ตลาดเถื่อนผุดซ้ำห่าง"บ้านป้า"50ม.ผอ.เขตรีบเคลียร์

เจ้าของบ้านโพสต์โวยตลาดเถื่อนผุดซ้ำห่างบ้าน"ป้าทุบรถ"แค่50ม.ฉะรัฐเมินเฉยถามต้องทนๆไปใช่ไหมด้านผอ.เขตประเวศรีบลงพื้นที่งรับปากสัปดาห์หน้าไม่มาอีกแล้ว

 

          ความคืบหน้าคดีป้าทุบรถจากเหตุจอดขวางทางเข้าออกหน้าบ้านบริเวณซอยศรีนครินทร์ 55 เขตประเวศ กรุงเทพฯ จนกระทั่งมีคำสั่งให้ปิด 5 ตลาดที่อยู่บริเวณใกล้บ้านดังกล่าวเนื่องจากไม่มีใบอนุญาตขอเปิดตลาดนั้น ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 มีนาคม ผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ “Ajapim Aroonlucksana” อาศัยอยู่ในซอยศรีนครินทร์ 55 แขวงหนองบอน เขตประเวศ ได้โพสต์รูปภาพจำนวน 9 รูป เผยให้เห็นบรรยากาศภายในซอยดังกล่าวที่เกิดการตั้งตลาดขนาดย่อมขึ้นหลังจากที่กรุงเทพมหานคร(กทม.) สั่งปิดตลาดทั้งหมด แต่กลับมีตลาดเถื่อนผุดขึ้นมาห่างจากจุดที่มีปัญหาประมาณ 50 เมตร และมีผู้มาซื้อขายจำนวนมาก 

          ข้อความที่โพสต์ระบุว่า “ขำๆ หรือ ขำไม่ออกไม่รู้ค่ะ คุ้มครองบ้านป้าทุบรถ สั่งปิดทุกตลาด แต่ไหงมาเปิดใหม่ตรงรั้วบ้านดิชั้นคะ คุณ ห่างกัน 50 เมตร ไม่ถึง เมื่อครั้งนึงเคยเห็นใจแม่ค้า แต่ตอนนี้คิดว่า แม่ค้าดันทุรัง ไม่รักษากฎหมาย แถมมีรัฐเพิกเฉย คงต้องทนๆ ไป ใช่ไหมคะ”

 

ตลาดเถื่อนผุดซ้ำห่าง"บ้านป้า"50ม.ผอ.เขตรีบเคลียร์



          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เรื่องดังกล่าวชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาวิพากษ์วิจารณ์และแชร์ออกสู่โลกโซเชียล โดยเฉพาะคอมเม้นท์ในเรื่องทำงานของเจ้าหน้าที่กทม.ต่อปัญหานี้ และวิจารณ์บางรูปที่ถูกโพสต์ซึ่งสังเกตเห็นเจ้าหน้าที่เทศกิจนั่งอยู่ตรงจุดดังกล่าวแต่กลับเพิกเฉย

          กรณีกระแสวิจารณ์เดือด เหตุบรรดาแม่ค้าพ่อขายหนีจากบ้านป้าทุบรถ แต่กลับมาโผล่เปิดตลาดตั้งแผงริมทางเท้าห่างจุดเดิม 50 เมตร ชิดรั้วบ้านประชาชนเดือดร้อนแทน โดยที่ น.ส.อัชพิมพ์ อรุณลักษณ์ อายุ 47 ปี เจ้าของบ้านที่ได้รับผลกระทบ เปิดใจว่าขำไม่ออก และขอตำหนิเจ้าหน้าที่รัฐที่เพิกเฉยต่อสิ่งผิด ตามที่นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น

          ล่าสุด ด้านนายธนะสิทธิ์ เมธพันธ์เมือง ผอ.เขตประเวศ ชี้แจงว่า พื้นที่ที่พ่อค้าแม่ค้าไปเปิดแผงขายนั้น เป็นถนนส่วนบุคคล ซึ่งตามหลักถือว่าเกินอำนาจของกฎหมายเข้าไปไม่ถึง แต่ขอเรียนให้ทราบว่ากลุ่มคนที่ปรากฏตามภาพที่โพสต์นั้นแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ได้แก่ 1.กลุ่มผู้ค้า ซึ่งจากที่ได้รับผลกระทบ 500-600 ราย จะมีเพียง 20 กว่ารายที่เข้ามาค้าขายตรงจุดนี้ โดยการเปิดท้ายรถขายอยู่บนถนนส่วนบุคคล ซึ่งเป็นพื้นที่ต่อเนื่องจากพื้นที่เขตสั่งควบคุมห้ามจำหน่ายสินค้า 2.ประชาชนที่มาออกกำลังกาย สวนหลวง ร.9 นำข้าวมารับประทานกันเป็นกลุ่มบนฟุตบาท หรือเดินมาซื้อของกินหลังเสร็จจากการออกกำลังกาย และ 3.กลุ่มพ่อค้าแม่ค้านอกพื้นที่เข้ามาขาย 

 

ตลาดเถื่อนผุดซ้ำห่าง"บ้านป้า"50ม.ผอ.เขตรีบเคลียร์

 

          อย่างไรก็ตาม แม้จะเป็นถนนส่วนบุคคลก็ไม่ได้นิ่งเฉย โดยเจ้าหน้าที่เขตได้ลงพื้นที่ไปเจรจากับผู้ค้าเพื่อทำความเข้าใจและย้ำกับเจ้าหน้าที่เทศกิจว่าอย่าใช้ไม้แข็ง ให้ใช้วิธีประนีประนอมด้วยการเจรจาให้ปรับตัวเพื่อลดแรงปะทะที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งไม่อยากใช้วิธีบังคับจับปรับเพราะเห็นใจคนทำมาหากินทุกคนก็ต้องดิ้นรน 

          “เราพยายามหาทางออกให้ เบื้องต้นได้พูดคุยกับเจ้าของบ้านแล้ว เพราะพื้นที่ตรงนี้เป็นถนนส่วนบุคคล เป็นพื้นที่ต่อเนื่องจากการกั้นแผงเหล็กไว้ หลังจากนี้จะให้เจ้าหน้าที่ไปขอยืมแผงเหล็กจากสำนักการจราจรและขนส่ง เพราะเขตประเวศมีไม่เพียงพอ นำมากั้นไว้” นายธนะสิทธิ์กล่าว

          ผอ.เขตประเวศ กล่าวด้วยว่า หลังทราบเรื่องผ่านเฟซบุ๊กดังกล่าว จึงรีบลงพื้นที่ทันที มาถึงเที่ยงกว่าๆ พ่อค้าแม่ค้าส่วนหนึ่งก็เดินทางกลับไปแล้ว เพราะส่วนใหญ่จะขายกันถึงประมาณเที่ยง แต่หลังจากพูดคุยทำความเข้าใจแล้ว ผู้ค้ารับปากว่าอาทิตย์หน้าจะไม่มาขายอีกแล้ว

          “พวกผู้ค้าก็ลองมาขายว่าจะขายได้ไหม โดยส่วนใหญ่จะใช้วิธีเปิดท้ายขายของซึ่งเราก็เข้าใจว่าพวกเขาก็คงต้องหารายได้เลี้ยงครอบครัว แต่ก็ได้ทำความเข้าใจไปแล้วว่าไม่สามารถทำได้ หากฝ่าฝืนก็จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.รักษาความสะอาด มีโทษเปรียบเทียบปรับไม่เกิน 3 พันบาท แต่เท่าที่ทำความเข้าใจกันแล้วคงไม่ต้องใช้กฎหมายเอาผิด เพราะอาทิตย์หน้าไม่มากันแล้ว” นายธนะสิทธิ์กล่าว และว่า ผู้ค้าเริ่มมาขายที่จุดนี้เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยมีมาไม่มาก แต่เมื่อเห็นว่าไม่ถูกห้ามวันนี้(11 มี.ค.)จึงมากันมากขึ้น ทั้งนี้ทางเขตและสน.ประเวศ ได้ประสานความร่วมมือในการเข้าไปดูแลแก้ปัญหาแล้ว ยืนยันว่าสัปดาห์หน้าจะไม่มีมาอีก

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ ศาลปกครองกำชับผู้ว่าฯ กทม. ให้ปฏิบัติตามคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวในระหว่างที่คดีฟ้องร้องยังไม่สิ้นสุด และสั่งปรับ ผอ.เขตประเวศ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 เป็นจำนวน 5,000 บาท เหตุไม่จัดการตลาดรอบบ้านป้าทุบรถให้เป็นไปตามวิธีการชั่วคราวที่สั่งไม่ให้เกิดผลกระทบต่อบ้านผู้ฟ้องคดีอีกด้วย

.........................................
ภาพ : Ajapim Aroonlucksana