ตร.ทท.รวบต่างด้าวอยู่เกิดกำหนด-ทำงานผิดใบอนุญาต กว่า 122 คน

อาชญากรรม  :  15 มี.ค. 2561

ตร.ทท.ปิดล้อมตรวจค้นต่างด้าวอยู่เกิดกำหนด-ทำงานผิดใบอนุญาต รวบกว่าร้อยคน รองผบช.ทท.เผยส่วนมากประกอบอาชีพนักฟุตบอลสโมสรต่างๆ บาทหลวง ครูสอนภาษา จ่อบล็อกพาสสปอร์ต

 

เมื่อเวลา 01.30น. วันที่ 15 มีนาคม. พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท. พล.ต.ต.ประเสริฐ เงินยวง ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.อาชยน ไกรทอง รอง ผบก.ทท.1 พ.ต.อ.นิธิธร จินตกานนท์ รอง ผบก.สปพ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สปพ. บช.ปส. บช.สตม. และสน.บางรัก ร่วมกันแถลงผลการปิดล้อมตรวจค้นบุคคลต่างด้าวที่อยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมายตามยุทธการ X-RAY OUTLAW FOREIGNER ครั้งที่ 4 รวม 111 จุดทั่วประเทศ สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 122 คน

ตร.ทท.รวบต่างด้าวอยู่เกิดกำหนด-ทำงานผิดใบอนุญาต กว่า 122 คน

 

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้จัดกำลังระดมกวาดล้างปิดล้อมตรวจค้นบุคคลต่างด้าวทั่วประเทศรวม 111 จุด สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ 122 คน โดยแบ่งเป็นข้อหา “บุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยสิ้นสุดการอนุญาต” รวม 20 คนแยกเป็นสัญชาติอียิปต์ 2 คน รัสเซีย 1 คน เนเธอร์แลนด์ 1 คน ลาว 1 คน เมียนมา 1 คน อินเดีย 5 คน กรีก 1 คน กัมพูชา 4 คน จีน 2 คน เวียดนาม 1 คน กาตาร์ 1 คน ซึ่งในส่วนนี้พบว่ามีผลของสารเสพติดทั้งประเภทของกัญชา โคเคนและเมทแอมเฟตามีน ส่วนข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวหลบหนีเข้าเมืองโดยไม่ได้รับอนุญาต” จำนวน 84 คน แบ่งเป็นสัญชาติอินเดีย 25 คน เมียนมา 31 คน ลาว 18 คน กัมพูชา 4 คน เวียดนาม 1 คน อิรัก 1 คน ไนจีเรีย 2 คน อัฟกานิสถาน 1 คน และข้อหา “ทำงานผิดประเภทใบอนุญาต” จำนวน 14 คน แบ่งเป็นสัญชาตเวียดนาม 8 คน เมียนมา 5 คน ไทย 1 คน ในส่วนของการจับกุมผู้ต้องหาอยู่เกินกำหนดเวลานั้นส่วนมากจะเป็นคนผิวสีที่เข้ามาประกอบอาชีพนักฟุตบอลสโมสรของประเทศไทย (สมุทรสาคร) เป็นครูสอนภาษาตามโรงเรียนนานาชาติต่างๆ และบาทหลวง

ตร.ทท.รวบต่างด้าวอยู่เกิดกำหนด-ทำงานผิดใบอนุญาต กว่า 122 คน

 

พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ กล่าวว่า ส่วนการขยายผลจับกุมนั้นยังมีการขยายผลอย่างต่อเนื่องซึ่งการตรวจค้นก่อนหน้านี้ได้กวาดล้างตรวจค้นทั้งส่วนอาชีพครูสอนภาษาโรงเรียนนานาชาติไปแล้วประมาณ 10 โรงเรียน สโมสรฟุตบอลต่างๆที่มีคนผิวสีหรือชาวต่างชาติที่อยู่เกินกว่ากำหนด หลังจากนี้จะต้องทำร่วมกันบูรณาการตรวจค้นในทุกมิติมากขึ้น หลังจากจับกุมมาแล้วในส่วนนี้จะดำเนินคดีอาญาตามกฎหมายและทำการเก็บดีเอ็นเอเพื่อขึ้นแบล็กลิสต์และป้องกันไม่ให้ปลอมวีซ่าหรือพาสสปอร์ตกลับเข้ามายังประเทศไทยอีก