รวบหนุ่มกาตาร์ขาโหดควงแฟนสาวบุกปล้นร้านทอง

อาชญากรรม  :  14 มี.ค. 2561

ตามรวบหนุ่มกาตาร์ขาโหดควงแฟนสาวบุกปล้นร้านทองแม่ตังกวยกวาดทอง 188 บาทได้ เบื้องต้นยังให้การปฏิเสธ

 

               จากกรณีที่มีคนร้ายจำนวน 2 ราย เป็นชาย 1 ราย และหญิง 1 ราย บุกเข้าชิงทรัพย์ทองรูปพรรณร้านทองแม่ตังกวย เลขที่ 109 ม.5 ถ.เทศบาล 1 อ.หนองฉาง จ.อุทัยธานี โดยขณะบุกเข้าไปภายในใช้ชะแลงทำร้าย นายจรรยง นพรัตน์ อายุ 48 ปี เจ้าของร้าน พร้อมครอบครัวจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ก่อนชิงเอาทองรูปพรรณน้ำหนักรวม 188 บาท มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท ในช่วงค่ำของวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งจากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุและตามสถานที่ต่างๆ รวมทั้งเส้นทางการหลบหนีนั้น ได้ภาพเหตุการณ์และภาพรถเก๋งที่คนร้ายใช้ในการหลบหนีเป็น รถเก๋ง โตโยต้า สีขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งหลบหนีไปทาง อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท

               ล่าสุดวันนี้ (14 มี.ค.61) กำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 6 ประสานงานร่วมกับตำรวจภูธรภาค 2 นำกำลังเข้าตรวจสอบที่ห้องพักเลขที่ 11/5 ภายในบริเวณคริสตจักรแบบติส ซอยจอมเทียน 12-13 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี หลังสืบทราบว่า 2 คนร้ายใช้เป็นที่กบดานก่อนบุกเข้าควบคุมตัวไว้ได้ พร้อมกับรถยนต์โตโยต้า วีออส สีขาว ทะเบียน 5 กค-7908 กทม.และทองรูปพรรณ คละแบบจำนวน 50 เส้น น้ำหนักรวม 2,184 กรัม ที่บรรจุอยู่ในกระเป๋าเป้สีดำคาดน้ำเงินก่อนจะนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.บางละมุง อ.บางละมุง จ.ชลบุรี

               โดยหลังเกิดเหตุทางเจ้าหน้าที่สืบทราบว่ารถที่คนร้ายใช้เป็นรถยนต์ของ “ร้านนุชเรืองศรีกรุ๊ป” ซึ่งให้บริการเช่าแก่นักท่องเที่ยวในเขตเมืองพัทยา จ.ชลบุรี จึงได้ติดตามรถคันดังกล่าวจนทราบว่านำมาจอดพักไว้ภายในบริเวณคริสตจักรแบบติส ถ.เลียบชายหาดจอมเทียน จึงเข้าตรวจสอบก่อนพบตัว นายโมฮาเหม็ด อิบรอฮิม อาลมาลกี (Mohammed Ibrahim M A Ai-malki) และ น.ส.อาอิซะห์ อุดมวัฒนานนท์ พักอาศัยอยู่ภายในห้องดังกล่าว

               ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงร่วมกับทหารจาก มว.รส.ที่ 2 อ.บางละมุง อาศัยอำนาจตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 13/2559 เรื่องการป้องกันและปราบปรามการกระทำความ ผิดที่เป็นภยันตรายต่อความสงบเรียบร้อย หรือบ่อนทำลายระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ การรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงของชาติ ข้อ 3 3 และ 4 (4) เข้าไปในเคหะสถาน หรือสถานที่ใดๆ เพื่อตรวจค้นบุคคล หรือยานพาหนะใดๆ เมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่ากระทำความผิด หลบซ่อนอยู่ หรือมีทรัพย์สินซึ่งมีไว้เป็นความผิด หรือได้มาโดยการกระทำผิด ซึ่งผลจากการตรวจค้นพบทองคำรูปพรรณ ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าภายในห้อง และรถยนต์ จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน โดยผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ ซึ่งจะได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.หนองฉาง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป