมาพิจารณาและประชุมกันที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 2 เพื่อพิจารณาว่ามีเรื่องใดที่เข้าข่ายการกระทำความผิดบ้าง ก็จะต้องดำเนินคดี นอกจากนี้ได้ตั้งศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์กรณีถูกกดขี่ข่มเหง รังแกเเละเรียกเก็บค่าคุ้มครองที่ชั้น 1 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อให้ประชาชนหรือกลุ่มผู้ค้าสามารถมาร้องเรียนได้ และเพื่อเป็นการสร้างความมั่นใจและสบายใจด้วย


 

          นอกจากนี้จากการตรวจสอบพื้นที่ยังพบว่าบริเวณร้านกาแฟยี่ห้อดังที่อยู่บริเวณหน้าตลาดใหม่ดอนเมือง มีการต่อเติมอาคารผิดกฎหมาย จึงต้องสั่งห้ามใช้พื้นที่ดังกล่าว ร้านดังกล่าวจึงต้องปิดลง โดยวันนี้เป็นวันแรกที่ตลาดได้เปิดขายอีกครั้ง เพื่อให้ผู้ค้าได้ประกอบกิจการต่อ โดยขอย้ำให้กลุ่มผู้ค้าขายเฉพาะสินค้าที่ถูกกฎหมายเท่านั้น




          ขณะเดียวกัน พ.ต.ท.สันธนะ ประยูรรัตน์ อดีตตำรวจสันติบาล เดินทางมาแถลงข่าวที่ตลาดใหม่ดอนเมือง โดยพ.ต.ท.สันธนะได้โชว์เบอร์โทรศัพท์ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. ให้โทรกลับมาภายใน 30 นาที เมื่อครบเวลา 30 นาทีจึงโทรศัพท์ไปหาผบ.ตร. 2 ครั้งปรากฏว่าไม่รับสาย จึงเริ่มแถลงข่าวทันที โดยตอนแรกกล่าวว่าทางผบ.ตร.มีสัญญาใจกับตนอยู่ ตนยังเคยโทรศัพท์ไปหาหลายครั้ง หลังแถลงข่าวไปจนถึงเวลา 14.00 น. เบอร์โทรศัพท์ของพล.ต.อ.จักรทิพย์ ได้โทรกลับมา  พ.ต.ท.สันธนะได้รับสายก่อนได้รับแจ้งว่าตอนนี้เดินทางไปกับ ครม.สัญจรที่ จ.บุรีรัมย์ เดี๋ยวจะโทรกลับ เมื่อวางสาย พ.ต.ท.สันธนะมีอาการเงียบลงไปสักพักก่อนจะเริ่มแถลงข่าวต่อ และมีท่าทีเปลี่ยนไป โดยบอกว่าให้ทางผบ.ตร.ทำงานก่อน


 

          จากนั้น พ.ต.ท.สันธนะ ได้เล่าถึงเบื้องหลังของการนำมาซึ่งปฏิบัติการกวาดล้างตลาดใหม่ดอนเมืองแห่งนี้ โดยเชื่อว่า เพราะต้องการเช็กบิลตนเอง ไม่อยากให้ตนเองพูดเรื่องความลับที่ไปรู้มา ซึ่งความลับดังกล่าวเกี่ยวข้องกับทหารคนหนึ่งที่อยู่ในคณะรัฐบาลนี้ และเป็นรุ่นพี่ในโรงเรียนเตรียมทหารของ พ.ต.ท.สันธนะ เป็นความลับที่มีความเชื่อมโยงกับผลประโยชน์กับทางการเมืองในปัจจุบัน มีตัวเงินมูลค่าหลักหลายร้อยล้านบาท และมีผู้เกี่ยวข้องหลายคน โดยส่วนนี้ พ.ต.ท.สันธนะ อ้างว่า มีหลักฐานการโทรศัพท์ เพื่อพยายามให้ไกล่เกลี่ยด้วย


 

          พ.ต.ท.สันธนะ กล่าวด้วยว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนการบุกค้นตลาด เรื่องผลประโยชน์นี้เกิดความเสียหายเป็นจำนวนเงินสูง ทุกคนเข้าใจว่าเป็นเพราะตน ทั้งๆ ที่ตนก็นิ่งเฉยแล้ว แต่เรื่องนี้มันเข้าสู่ระบบกระบวนการทางกฎหมายแล้ว ทำให้พี่ๆ ได้รับความเสียหาย ไม่พอใจตนเป็นอย่างมาก จึงมีความแค้นและมุ่งมาหาตน ทั้งนี้ ต้องกราบขอโทษเฮียเส็ง หรือนายสุชาติ โชว์วิวัฒนา กรรมการผู้จัดการใหญ่บริษัทพัฒนาตลาดใหม่ดอนเมือง จำกัด ด้วย ที่ความหวังดีของตนกลายเป็นประสงค์ร้าย ทำให้เกิดความเสียหายต่อตลาด ขอยกมือไหว้ขอโทษผู้ค้าทุกคน ทั้งนี้เฮียเส็งเพิ่งเข้ามาดูแลได้ตลาดได้เพียง 2 ปีเท่านั้น ก่อนหน้านี้เฮียเส็งกับหุ้นส่วนได้ร่วมกันพัฒนาตลาด ก่อนจะไปทำธุรกิจที่อื่น ระหว่างนั้นบุคคลหนึ่งเป็นผู้ดูแลตลาดและเรียกเก็บเงินพ่อค้าแม่ค้า รวมถึงที่จอดรถ มีค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างอาคารต่างๆ 107,378,100 ล้านบาท แต่ก็ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ เมื่อเฮียเส็งกลับมา ทางพรรคพวกของบุคคลผู้นั้นก็รู้ว่าจะเสียผลประโยชน์จึงไม่พอใจ ตนก็ได้เรียกมาคุย แต่ลูกน้องของเขาก็ยังมายิงคนในตลาด จึงถูกสั่งห้ามเข้ามาในตลาดอีก นอกจากนี้ยังมีนักการเมืองชื่อดังที่เคยดูแลตลาด ตนก็ชี้แจงเรื่องความเสียหายการก่อสร้างล่าช้าซึ่งนักการเมืองคนดังกล่าวได้ลงทุนไป จึงโอนเงินไปให้ทุกเดือน เดือนละ 1 แสนบาทจนผู้ใหญ่พอใจ บอกไม่ต้องโอนเงินมาให้อีก


 

          ภายหลัง พ.ต.ท.สันธนะแถลงข่าวเสร็จ ได้เดินทางไปที่ สน.ดอนเมือง เข้าพบพล.ต.ต.เอกชัย บุญวิสุทธิ์ ผบก.น.2 พ.ต.อ.สุรเชษฐ์ บัณฑิตย์ ผกก.สน.ดอนเมือง เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ในฐานความผิดดูหมิ่นเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ กรณีเหตุการณ์ที่ตลาดใหม่ดอนเมืองเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม ที่ผ่านมา โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง สืบเนื่องจากที่ พ.ต.ท.สันธนะ ได้เข้าพูดคุยและขอให้ พล.ต.ต.นราเดช กลมทุกสิ่ง ผบช.สก. ย้ายศูนย์ปฎิบัติการส่วนหน้าฯ ออกนอกพื้นที่ตลาดใหม่ดอนเมือง ทำให้เกิดปะทะคารมขึ้นทั้งสองฝ่าย และเป็นเหตุให้มีการแจ้งความเอาผิดต่อ พ.ต.ท.สันธนะ ดังกล่าว


 

          พ.ต.ท.สันธนะ เปิดเผยว่า เบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหาให้ทราบ ในฐานความผิดดูหมิ่นเจ้าพนักงาน สำหรับข้อเท็จจริงตามกฎหมาย ตนไม่ได้ทำตามที่ถูกกล่าวหา จึงขอให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา ส่วนรายละเอียดของการสอบสวนในชั้นพนักงานสอบสวนไม่ขอให้การเพิ่มเติม นอกจากการเข้ารับทราบข้อกล่าวหา หากข้อเท็จจริงยังไม่คลี่คลายจะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง แต่หากกลับมาที่สน.ดอนเมืองในครั้งหน้าคงต้องสลับกัน ขอสวนหมัดกลับบ้าง ตนจะเป็นผู้กล่าวหาบ้างแล้วจะกล่าวหานายตำรวจระดับชั้นนายพล 3 นาย ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบเกี่ยวข้องสั่งการ ให้อยู่ในฐานะผู้ถูกกล่าวหาบ้าง ในข้อหาใดนั้นไม่ขอเปิดเผย แต่เป็นกระทำในหน้าที่กับการดำเนินการเกี่ยวกับการเข้าสถานที่ตลาดใหม่ดอนเมือง ซึ่งเป็นพื้นที่ของเอกชน การเข้าตรวจค้นบางช่วงเวลาไม่มีการขออนุญาตและเข้ามาโดยมิชอบหรือยินยอมเข้าตรวจค้นจากเจ้าของบ้านแต่อย่างใด


 

          วันเดียวกันที่ ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ทำเนียบรัฐบาล (ฝั่ง กพ.) น.ส.ปณิดา ยศปัญญา หรือ น้องแบม นิสิตที่เคยออกมาเปิดโปงการทุจริตเงินคนไร้ที่พึ่ง หนึ่งในผู้เสียหายที่ถูกหลอกให้เป็นตัวแทนจำหน่ายสินค้าในเครือบริษัทเมจิกสกิน จำกัด (ผลิตภัณฑ์ตรีชฎา) พร้อมด้วยผู้เสียหายประมาณ 50 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่าน นายสาธิต สุทธิเสริม หัวหน้าฝ่ายประสานมวลชน ศูนย์บริการประชาชน เพื่อขอให้ดำเนินคดีกับบริษัทเมจิกสกิน จำกัด หลังตกเป็นเหยื่อถูกหลอกให้เสียเงินจากการสั่งซื้อสินค้าหรือสมัครเป็นตัวแทนหลักจนสูญเสียเงินเป็นมูลค่าหลายล้านบาท

          น.ส.ปณิดา กล่าวว่า เป็นหนึ่งในผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากการเป็นตัวแทนขายให้แก่ผลิตภัณฑ์ตรีชฎา ในเครือบริษัทเมจิกสกิน จำกัด โดยเริ่มเป็นตัวแทนจำหน่ายเมื่อเดือนมีนาคม 2560 แต่เมื่อมีปัญหาเรื่องผลิตภัณฑ์ที่ไม่ผ่าน อย. ก็มีการเจรจาหลายครั้ง โดยขอเงินคืนจากบริษัท แต่ก็ได้รับการบ่ายเบี่ยงเรื่อยมา โดยบริษัทพยายามยัดเยียดผลิตภัณฑ์อื่นที่มีปัญหาเหมือนกันมาให้ขายแทนการจ่ายเงินสดคืน ซึ่งผู้ขายไม่ยอมเพราะต้องการเงินสดคืน และตอนนี้ทุกคนเดือดร้อน อีกทั้งแบรนด์สินค้ามีพฤติกรรมที่อาจจะฉ้อโกงประชาชน จากการเชิญชวนให้สมัครเป็นตัวแทนหลักและมีระบบการขายแบบไม่เหมือนใคร จนได้เลื่อนตำแหน่งเป็น วีไอพี ซูเปอร์วีไอพี จนเป็นดีลเลอร์ ตามลำดับ ซึ่งจะต้องสต็อกสินค้าลอตแรกจำนวน 1,000 ซองและเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ จนถึง 5 หมื่นซอง

          น.ส.ปณิดากล่าวต่อว่า ส่วนตัวคิดว่าระบบนี้จะทำให้มีเงินเก็บเลี้ยงพ่อแม่และส่งตัวเองเรียนได้ จึงนำทองไปจำนำ และขอเงินพ่อแม่มาลงทุน ซึ่งพ่อแม่ได้เตือนแต่แรกแล้ว แต่ก็มองว่าระบบจะมีคุณภาพ รวมถึงสามารถเช็กเลขจาก อย.ได้ แต่เมื่อมีข่าวการจับกุมผู้บริหารบริษัทเมจิกสกิน จำกัด จึงยุติการขายทันที และทำให้สินค้าค้างสต็อกกว่า 1,240 ซอง และต้องนำเงินที่สะสมได้นั้นเยียวยาให้แก่ลูกทีมของตนไปก่อน โดยที่ตนไม่ได้รับเงิน ไม่ได้รับการเยียวยาจากเจ้าของแบรนด์ จึงเป็นสาเหตุที่เดินทางเข้ามายื่นเรื่องเพื่อเรียกร้องให้ พล.อ.ประยุทธ์เร่งรัดในการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องในเครือบริษัทเมจิกสกิน จำกัด พร้อมยึดทรัพย์เจ้าของบริษัทเมจิกสกิน จำกัด เพื่อนำเงินมาเยียวยาให้แก่ผู้เสียหายในทุกแบรนด์ของบริษัทเมจิกสกิน จำกัด

Shares :
เปิดอ่าน 1,827 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ