จ่อหมายเรียกพยาน ‘ครูปรีชา’ เพิ่ม !!

อาชญากรรม  :  12 มี.ค. 2561

ผบช.ก. เผยเตรียมออกหมายเรียกพยานฝั่ง ‘ครูปรีชา’ แจ้งเอาผิดข้อหาเดียวกัน ยันไม่เข้าข้างใคร

 

           เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 มีนาคม 2561 ที่ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (บช.ก.) มีการประชุมชุดคลี่คลายคดีพิพาทสลากกินแบ่งรัฐบาล รางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท โดย พล.ต.ต.ชาย วิมลศรี รอง ผบช.ก. ในฐานะหัวหน้าชุดคลี่คลายคดี เป็นประธานการประชุม พร้อมด้วยคณะทำงานจาก กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) และ กองบังคับการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าร่วมประชุม ซึ่งวันนี้จะมีการพิจารณาออกหมายเรียกพยานฝั่ง นายปรีชา ใคร่ครวญ หรือ ครูปรีชา เพื่อให้มารับทราบข้อกล่าวหาในฐานความผิดเดียวกัน

           ด้าน พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. กล่าวก่อนประชุมว่า อยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะมีแนวทางในการดำเนินคดีต่อจากนี้อย่างไร จะออกหมายเรียกใครเพิ่มเติมบ้างนั้นยังไม่สามารถเปิดเผยได้ ซึ่งแนวทางการออกหมายเรียก หรือออกหมายจับบุคคลใดนั้น จะพิจารณาตามพยานหลักฐานที่ปรากฎในคดีทั้งหมด ยืนยันว่า บช.ก.ไม่เข้าข้างใคร จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ที่ผ่านมาได้เปิดเผยข้อมูลการสืบสวนสอบสวนมากพอแล้ว ทั้งที่เป็นเรื่องไม่ควรที่จะนำมาเปิดเผย

           พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวต่ออีกว่า สำหรับกรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า ทำไมจึงไม่ขอศาลออกหมายจับ พล.ต.ต.สุทธิ พวงพิกุล อดีต ผบก.ภ.จว.กาญจนบุรี นั้น ต้องอธิบายว่าเงื่อนไขของการออกหมายจับมีอยู่แล้ว ไม่ใช่เฉพาะมีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง และไม่หลบหนีเพียงอย่างเดียว ซึ่งตำรวจสืบสวนจากพยานหลักฐานและข้อเท็จจริง โดยหลังจากที่ทาง บก.ปปป. แจ้งข้อหา ม.157 ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับความเสียหาย ซึ่งเริ่มต้นคดีนี้มาจากความเชื่อ ก่อนจะมีการแก้ไขข้อความต่างๆ เป็นการทุจริตชัดเจน แต่ยังมีการไปนำเสนอข้อมูลว่า ตนเองพูดไปในทางที่ พล.ต.ต.สุทธิ ไม่กระทำการโดยทุจริต ก็ทำให้เริ่มเสียกำลังใจในการทำงาน

           “ในวันนี้จะมีการพิจารณาออกหมายเรียกกลุ่มบุคคลที่ใกล้เคียงกับที่เกิดเหตุ ซึ่งมีพยานทั้งหมด 2 ปากด้วยกัน ซึ่งก่อนหน้านี้มีข้อมูลจากทั้ง 2 ปาก ก็ให้การส่งผลกระทบต่อสำนวนการสอบสวน เพราะอ้างว่าเห็น อ้างว่าได้ยิน ลักษณะเป็นประจักษ์พยานในที่เกิดเหตุ อาจทำให้รูปการณ์ของเรื่องราวแปลเปลี่ยน ทำให้บุคคลเสียหายได้รับโทษ” พล.ต.ท.ฐิติราช ระบุ

           เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า สำหรับบุคคลที่จะออกหมายเรียกคือนายฐนุกร เหลืองใหม่เอี่ยม หรือ นายแผน ซึ่งเป็นพยานที่อ้างว่าเป็นคนเห็น ร.ต.ท.จรูญ วิมูล ก้มเก็บลอตเตอรี่ หรือไม่นั้น เกี่ยวกับกรณีนี้ทาง พล.ต.ท.ฐิติราช ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า มีความเป็นไปได้ และจะต้องออกหมายเรียกแน่นอน จำนวน 1 ราย เบื้องต้นจะเป็นข้อหาที่เกี่ยวข้องในการร่วมกันกระทำความผิดกับนายปรีชา และนางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น

           ส่วนความคืบหน้าในคดีสลากฯในลักษณะเดียวกันนี้ในพื้นที่ คำชะโนด จ.อุดรธานี ที่มีนางเรวดี หาแก้ว ผู้เสียหายที่อ้างว่าถูกนางจรูญ (สงวนนามสกุล) ยักยอกสลากฯรางวัลที่ 1 เงินรางวัล 30 ล้านบาท งวดวันที่ 1 เมษายน 2560 จะมีพฤติการณ์คล้ายกันหรือไม่นั้น พล.ต.ท.ฐิติราช ย้ำว่า จะต้องดูพยานหลักฐานทั้งหมดในที่ประชุมก่อน แต่ทุกคดีเริ่มต้นจากผู้ขายและผู้ซื้อ ซึ่งตำรวจจะไม่ปฏิบัติหน้าที่จากความเชื่อ แต่จะดูจากพยานหลักฐานและนิติวิทยาศาสตร์ โดยไม่สามารถชี้ได้ว่าใครถูกหรือผิดได้ แต่ยืนยันจะดำเนินการทุกคดีให้แล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์นี้

           ขณะที่ พล.ต.ต.ชาญ บอกด้วยว่า วันนี้เป็นครั้งแรกที่จะมีการประชุมชุดสืบสวนในคดีนี้ และก่อนหน้านี้ทีการสอบปากคำไปแล้วหลายปาก รวมถึง ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับการทำคดีด้วย อย่างไรก็ตามยังอยู่ระหว่างการสืบสวนสอบสวน