ทำแผนผู้รับเหมาแอบเจาะ-วางยาต้นไม้

ตำรวจ สภ.เชียงคำ นำตัวผู้รับเหมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ แอบลักลอบเจาะ-วางยาต้นไม้ บนทางหลวง-สถานที่ราชการ

 

               จากกรณีที่มีประชานชนใน อ.เชียงคำ จ.พะเยา ได้ส่งเรื่องร้องเรียนให้สื่อมวลชนตรวจสอบการลักลอบเจาะทำลายต้นเหลืองอินเดียให้ยืนต้นตาย บนถนนสายเชียงคำ-สองแคว ในห้วงวันที่ 6 - 7 มีนาคม ที่ผ่านมา จึงมีการลงพื้นที่ตรวจสอบ กลับพบว่ามีการลักลอบเจาะต้นไม้ตลอดแนวถนนเส้นเชียงคำ-จุน เป็นระยะทางกว่า 20 กิโลเมตร ประกอบด้วยไม้ฉำฉา ต้นหางนกยูง และต้นสัก ที่สำคัญยังมีต้นไม้ในแขวงทางหลวงเชียงรายเขต 2 (อ.เชียงคำ) ต.ฝายกวาง อ.เชียงคำ และในโรงเรียนบ้านหัวทุ่ง ต.ทุ่งผาสุก อ.เชียงคำ ซึ่งมีทั้งต้นกระบกขนาดใหญ่ อายุกว่า 50 ปี ต้นมะแฟน และต้นขนาน อายุกว่า 30 ปี ยืนต้นตายทั้งหมด

 

ทำแผนผู้รับเหมาแอบเจาะ-วางยาต้นไม้

 

               กระทั่งมีการสนธิกำลังตำรวจ ป่าไม้ และฝ่ายปกครอง เข้าไปตรวจสอบและตรวจยึดไม้บางส่วนที่กำลังถูกแปรรูปในแขวงการทางฯ และนำไปสู่การสืบสวนหาคนที่กระทำความผิด เพื่อนำตัวมาลงโทษ เนื่องจากสร้างความไม่พอใจให้ชาวเชียงคำเป็นอย่างมาก

               ต่อมาฝ่ายสืบสวนได้ลงพื้นที่สอบปากคำพยานที่เห็นเหตุการณ์ ตั้งแต่วันที่ 6 มีนาคม เป็นต้นมา จนทราบแน่ชัดว่า ยานพาหนะที่คนร้ายใช้เป็นรถกระบะ สีเขียว ไม่ทราบรุ่น ยี่ห้อ และหมายเลขทะเบียน นำเลื่อยยนต์มาตัดและเจาะต้นไม้ จึงได้ตรวจสอบกลุ่มที่ใช้เลื่อยยนต์ใน อ.เชียงคำ โดยเฉพาะกลุ่มที่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องโดยตรงกับถนนหรือเสาไฟฟ้าตามเส้นทางดังกล่าว

 

ทำแผนผู้รับเหมาแอบเจาะ-วางยาต้นไม้

 

               จนสืบทราบว่ารถคันดังกล่าวน่าจะเป็นของ นายประสาน อู่เหล็ก อายุ 46 ปี บ้านเลขที่ 70 ม.8 ต.ฝายกวาง อ.เชียงคำ จ.พะเยา และได้รับประมูลให้มาทำหน้าที่รานกิ่งไม้ตามแนวถนนดังกล่าว จึงเชิญตัวมาสอบสวน ครั้งแรกนายประสานให้การปฏิเสธ อ้างทำเพียงรานกิ่งที่คาดว่าจะเกี่ยวสายไฟฟ้าเท่านั้น แต่เมื่อถูกสอบเค้นหนักก็ยอมรับสารภาพว่าเป็นคนลงมือเจาะและราดสารเคมีใส่ต้นไม้ทั้งหมดจริง แต่ไม่ยอมบอกมูลเหตุจูงใจ

               ล่าสุด วันนี้ (12 มี.ค.) จึงได้นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยจุดแรกที่ ร.ต.อ.สิทธิโชค บัวแดง พนักงานสอบสวน สภ.เชียงคำ ได้นำนายประสานไปทำแผนคือ ในแขวงการทางหลวงเชียงราย 2 (เชียงคำ) จุดที่สองคือ ต้นเหลืองอินเดียบนถนนสายเชียงคำ-สองแคว บริเวณหน้าแขวงฯ และจุดที่สามคือ บริเวณโรงเรียนบ้านหัวทุ่ง โดยทั้ง 3 จุด นายประสานได้แสดงวิธีตัด เจาะ และใส่สารเคมีลงไปตามรอยเจาะ

 

ทำแผนผู้รับเหมาแอบเจาะ-วางยาต้นไม้

 

               ร.ต.อ.สิทธิโชค เปิดเผยว่า ในเบื้องต้นได้กล่าวหานายประสานว่าทำให้เสียหาย ทำลาย ทำให้เสื่อมค่าหรือทำให้ไร้ประโยชน์ ซึ่งทรัพย์ที่ใช้หรือมีไว้เพื่อสาธารณประโยชน์ และทำให้เสียทรัพย์ หรือทำลายทรัพย์สินของทางราชการ ในส่วนของคดีทางแพ่งจะให้ชดใช้ค่าต้นไม้ทั้งหมดที่ถูกเจาะทำลายทั้งหมด ซึ่งต้องให้ส่วนที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอีกครั้ง