รัสเซียต่อยสาวชิงเงินสด 7 แสนยังปากแข็ง

รอง ผบ.ตร.แถลงผลคดีอดีตทหารรัสเซียรัวต่อยหน้าสาวแคชเชียร์ชิงเงินสดเกือบ 7 แสน ยังปากแข็งปฏิเสธ

               15 เม.ย. 61  เมื่อเวลา 14.00 น. ที่ ห้องประชุม สภ.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี  พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.จิตติ รอดบางยาง ผบช.ภ.2 พล.ต.ต.เชษฐา โกมลวรรธนะ รอง ผบช.ภ.2 พ.ต.อ.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รอง ผบก.ภ.จว.ชลบุรี และ พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ.นาจอมเทียน ได้ร่วมกันแถลงสรุปผลในคดี Mr. Nikolay Rybalov อายุ 34 ปี อดีตทหาร สัญชาติ รัสเซีย ก่อเหตุทำร้ายร่างกายชกใบหน้า น.ส.สุนีย์ แก้วอยู่ อายุ 30 ปี พนักงานแคชเชียร์รับแลกเงินตราต่างประเทศ ภายใต้ตู้บริการ CERRENCY EXCHANGE ตั้งอยู่ริมถนนสุขุมวิท ตรงข้ามโรงแรมแอมบาสซาเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน ม.2 ต.นาจอมเทียน ก่อนชิงกระเป๋าเงินสดไปจำนวนเกือบ 7 แสนบาท เมื่อเวลา 08.30 น. ของวันที่ 14 เม.ย.

 

 

 

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ได้เปิดเผยถึงผลความคืบหน้าในคดีนี้ ท่ามกลางกองทัพสื่อมวลชน และฝ่ายผู้เสียหาย ที่มาเฝ้าติดตามถึงผลดำเนินการ เนื่องจากเป็นคดีที่ได้รับความสนใจในสังคมอย่างมาก โดยกล่าวว่า ผลล่าสุดหลังมีการจับกุมตัวผู้ก่อเหตุไว้ได้ ภายหลังก่อเหตุเพียง 10 ชม. ขณะผู้ต้องหาพร้อมภรรยาชาวรัสเซีย กำลังเตรียมหลบหนีออกนอกประเทศ ณ ด่านตรวจคนเข้าเมือง สนามบินสุวรรณภูมิ พร้อมของกลางเงินสดธนบัตรไทย และธนบัตรดอลลาร์สหรัฐ รวมเกือบ 1 ล้านบาท ในกระเป๋าเป้สีดำ ซึ่งเป็นกระเป๋าลูกเดียวกับที่ถูกชิงทรัพย์ไป พร้อมรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า PCX สีดำ ทะเบียน 1 กร 2825 ชลบุรี ยานพาหนะก่อเหตุ ตรวจยึดได้ที่บ้านพักในหมู่บ้าน และรถเก๋ง ฟอร์ด fiesta สีฟ้า ทะเบียน งฉ 8064 ชลบุรี ยานพาหนะที่ใช้หลบหนี ตรวจยึดได้ที่ลานจอดสนามบิน
               อย่างไรก็ตาม แม้ขณะนี้จะพร้อมมูลด้วยหลักฐาน อาทิ ภาพจากกล้องวงจรปิดขณะก่อเหตุ และหลบหนี โดยใช้รถจักรยานยนต์ รอยสักแขนซ้ายที่ตรงกัน พยานแวดล้อมที่เห็นเหตุการณ์ รวมถึงธนบัตรและกระเป๋าใส่เงินที่ตรวจยึดได้ จึงมั่นใจว่าสามารถเอาผิดผู้ต้องหาในความผิดฐาน ทำร้ายร่างกาย และชิงทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะก่อเหตุ ได้อย่างแน่นอน 100% ถึงแม้ขณะนี้ผู้ต้องหาจะยังปากแข็งให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาก็ตาม ซึ่งจะมีการนำตัวส่งฟ้องศาลจังหวัดพัทยา ในเช้าของวันอังคารที่ 17 เม.ย. ส่วนภรรยาที่เป็นคนนำธนบัตรไทยไปแลกเปลี่ยนเป็นสกุลเงินดอลลาร์ภายในสนามบินนั้น อยู่ในระหว่างการสอบสวน หากมีส่วนเกี่ยวข้องรู้เห็น ก็พร้อมจะดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างแน่นอน และในส่วนของเงินของกลางที่ตรวจยึดได้กว่า 9 แสนบาท ในส่วนของผู้เสียหายที่ถูกก่อเหตุไป 670,320 บาท ต้องอายัดตรวจยึดไว้เป็นของกลาง เนื่องจากผู้ต้องหาบอกเป็นของตนทั้งหมด ทั้งนี้ หากผลการตัดสินทางกฎหมาย มีการชี้มูลความผิดจริง ก็จะคืนเงินทั้งหมดให้กับผู้เสียหาย
               ส่วนแรงจูงใจของการลงมือก่อเหตุซึ่งผู้ต้องหาเป็นอดีตทหาร บินมาอาศัยหางานทำอยู่ในประเทศไทยได้ประมาณ 1 ปี แต่ยังหางานทำเป็นหลักแหล่งไม่ได้ เงินที่มีอยู่ก็หมดหายไปทุกวัน จึงคาดว่าด้วยสาเหตุนี้ทำให้ผู้ต้องหาตัดสินใจลงมือก่อเหตุอย่างอุกอาจและโหดเหี้ยม เพื่อหาเงินเดินทางกลับประเทศ แต่มาถูกจับกุมเสียก่อน
               น.ส.ชัชชญา ชัยยะยางกูร อายุ 33 ปี เจ้าของ ได้นำกระเช้าดอกไม้มาแสดงการขอบคุณ พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รอง ผบ.ตร. และเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนาย ที่ทำงานกันอย่างสุดฝีมือ สามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้อย่างรวดเร็ว ใช้เวลาเพียง 10 ชั่วโมง ส่วน น.ส.สุนีย์ ที่ได้รับบาดเจ็บถูกชกเข้าที่ใบหน้าถึง 13 ครั้ง มีอาการปูดบวมและคิ้วขวาแตก ขณะนี้ยังต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ที่ รพ.สมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชา