"ศรีวราห์" ให้คำมั่น "เสือดำไม่ตายฟรี"

อาชญากรรม  :  13 มี.ค. 2561

เครือข่ายปชช.บุกสตช.จี้เร่งรัด"คดีเปรมชัย" "ศรีวราห์" ให้คำมั่น "เสือดำไม่ตายฟรี" ลงพื้นที่วันนี้ตรวจสำนวน ผบก.ปปป.เผยไม่อนุญาติเจ้าสัวเลื่อนนัด 14 มี.ค.

     ความคืบหน้าคดีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกรวม 4 คน ลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก จ.กาญจนบุรี ถูกดำเนินคดี 9 ข้อหาตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และเตรียมแจ้งอีก 3 ข้อหา คือ มีอาวุธปืนผิดกฎหมาย ครอบครองงาช้างผิดกฎหมาย และติดสินบนเจ้าพนักงาน แต่คดีนี้ถูกสังคมจับตาอย่างมาก โดยเฉพาะอดีตอัยการสูงสุดได้ออกมาโพสต์แสดงความกังวลกรณีที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. และหน่วยปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช (อช.) มีความขัดแย้งตอบโต้กันในเรื่องการตรวจสอบดีเอ็นเอบนมีดและเขียงที่เป็นหลักฐาน โดยเกรงว่าสำนวนคดีอ่อนจะส่งผลให้ไม่สามารถเอาผิดได้นั้น

     ล่าสุด เมื่อเวลา 11.40 น. วันที่ 12 มีนาคม ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ นายการกวี สงศรี ที่ปรึกษากลุ่มเรารักชาติ รักเสือดำ พร้อมคณะประมาณ 20 คน สวมหน้ากากเสือดำ เดินทางเข้าพบ พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. เพื่อทวงถามความคืบหน้าคดีนายเปรมชัย พร้อมกับแจกหน้ากากเสือดำให้แก่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ เป็นที่ระลึกด้วย โดยนายการกวี กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดีว่าทำไมตำรวจถึงทำงานล่าช้า พร้อมทั้งจะติดตามทวงถามการสรุปสำนวนส่งอัยการตามที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าวไว้ว่าจะให้ทันก่อนวันที่ 26 มีนาคมนี้ หากไม่สามารถสรุปสำนวนส่งอัยการได้ภายในวันดังกล่าวทางกลุ่มจะเดินทางมาทวงถามอีกครั้ง

     ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ ยืนยันว่ากฎหมายมีเพียงมาตรฐานเดียวเท่านั้น ไม่มีการดำเนินคดีกับใครสองมาตรฐาน กฎหมายไม่มีคนรวยไม่มีจน มีแต่ทำผิดหรือไม่ผิดกฎหมาย อีกทั้งคดีนี้ไม่เหมือนคดีทั่วไป ผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธตลอดทุกข้อกล่าวหา จึงต้องรวบรวมพยานหลักฐานอื่นๆ ให้ครบถ้วนและการดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดต้องเป็นไปตามหลักนิติวิทยาศาสตร์

"ศรีวราห์" ให้คำมั่น "เสือดำไม่ตายฟรี"

“บิ๊กปู”การันตี“เสือดำ”ไม่ตายฟรี

     “ย้ำว่าคดีไม่ได้ล่าช้า มั่นใจวันที่ 26 มีนาคม สามารถสรุปสำนวนส่งฟ้องอัยการได้ ยืนยันกับประชาชนกับสังคมโซเชียลว่าเสือดำไม่ตายฟรีอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 13 มีนาคม จะเดินทางที่ สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เพื่อตรวจสอบสำนวนคดีว่าครบถ้วนหรือไม่ หากครบถ้วนก็จะนำส่งพนักงานอัยการทันที” พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าว

     พล.ต.อ.ศรีวราห์ ยังชี้แจงกรณีสังคมโซเชียลเผยแพร่คลิปวิดีโอที่มีการเชิญนิติกรของกรมอุทยานฯ ออกนอกห้องสอบสวน ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 ว่า วันนั้นพนักงานสอบสวนนัดนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก มาซักถามประเด็นเพิ่มเติมเกี่ยวกับการแจ้งข้อหานายเปรมชัย ดังนั้น นิติกรจึงไม่จำเป็นต้องอยู่ในห้องหรือร่วมรับฟังเนื่องจากโดยทั่วไปถ้าจะมีนิติกรร่วมรับฟังก็ต่อเมื่อตำรวจสอบปากคำผู้ต้องหาหรือเด็กเท่านั้น แต่นายวิเชียรไม่ใช่ผู้ต้องหา แต่มาให้ปากคำในฐานะผู้ร้องกล่าวโทษนายเปรมชัย จึงไม่จำเป็นต้องมีนิติกร

     สำหรับกรณีที่นายเปรมชัยเดินทางกลับมาถึงประเทศไทย หลังจากมีกำหนดการเดินทางไปต่างประเทศนั้น พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า การออกไปแล้วจะเข้ามาหรือไม่ก็ไม่เกี่ยวกับความรับผิดชอบของพนักงานสอบสวน เพราะพนักงานสอบสวนได้ดำเนินการสิ้นสุดทุกขั้นของตำรวจแล้ว คือฝากขังต่อศาลไปแล้ว อำนาจอยู่ที่ศาล ไม่ได้อยู่ที่พนักงานสอบสวน และในวันที่ 14 มีนาคม พนักงานสอบสวนได้ออกหมายให้มารับทราบข้อกล่าวหาทั้งเรื่องอาวุธปืน ครอบครองงาช้างผิดกฎหมาย และพยายามติดสินบนเจ้าพนักงาน โดยการแจ้งข้อกล่าวหาทั้งหมดหลายคดี และเชื่อมั่นว่าพนักงานอัยการจะสั่งฟ้องทุกข้อหาเช่นกัน สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาล ส่วนกรณีที่สังคมเกรงว่านายเปรมชัยจะหลบหนีนั้น ตราบใดที่ศาลยังไม่ถึงชั้นฎีกาเชื่อว่าไม่มีความจำเป็นต้องหลบหนี

     ขณะที่ พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผบก.พฐก. กล่าวว่า ที่ผ่านมากองพิสูจน์หลักฐานกลางได้ประสานความร่วมมือกับกรมอุทยานฯ มาโดยตลอด ส่วนเรื่องการจำลองวิถีกระสุนที่ทางกรมอุทยานฯ ส่งมาให้นั้น ย้ำว่าไม่สามารถพิสูจน์ได้เนื่องจากไม่เป็นไปตามหลักวิชาการ เพราะการไปกำหนดตำแหน่งของเสือที่ถูกยิงที่ชัดเจนนั้นทำได้ยาก เมื่อเสือถูกยิงแล้วเสือวิ่งไปเสียชีวิตที่ไหนอีกก็ไม่สามารถพิสูจน์ได้ ยืนยันไม่ได้มีความขัดแยังกับกรมอุทยานฯ ยังทำงานประสานกันอยู่ตลอด

     ส่วน พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. กล่าวว่า นายเปรมชัยยังไม่ได้ไปไหน การที่เดินทางออกนอกประเทศก็อยู่ในเงื่อนไขของศาล เพราะศาลไม่ได้ห้าม เป็นอำนาจของศาลไปก้าวล่วงไม่ได้ เรื่องนี้ พล.ต.อ.ศรีวราห์กำกับดูแลอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วง ย้ำว่าการทำสำนวนยังไม่พบข้อพิรุธหรือข้อบกพร่อง พล.ต.อ.ศรีวราห์ดำเนินการไปได้เลย เพราะมีความรู้ มีประสบการณ์ ถ้ามีประเด็นอะไรใหม่ก็รายงานที่ตนอยู่แล้ว ส่วนกรณีที่สังคมโซเชียลมีข้อเรียกร้องต่างๆ ก็เป็นเรื่องดี ช่วยกันตรวจสอบ ช่วยกันดู เหมาะสำหรับประเทศไทย

"ศรีวราห์" ให้คำมั่น "เสือดำไม่ตายฟรี"

ไม่อนุญาต“เปรมชัย”เลื่อนพบตร.

     เวลา 16.00 น. พล.ต.ต.กมล เหรียญราชา ผบก.ปปป. เปิดเผยหลังการประชุมติดตามคดีนายเปรมชัยพยายามติดสินบนเจ้าพนักงานว่า ขณะนี้ได้ข้อสรุปแล้วว่าจะต้องมีการสอบปากคำนายวิเชียร ชิณวงษ์ เพิ่มเติมในประเด็นของการติดสินบนให้มีความชัดเจนว่าสินบนนั้นคืออะไร และต้องสอบพยานอีก 1 ปาก คือบุคคลในที่เกิดเหตุซึ่งอัดคลิปที่มีการพูดคุยกับอีกคนเพื่อหาความเชื่อมโยง และให้ครบองค์ประกอบของกฎหมาย โดยในวันที่ 13 มีนาคม พนักงานสอบสวนจะเดินทางไป จ.กาญจนบุรี เพื่อสอบปากคำให้เสร็จสิ้น ก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหาพยายามติดสินบนเจ้าพนักงาน ในวันที่ 14 มีนาคม แต่ทนายความของนายเปรมชัยได้ขอเลื่อนซึ่งไม่ระบุสาเหตุและยังไม่ระบุวันเวลาที่จะเข้าพบ แต่พนักงานสอบสวนไม่อนุญาตให้เลื่อน ทนายความส่วนตัวของนายเปรมชัยก็ยืนยันจะเข้ามาพบตามกำหนดเดิม เวลา 10.00 น. ที่กองบังคับการการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (บก.ปทส.)

     “ประเด็นการติดสินบนจะต้องมีความชัดเจนว่าสินบนนั้นเป็นอะไร เช่น เงิน หรือทรัพย์สิน ยืนยันว่าสินบนไม่เกี่ยวข้องกับการรับเงินหรือทรัพย์สินมูลค่าไม่เกิน 3,000 บาท เพราะการให้สินบนแม้มีค่าน้อยก็เป็นการติดสินบนเพื่อแลกกับผลประโยชน์” ผบก.ปปป.กล่าว

     ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงกรณี นายตระกูล วินิจนัยภาค อดีตอัยการสูงสุด ได้แสดงความกังขาการทำงานของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ ในการทำคดีนายเปรมชัย ว่า คนที่พูดเป็นอดีตอัยการสูงสุด ต้องให้คนทำงานปัจจุบันเป็นคนพูด เพราะเขารู้ข้อเท็จจริง เมื่อถามว่า คดีนี้น่าจะแล้วเสร็จได้เมื่อไหร่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่รู้ เจ้าหน้าที่ต้องหาพยานหลักฐานให้ชัดเจน ไม่ต้องห่วง ทุกฝ่ายทุกคนตั้งใจทำงานกันอยู่แล้ว และเรื่องนี้อยู่ในกระแส เพราะฉะนั้นไม่มีหรอกในเรื่องความไม่โปร่งใส ตอนนี้ปล่อยให้เจ้าหน้าที่ทำงานไปก่อน คนนอกจะพูดอะไรก็พูดได้ แต่คนที่อยู่เขาทำงานมีพยานหลักฐานต้องให้เขาทำของเขาไป ไม่มีใครไปนอกลู่นอกทางได้ 

“วิเชียร”ให้การเพิ่มสภ.ทองผาภูมิ

     ส่วนที่ สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าหน่วยพญาเสือ นายวิเชียร ชิณวงษ์ นายปิยะพงษ์ สืบเสน ผู้ช่วยหัวหน้าเขตฯ และเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยมหาราช เดินทางเข้าพบ ร.ต.อ.สุมิตร บุญยะนิจ รองสารวัตร(สอบสวน)สภ.ทองผาภูมิ โดยนายชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า มาให้ปากคำเพิ่มเติมในส่วนของการค้นหาหลักฐานและการทำแผนผังจุดเกิดเหตุบริเวณห้วยปะชิ ส่วนคนอื่นๆ ให้ปากคำในประเด็นแตกต่างกัน

"ศรีวราห์" ให้คำมั่น "เสือดำไม่ตายฟรี"

     มีรายงานข่าวแจ้งว่า การสอบปากคำเจ้าหน้าที่หน่วยมหาราชเน้นว่าเห็นนายเปรมชัยผ่านไปยังหน่วยเซซาโวตามคำให้การผู้ต้องหาหรือไม่ เจ้าหน้าที่หน่วยมหาราช ยืนยันว่าไม่เห็น และถ้ามีใครผ่านไป หรือนายเปรมชัยจะผ่านไป หน่วยเซซาโวต้องมีบันทึกการผ่านทาง

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันนี้ นายวิเชียรต้องเสียเวลาล่าช้าในการเดินทางมาที่ สภ.ทองผาภูมิ เพราะต้องหยุดช่วยทำคลอดให้แก่ น.ส.มยุรี รัตนบริสุทธิ์ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 36/10 หมู่ 4 ต.ชะแล อ.ทองผาภูมิ ซึ่งเจ็บท้องใกล้คลอดระหว่างไปโรงพยาบาล โดยได้คลอดลูกสาวบนรถคันที่นายปิยะพงษ์ สืบเสน ผู้ช่วยหัวหน้าเขตฯ เป็นผู้ขับ โดยนายวิเชียร และนายปิยะพงษ์ ได้ให้เงินรับขวัญเด็กกับแม่ จำนวน 1,500 บาท และเลขทะเบียนกลายเป็นที่ฮือฮาของคอหวย

ทส.ประชุมติดตามคดีเจ้าสัว

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้(12มี.ค.) มีการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามคดีล่าสัตว์ป่าของนายเปรมชัย โดยมีพล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เข้าร่วม โดยประเด็นที่คาดว่าจะนำมาพูดคุยครั้งสุดท้ายเป็นเรื่องของพยานทางนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าและการลงพื้นที่ของชุดทำงาน พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี เนื่องจากเป็นช่วงโค้งสุดท้ายก่อนที่ตำรวจจะส่งสำนวนให้อัยการภายในวันที่ 24 มีนาคม

     มีรายงานข่าวแจ้งว่า วันนี้ได้เตรียมส่งหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า ที่ผลตรวจแล้วเสร็จ คือคราบเลือดบนเขียงและมีดอีโต้ที่ยึดได้จากที่แคมป์ยืนยันผลเลือดเป็นดีเอ็นเอของเสือดำ หลังจากเคยรายงานผลตรวจชิ้นเนื้อท่อนหางในหม้อซุป ขน คราบเลือดบนมีดเหน็บ 2 เล่ม พบว่าเป็นดีเอ็นเอของเสือดำตัวเดียวกันที่ถูกฆ่าตาย นอกจากนี้นางกณิตา อุ่ยถาวร หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า ได้รายงานที่ประชุมเรื่องการพาดพิงการทำงานของหน่วยนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่ากับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ

     นางกณิตา ให้สัมภาษณ์ว่า กรณีการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 10 มีนาคม ที่ผ่านมา ต้องการยืนยันและชี้แจงความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนตามหลักการและข้อเท็จจริง เนื่องจากเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรงในการรับวัตถุพยานมาตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์ ไม่อยากให้สังคมเข้าใจผิดว่าวัตถุพยานที่ส่งมาตรวจสอบในคดีนี้เสียหายจากกระบวนการทำงานของทีม หลังจากมีกระแสข่าวเกิดขึ้น นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานฯ ได้สอบถาม และบอกว่าให้ชี้แจงให้สังคมรับทราบข้อเท็จจริงไม่มีการตำหนิแต่อย่างใด

     ทั้งนี้ ยังได้สรุปผลการตรวจสอบวัตถุพยานเพิ่มเติมอีก 2 รายการที่ตรวจแล้วเสร็จให้ที่ประชุมคณะอนุกรรมการรับทราบ คือ มีดอีโต้และเขียง โดยพบว่ามีดีเอ็นเอเสือดำปะปนอยู่ หลังจากตรวจสอบคราบเลือดจากมีดที่ส่งมาทั้งหมด 6 เล่ม พบมีดีเอ็นเอเสือดำจากมีดเหน็บ 2 เล่ม มีดอีโต้ โดยขณะนี้ยังเหลือวัตถุพยานที่ส่งมาตรวจและรอผลอีก 2-3 รายการจากวัตถุพยานจำนวน 40 ชิ้น ที่ส่งมาให้ทีมนิติวิทยาศาตร์สัตว์ป่า คือถุงดำ และคราบเลือดบนดิน ที่เป็นรายละเอียดปลีกย่อยที่จะต้องตรวจให้แล้วเสร็จ และเชื่อว่าไม่ยากเกินการทำงานของทีมนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า

"ศรีวราห์" ให้คำมั่น "เสือดำไม่ตายฟรี"

สิ้นหวังไหว้ศาลพระพรหมช่วย

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 08.30 น. ที่หน้าศาลพระพรหม ศูนย์ราชการจังหวัดเชียงใหม่ ประชาชนชาวเชียงใหม่ได้นัดรวมตัวกันผ่านเครือข่ายโซเชียลมีเดียเพื่อออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องความยุติธรรมให้แก่เสือดำ โดยได้นำดอกไม้และธูปเทียนมากราบไหว้ศาลพระพรหมเพื่อส่งสารผ่านไปยังรัฐบาลและคสช. ทั้งนี้ ได้ทำตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ให้ภาคประชาชนฟ้องศาลพระภูมิกรณีการดำเนินคดีกับนายเปรมชัยและพวกที่เข้าไปล่าและยิงเสือดำในป่าทุ่งใหญ่นเรศวร

     หลังทำพิธีจุดธูปจำนวน 16 ดอก เพื่อบูชาศาลพระพรหมแล้ว นางนลิน อินทรนันท์ เป็นตัวแทนกล่าวคำไหว้สาศาลพระพรหม ว่า ภาคประชาชนรู้สึกสิ้นหวังที่จะพึ่งพามนุษย์ที่จะให้ความยุติธรรมต่อสังคม อย่างเช่นกรณีของเสือดำในป่าที่ถูกฆ่าตายอย่างทารุณอันเป็นความผิดที่ร้ายแรง แต่ผู้รักษาสันติราษฎร์กลับแสดงท่าทีไม่ให้ความสนใจและปกป้องผู้กระทำผิด จึงขออำนาจสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายที่ปกป้ององค์กรนี้ได้ดลบันดาลให้เกิดความถูกต้อง จากนั้นได้ร่วมกันยืนสงบนิ่งเป็นเวลา 1 นาที เพื่อไว้อาลัยให้เสือดำ ก่อนเดินทางไปยังอาคารอำนวยการเพื่อยื่นหนังสือข้อเรียกร้องผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ถึงนายกรัฐมนตรี โดยมี นายบุรินทร์ ใจจะนะ ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดเชียงใหม่ เป็นตัวแทนรับหนังสือจากนายอนุชาติ ธนันชาติ นักวิชาการอิสระและนักอนุรักษ์

     ข้อความในหนังสือระบุว่า การดำเนินการต่อผู้กระทำความผิดเป็นไปอย่างล่าช้า ทั้งที่หลักฐานการทำความผิดชัดแจ้ง สะท้อนให้เห็นถึงการบังคับใช้กฎหมายของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างไม่มีประสิทธิภาพ การชี้แจงข้อเท็จจริงต่อประชาชนก็เป็นไปอย่างไม่เหมาะสม ทำให้ประชาชนเกิดความสับสนและเคลือบแคลงต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ดังนั้นจึงขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา มีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเท่าเทียมเสมอภาค และขอสนับสนุนนายกรัฐมนตรีดำเนินการอย่างเฉียบขาดเสมอหน้าไม่เลือกชั้นวรรณะ ซึ่งปัญหานี้เป็นปัญหาที่หมักหมมในสังคมไทยมานานและยังไม่มีทีท่าว่าจะลดน้อยลง

     มีรายงานด้วยว่า ในช่วงเย็นวันที่ 17 หรือ 18 มีนาคม กลุ่มของนางแสงเดือน ชัยเลิศ ประธานมูลนิธิรักษ์ช้างและสิ่งแวดล้อม จะจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวกรณีเสือดำอีกครั้ง โดยกำหนดจุดที่เป็นสัญลักษณ์ของเมืองเชียงใหม่

ฟ้องศาลปกครองเอกชนตัดต้นไม้

     วันเดียวกัน ที่ศาลปกครอง นายศรีสุววรรณ จรรยา นายกสมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน พร้อมเครือข่ายประชาชนรักษ์ต้นไม้ ได้ร่วมกันยื่นฟ้องการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นเอกชนผู้รับสัมปทานในการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต ใช้อำนาจการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายในการตัดต้นไม้ 14 ต้น ริมทางเดินเท้าหน้ามหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยไม่ได้ขออนุญาตจากกรุงเทพมหานคร(กทม.)จนทำให้เสียทัศนียภาพและอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ที่เดินผ่านไปมาเพราะมีสายไฟฟ้าห้อยอันตรายต่อผู้สัญจรไปมา

     ทั้งนี้ ขอให้มีคำสั่งให้รฟม. และบริษัทอิตาเลียนไทยฯ รวมทั้งบริษัทที่เกี่ยวข้องหยุดการตัด ย้าย หรือการกระทำใดๆ ต่อต้นไม้ที่อยู่ในแนวการก่อสร้างรถไฟฟ้า 11 สายในกรุงเทพฯ จนกว่าจะได้มีการปฏิบัติถูกต้องตามหลักวิชาการและกฎหมายที่ชัดเจนโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมและขอศาลมีคำสั่งให้รฟม.นำต้นไม้ชนิด ประเภท และขนาดเดียวกันกับที่ตัดโค่นกลับคืนมาปลูกในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงกับจุดเดิม และยื่นคำขอกำหนดมาตรการคุ้มครองชั่วคราวจนกว่าคดีจะมีคำพิพากษา 

ฉบับ นสพ.คมชัดลึก


เปิดอ่าน