สยอง !! ปาดคอควักลูกตาเฒ่าอัมพาต

ลูกสาวกลับมาบ้านเจอพ่อนอนตายจมกองเลือด โร่แจ้ง ตร.ตรวจสอบพบถูกปาดคอ-ควักลูกตา เผยแม่ที่อยู่เฝ้ามีประวัติป่วยด้วยอาการทางจิต

 

               12 มี.ค. 61  เมื่อเวลา 13.30 น.  ร.ต.อ.เจตจำนง นุกาศ ร้อยเวร สภ.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย ได้รับแจ้งเหตุใช้อาวุธมีดฆ่ากันตาย ที่ บ้านเมืองงิม หมู่ 4 ต.ริมกก อ.เมืองเชียงราย จึงรายงาน พ.ต.อ.สิทธิชัย ไกรแสง ผกก.สภ.บ้านดู่ พ.ต.ท.อภิสิทธิ์ อิ่นใจ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บ้านดู่ รับทราบพร้อมประสานแพทย์นิติเวช รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ หน่วยกู้ภัย รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบเป็นอาคารพาณิชย์สูง 2 ชั้นครึ่ง ติดถนนสายฝั่งหมิ่น - บ้านฟาร์ม มีนางเอ (นามสมมติ) อายุ 55 ปี และ น.ส.ภัทรดา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี รอเจ้าหน้าที่อยู่ด้วยอาการตื่นตกใจ

               น.ส.ภัทรดา ได้พาเจ้าหน้าที่ไปดูที่ห้องนอนชั้น 2 พบศพชายทราบชื่อ นายเปรม (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 82 ปี สภาพสวมกางเกงขาสั้นสีดำและเสื้อยืดแขนสั้นสีลายที่เปื้อนไปด้วยเลือด เสียชีวิตอยู่บนฟูกนอนภายในห้อง เมื่อตรวจดูที่ศพพบที่ลำคอถูกของมีคมปาดจนคอเกือบขาดและลูกตาข้างซ้ายถูกควักออกจากเบ้าตา ซึ่งพบมีดของกลางเป็นมีดทำครัวอีโต้และมีดปลายแหลมรวม 2 เล่ม อยู่ในที่เกิดเหตุ จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน และประสานตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานมาทำการตรวจสอบ

               จากการสอบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ทราบว่าก่อนเกิดเหตุอาคารดังกล่าวเปิดเป็นร้านกาแฟ และต่อมา น.ส.ภัทรดา ได้ไปเช่าจากเพื่อนเพื่อจะปรับปรุงให้เป็นร้านอาหารบริการลูกค้า แต่ก่อนที่จะปรับปรุงร้านก็ได้ไปรับบิดาซึ่งป่วยเป็นโรคอัมพาตช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ต้องนอนอยู่กับที่นอน โดยให้มารดาอยู่เฝ้า ส่วนตัวเองออกไปทำธุระข้างนอก กระทั่งช่วงบ่ายได้กลับมาที่ร้านก็พบนายเปรมนอนเสียชีวิตในสภาพดังกล่าว จึงรีบแจ้งเพื่อนบ้าน และตำรวจให้มาตรวจสอบ และพบว่านางเออยู่ในอาการไม่ปกติ เหม่อลอย และมีอาการตกใจเล็กน้อย เมื่อสอบถามได้ความว่ามีประวัติป่วยด้วยอาการทางจิตมาก่อน จึงให้ น.ส.ภัทรดา ได้ดูแลอาการอย่างใกล้ชิด จากนั้นนำตัวส่ง สภ.บ้านดู่ เพื่อตรวจสอบหลักฐานอาการป่วยตามขั้นตอน

               พ.ต.อ.สิทธิชัย กล่าวว่า เบื้องต้นสันนิษฐานการเสียชีวิตในครั้งนี้ว่า เกิดจากการที่ภรรยาใช้มีดเป็นอาวุธฆ่าสามีของตัวเองจนเสียชีวิต ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะได้ตรวจสอบหลักฐานต่างๆ อย่างละเอียด และตรวจสอบประวัติของนางเอเกี่ยวกับอาการป่วยอีกครั้ง เพราะยังอยู่ในอาการตกใจและไม่สามารถพูดจาได้ตามปกติ