ภ.5 ตั้ง พงส. 3 สำนวนสอบวิสามัญ 'โยลาย'

อาชญากรรม  :  13 มี.ค. 2561

รอง ผบช.ภ.5 สั่งตั้งพนักงานสอบสวนวิสามัญ "โยลาย" 3 สำนวน

 

               ที่ห้องประชุมกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน พล.ต.ต.ภาณุเดช บุญเรือง รองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 5 เดินทางลงพื้นที่จังหวัดน่าน เพื่อตรวจสอบเหตุวิสามัญ นายอดิเรก ชมพูรส หรือ โยลาย ผู้ต้องหาคดียาเสพติด และเกี่ยวพันกับขบวนการเครือข่ายหลายกลุ่มในพื้นที่จังหวัดน่าน หลังขัดขืนและต่อสู้การจับกุมของเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการพิเศษ นำโดย พ.ต.ท.อุทัย วงค์คำแสน รองผู้กำกับการฝ่ายสืบสวน ตำรวจภูธรจังหวัดน่าน จนเป็นเหตุวิสามัญ โดยได้มีการเปิดแถลงข่าวกับสื่อมวลชน ซึ่งมี พ.ต.อ.สุธรรม ชาติอาษา รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน และชุดปฏิบัติการพิเศษ ร่วมแถลงข่าว ณ ที่ห้องประชุมตำรวจภูธรจังหวัดน่าน

               พล.ต.ต.ภาณุเดช เปิดเผยว่า นายอดิเรก หรือโยลาย ผู้ต้องหา มีคดีที่ต้องโทษยาเสพติดหลายคดี ซึ่งมีโทษจำคุกรวม 50-75 ปี อาจเป็นแรงจูงใจให้ผู้ต้องหาพยายามหลบหนี ซึ่งขณะนี้ทางศาลจังหวัดน่าน ร่วมกับทางเรือนจำจังหวัดน่าน กำลังร้องทุกข์กับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรณีผู้ต้องหาหลบหนีออกจากศาล ซึ่งมีการปลดโซ่ตรวจข้อเท้า ต้องมีการตั้งคณะกรรมสอบสวนร่วมกัน 3 ฝ่าย คือ ศาลจังหวัดน่าน เรือนจำจังหวัดน่าน และ ตำรวจภูธรจังหวันน่าน ในประเด็นโซ่ตรวนข้อเท้า การตรวจสอบก่อนนำตัวมาขึ้นศาล และ ช่วงรออยู่ใต้ถุนศาลเพื่อนำเข้าห้องพิจารณาคดีรอคำตัดสินของผู้พิพากษา ซึ่งการหลบหนีถือเป็นการละเมิดอำนาจศาล

               อย่างไรก็ตามต้องตรวจสอบตั้งแต่เรื่องโซ่ตรวจข้อเท้าของผู้ต้องหา ที่ออกจากเรือนจำมีการตรวจความเรียบร้อยความแข็งแรงหรือไม่ จนมาถึงห้องควบคุม ระหว่างนำผู้ต้องหาจากห้องควบคุมมานั่งรอ อยู่ในความรับผิดชอบของใคร จนถึงความแข็งแรงของห้องควบคุมของศาล และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ ว่ามีความหละหลวมหรือปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถ รัดกุมหรือไม่

               ทั้งนีิ้ พล.ต.ต.ภาณุเดช ได้มอบแนวทางในการสอบสวนให้ พ.ต.อ.สุธรรม ชาติอาษา รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่าน เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ในส่วนการวิสามัญ “โยลาย” ขณะนี้ได้มอบหมายสั่งการให้มีการตั้งพนักงานสอบสวน กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดน่านร่วม สถานีตำรวจภูธรเมืองน่าน เพื่อสอบสวนการให้เกิดความเป็นธรรมมากที่สุด โดยต้องสอบสวน 3 สำนวน คือ สำนวนที่ 1 การตรวจสอบในที่เกิดเหตุชันสูตรพลิกศพแจ้งข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่ผู้อื่นโดยเจตนา ว่าเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่คดีหรือไม่ สำนวนที่ 2 มีอาวุธปืนต่อสู้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ สำนวนที่ 3 มียาเสพติดยาบ้าเกือบ 200 เม็ด ยาไอซ์อีก 2 ซอง พร้อมด้วยอุปกรณ์การเสพ ประกอบกับสำนวนการชันสูตรพลิกศพ โดย ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

               นอกจากนี้ รอง ผบช.ภาค 5 ได้กล่าวชื่นชม เป็นขวัญกำลังใจแก่เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการพิเศษ ที่ทุ่มเททำงานอย่างเต็มที่ ในการเร่งติดตามตัวคนร้ายในคดีนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจ ความปลอดภัยให้แก่ประชาชนเมืองน่าน


เปิดอ่าน