อดีตอัยการสูงสุดกังขา"คดีเปรมชัย"

อาชญากรรม  :  12 มี.ค. 2561

อดีตอัยการสูงสุด กังขา "คดีเปรมชัย" หลัง อช.ออกมาโต้ "ศรีวราห์" ปมตรวจดีเอ็นเอ "มีด-เขียง" แนะอัยการสอบพยานหลักฐานเพิ่ม "บิ๊กปู"ปัดพูดพาดพิง คาดสรุปสำนวน24มี.ค

     ความคืบหน้าคดีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกรวม 4 คน ล่าสัตว์ป่าในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก จ.กาญจนบุรี ถูกดำเนินคดี 9 ข้อหาตาม พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และอีก 3 ข้อหา ฐานครอบครองอาวุธปืนผิดกฎหมาย ครอบครองงาช้างผิดกฎหมายและติดสินบนเจ้าพนักงาน ต่อมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ระบุว่าพบดีเอ็นเอของเสือดำบนมีดและเขียงแต่ไม่สามารถระบุดีเอ็นเอคนใช้ได้ชัดเจน และยังบอกอีกว่าหลักฐานที่ส่งมานั้นถูกทำลายจากสารเคมีกรมอุทยานฯ แล้ว จนทำให้ นางกณิตา อุ่ยถาวร หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช (อช.)ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบและควบคุมดูแลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอสัตว์ป่าในคดีนายเปรมชัย ได้ออกมายืนยันว่าไม่ได้แตะต้องวัตถุพยานทั้งมีดและเขียง ส่วนการตรวจหาดีเอ็นเอเสือดำใช้แค่ก้านสำลีที่ตำรวจป้ายคราบเลือดมาให้ก็พบดีเอ็นเอเสือดำแล้ว พร้อมกับวอนสังคมเป็นปากเสียงให้สัตว์ป่าต้องไม่ตายฟรีตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น

     ล่าสุดเมื่อวันที่ 11 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายตระกูล วินิจนัยภาค อดีตอัยการสูงสุด ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัว หลังนางกณิตา ได้โพสต์เฟซบุ๊ก “Kanita Ouitavon” ถึงการแถลงข่าวของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ สร้างความเข้าใจผิดให้แก่สังคมว่า “...เห็นข่าวนี้...แล้วตกใจ!!! เอาล่ะซี...ถ้าผมเป็นอัยการเจ้าของสำนวนคดีนี้...คงเตรียมตัวปวดหัวแน่ๆ ถ้าผมเป็นอัยการเจ้าของสำนวน ผมจะตรวจดู...ตั้งแต่บันทึกการจับกุม บันทึกคำให้การของผู้กล่าวหาและพยานทุกปาก บันทึกการตรวจสถานที่เกิดเหตุ หลักฐานต่างๆ บัญชีของกลาง บันทึกคำให้การของผู้ต้องหาและพยานฝ่ายผู้ต้องหา (ถ้ามี)...ให้ละเอียดรอบคอบ ถ้าสงสัยก็เรียกพยานมาซักถามเพิ่มเติมให้สิ้นกระแสความ ถ้าให้ดี ผมไปดูสถานที่เกิดเหตุด้วยเพื่อให้เห็นสภาพจริง เพราะคดีนี้ผู้ต้องหาต้องต่อสู้ในชั้นที่ตกเป็นจำเลยในศาลแน่ๆ ปล. (1) ถ้าผมเป็น อสส. ผมจะสั่งมอบหมายให้รองอัยการสูงสุด หรืออย่างน้อยอธิบดีอัยการภาค...ไปช่วยดูแลสำนวนการสอบสวนคดีนี้แน่ๆ ครับ (เพราะชักจะไม่ชอบมาพากล)!!!”

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ น.ส.ภัทรียา วินิจนัยภาค บุตรสาวนายตระกูล วินิจนัยภาค อดีตอัยการสูงสุด ได้ออกมาแสดงจุดยืนเกี่ยวกับเสือดำ ผ่านเฟซบุ๊ก “Pattareeya Winitnaiyapak” โดยเป็นการแปะสติกเกอร์หน้ากำแพงบ้านเป็นรูปเสือดำ พร้อมปุ่มปิดเสียง 1 รูป และรูปเสือดำมีหยดน้ำตา อีก 1 รูป ขนาดใหญ่ มองเห็นได้อย่างชัดเจน โดยกระแสโลกโซเชียลและประชาชนต่างให้ความสนใจ และพากันเรียกร้องหลังพบว่าคดีที่นายเปรมชัย ล่าสัตว์ป่าคุ้มครองในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก อาจไม่ได้รับความเป็นธรรม และมีความไม่ชอบมาพากล 

     วันเดียวกัน นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรมว.การคลัง ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ปรากฏมีข่าว พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ถึงแม้พบดีเอ็นเอของเสือดำบนมีดและเขียง แต่ปรากฏว่าไม่สามารถระบุดีเอ็นเอของคนได้ชัดเจน ผมต้องอธิบายก่อนว่า วิธีที่นายเปรมชัยจะพ้นผิด แบบง่ายๆ ก็คือ เจ้าหน้าที่ตำรวจระบุว่าไม่สามารถพบดีเอ็นเอของนายเปรมชัยบนมีดและเขียงที่ใช้ชำแหละเนื้อเสือดำ ร้อนถึงนางกณิตาต้องออกมาชี้แจง ยืนยันว่า ได้รับตัวอย่างวัตถุพยานดังกล่าวจาก สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี และทางฝ่ายตำรวจแจ้งว่า ได้ทำการตรวจดีเอ็นเอของมนุษย์เรียบร้อยแล้ว และมีอุจจาระที่ตรวจแล้วว่าเป็นดีเอ็นเอของนายเปรมชัยอยู่ด้วย ไฉนเลยที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ กลับบอกว่า ไม่สามารถระบุดีเอ็นเอของคนได้ชัดเจน ??? แปลกมาก !!! มันเกิดอะไรขึ้น ??? รวมทั้ง พล.ต.อ.ศรีวราห์ อ้างว่าสาเหตุที่ไม่สามารถระบุดีเอ็นเอของคนได้ชัดเจนนั้น เป็นเพราะกรมอุทยานฯ นำไปตรวจหาดีเอ็นเอเสือดำก่อน ในประเด็นนี้ นางกณิตาโต้แย้งว่า สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 ระบุว่าได้มีการตรวจลายนิ้วมือและดีเอ็นเอของมนุษย์จบไปแล้ว และมีดีเอ็นเอของนายเปรมชัย ปรากฏอยู่ด้วยแล้ว”

     “ดังนั้นการที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ อ้างว่า การที่ไม่สามารถระบุดีเอ็นเอของคนได้ชัดเจนนั้น สาเหตุเป็นเพราะกรมอุทยานฯ นำไปตรวจหาดีเอ็นเอเสือดำก่อนนั้น ไม่ตรงกับส่วนที่ตำรวจอ้าง ไม่สามารถตรวจดีเอ็นเอบุคคลได้ เพราะมีการปนเปื้อนจากสารเคมีที่เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ใช้ตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอเสือดำตั้งแต่แรก ...ทำให้ตรวจดีเอ็นเอบุคคลไม่ได้ เพราะถูกทำลายไปแล้ว !!! เจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯ ออกมายืนยันว่าไม่เป็นความจริง เพราะไม่มีการใช้สารเคมีใดๆ เลยในการตรวจดีเอ็นเอของเสือดำ ลายนิ้วมือและดีเอ็นเอของมนุษย์ที่จะมีก่อนหน้านั้น ยังมิได้ถูกทำลายแต่อย่างใด และกรมอุทยานฯ ก็ได้ส่งคืนวัตถุพยานให้ตำรวจแล้ว”

     ข้อความของนายธีระชัย ระบุอีกว่า “ผมขอสรุปว่าเรื่องนี้ นับวันมีแต่บูดเบี้ยว บู้บี้ หมดรูปลงไปทุกวัน นอกจากประชาชนจะไม่สามารถฝากผีฝากไข้ไว้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว จากตัวอย่างคดีนี้ ประชาชนกลับจะต้องตระหนักว่า การที่คุกจะขังคนรวยได้นั้น จะต้องมีอภินิหารไม่ต่ำกว่าระดับฟ้าผ่ากลางวัน” ข้อความในโพสต์ระบุ

     วันเดียวกัน ที่กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 (บช.ภ.1) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. เปิดเผยถึงความคืบหน้าคดีนายเปรมชัยว่า กรณีที่มีเรื่องขัดแย้งระหว่างกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กับการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ มองว่าเป็นเรื่องปกติ สักพักคงมีการปรับให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ส่วนจะมีการปรับเปลี่ยนคณะทำงานหรือไม่นั้น เรื่องนี้ได้พูดไปแล้ว ซึ่ง พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. ดูแลเรื่องนี้อยู่ 

     “ผมยังไม่พบอะไรที่ไม่ชอบมาพากล พล.ต.อ.ศรีวราห์ทำงานตรงไปตรงมาอยู่แล้ว มีการรายงานความคืบหน้าของคดีมาให้ทราบตลอดเวลา ส่วนกระแสสังคมทางผมไม่กังวล เพราะเราทำตามกฎหมาย และพยานหลักฐานอยู่แล้ว ส่วนโซเชียลจะวิพากษ์วิจารณ์อย่างไรก็เป็นเรื่องของเขา กรณีที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์อาจจะมีการดำเนินการกับบุคคลที่วิพากษ์วิจารณ์ในทางเสียหายนั้น ก็เป็นสิทธิส่วนตัวของพล.ต.อ.ศรีวราห์ ที่จะต้องปกป้องตัวเอง” ผบ.ตร.กล่าว

อดีตอัยการสูงสุดกังขา"คดีเปรมชัย"

     ด้าน พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวกรณีนางกณิตา อุ่ยถาวร หัวหน้าทีมนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติฯ โพสต์ข้อความพาดพิงการให้สัมภาษณ์ของ พล.ต.อ.ศรีวราห์ เรื่องการตรวจสอบดีเอ็นเอของกรมอุทยานฯ ทำให้การตรวจสอบดีเอ็นเอบุคคลในวัตถุพยานทำได้ยากว่า เบื้องต้นจะมีการสั่งการให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปชี้แจงทำความเข้าใจ พร้อมยืนยันว่าไม่ได้มีการให้สัมภาษณ์พาดพิงการทำงานของกรมอุทยานฯ และขณะนี้ยังคงทำงานร่วมกันด้วยดี ซึ่งขณะนี้ยังคงรอผลการตรวจมีดและเขียงที่ทางกรมอุทยานฯ จะออกเป็นรายงานทางการ เพื่อใช้มาประกอบสำนวนคดี ที่จากเดิมกรมอุทยานฯ แจ้งว่าจะส่งให้ในวันศุกร์ที่ผ่านมา แต่ขณะนี้ยังไม่ได้รับ ซึ่งจะประสานขอกลับไปอีกครั้ง

     ส่วนประเด็นภาพรวมของหลักฐานและสำนวนคดีเชื่อว่า จนถึงขณะนี้หากยังไม่ได้รับรายงานอย่างเป็นทางการเรื่องการตรวจมีดและเขียงจากกรมอุทยานฯ แต่หลักฐานที่มีอยู่ในขณะนี้ก็เพียงพอที่จะสรุปสำนวน เชื่อว่าจะทันวันที่ 24 มีนาคมนี้

     “จนถึงขณะนี้คณะทำงานยังคงทำงานเรียบร้อยดี และยังไม่มีการร้องเรียนจากผู้เสียหายหรือผู้ต้องหา มีแต่สื่อมวลชนและโซเชียลที่คอยกดดันการทำงานของเจ้าหน้าที่ จึงอยากขอเวลาให้เจ้าหน้าที่ทำงานตามขั้นตอนเพื่อความรอบคอบของสำนวนคดี เพราะหากเกิดข้อผิดพลาดผู้ที่จะถูกฟ้องคือคณะทำงานไม่ใช่สื่อมวลชนหรือสังคมโซเชียล” พล.ต.อ.ศรีวราห์กล่าว

     ส่วน พล.ต.อ.จรัมพร สุระมณี กรรมการสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ในฐานะที่ปรึกษาคณะกรรมการติดตามคดีกรณีการล่าสัตว์ป่าฯ กล่าวว่า พยานหลักฐานในคดีนายเปรมชัยและพวกเข้าไปล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์ทุ่งใหญ่ฯ มีความเชื่อมโยง และสามารถเอาผิดผู้กระทำผิดฐานร่วมกันกระทำผิดได้แล้ว ขอยืนยันว่าวันนี้ไม่มีใครไปเปลี่ยนพยานหลักฐานใดๆ ได้ตามที่สังคมมีข้อเป็นห่วง ซึ่งในวันที่ 12 มีนาคมนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการติดตามคดีกรณีการล่าสัตว์ป่าฯ ที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติิและสิ่งแวดล้อม ในเวลา 14.00 น. ซึ่งที่ประชุมคงจะมีการหารือในประเด็นต่างๆ ที่สังคมมีข้อห่วงใยด้วย 

     นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีวิทยาลัยนวัตกรรมสังคม ม.รังสิต และ ผอ.สถาบันปฏิรูปประเทศไทย (สปท.) กล่าวถึงกรณีคดีฆ่าเสือดำและหวย 30 ล้าน ที่สังคมกำลังคลางแคลงใจในการทำหน้าที่ของตำรวจฝ่ายสอบสวนว่าน่าเชื่อถือและเอนเอียงหรือไม่ จนกระทั่งมีการเคลื่อนไหวให้เปลี่ยนตัวพนักงานสอบสวนและดำเนินการเอาผิดเจ้าหน้าที่ในข้อหาละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยนั้น ว่า ทั้ง 2 กรณีตอกย้ำถึงวิกฤติกระบวนการสอบสวนที่ขาดความน่าเชื่อถือ ไม่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนและสังคม และยังส่งผลต่อองค์กรอย่างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) ในฐานะที่เป็นต้นทางของกระบวนการยุติธรรม เป็นวิกฤติที่จะเพิกเฉยหรือปล่อยให้เป็นเรื่องตัวบุคคลหรือฟ้องร้องกล่าวหากันไปมา จะไม่ได้ข้อยุติในระยะยาว ที่สำคัญเมื่อมีกรณีใหม่เข้ามาก็จะเกิดปัญหาในลักษณะแบบนี้ซ้ำๆ ซากๆ ขึ้นมาอีก บางทีก็ใช้วิธีเล่นงานตำรวจชั้นผู้น้อยเพื่อดับกระแสก็เคยมี

    นายสุริยะใส กล่าวต่อว่า ถ้ายังไม่ไปแก้ที่ต้นเหตุคือปฏิรูปงานสอบสวนของ สตช.แยกออกมาให้เป็นอิสระจากอำนาจเด็ดขาดของ สตช. และบูรณาการหน่วยงานอื่นเข้ามาถ่วงดุลและมีส่วนร่วมมากกว่านี้ วิกฤติในกระบวนการสอบสวนจะหนักหน่วงขึ้น มันป่วยการที่ ผบ.ตร.หรือฝ่ายการเมืองจะออกมาปกป้องหรือค้ำประกันว่าตำรวจคนนั้นคนนี้ดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ และรวมถึงการฟ้องร้องประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวก็ไม่มีประโยชน์ ไม่ใช่แนวทางแก้ปัญหาที่ต้นเหตุ ซ้ำร้ายยิ่งจะทำให้ประชาชนคลางแคลงใจมากขึ้น แม้ท่านจะมีสิทธิปกป้องชื่อเสียงตัวเอง แต่วิธีแบบนี้จะยิ่งทำให้ตำรวจและพนักงานสอบสวนชั้นผู้น้อยซึ่งเป็นคนทำงานต้องอึดอัดมากขึ้นทำงานยากมากขึ้น เพราะวิกฤติศรัทธาของประชาชน

     ทั้งนี้จาก 2 เหตุการณ์ถือเป็นกรณีศึกษาที่คณะกรรมการปฏิรูปตำรวจ ชุด พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ต้องคิดแก้ปัญหา ถ้าไม่ทำไม่กล้าเสนอก็ถือว่าการปฏิรูปตำรวจล้มเหลวและคาดหวังไม่ได้ในรัฐบาลชุดนี้

อดีตอัยการสูงสุดกังขา"คดีเปรมชัย"

     มีรายงานว่า กรณีเมื่อวันที่ 10 มีนาคม นายเปรมชัย ได้ออกเดินทางจากสนามบินดอนเมือง พร้อมกับคณะรวม 4 คน ด้วยเที่ยวบิน HSLNG ปลายทางคือประเทศบังคลาเทศ ล่าสุดได้รับรายงานว่า นายเปรมชัย ได้เดินทางมายังประเทศไทยแล้ว เมื่อเวลา 17.30 น. ที่ผ่านมา ด้วยเที่ยวบิน HSLN

     ช่วงเย็นที่ลานหน้าหอศิลปวัฒนธรรมกรุงเทพฯ กลุ่ม T’Challa พร้อมด้วยภาคประชาชน และนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ได้รวมตัวกันจัดกิจกรรมทวงคืนความยุติธรรมให้เสือดำในทุ่งใหญ่นเรศวร โดยนายธัชพงษ์ แกดำ แกนนำกลุ่ม กล่าวว่า จุดยืนของกลุ่มเป็นการออกมาเคลื่อนไหวครั้งที่สอง เพราะจากการติดตามความคืบหน้าของคดีมองว่าถูกแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม เจ้าหน้าที่ไม่เที่ยงตรงในการแจ้งข้อกล่าวหา และไม่ให้เกียรติเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่า และสังคมไม่ได้รับคำตอบที่ชัดเจน วันนี้จะคงต้องใช้มาตรการลงโทษทางสังคม โดยการเชิญชวนให้ประชาชนไม่ร่วมทำสังฆกรรมกับ บริษัทอิตาเลียนไทยฯ ที่มีนายเปรมชัยเป็นประธานบริหารอยู่

     “หากไม่เป็นผลจะมีการยกระดับการเรียกร้องขอความเป็นธรรมโดยเฉพาะกับรัฐบาล เพื่อให้พิจารณาลงนามบันทึกข้อตกลง หรือเอ็มโอยู กับบริษัทดังกล่าว เพราะถือว่าเป็นบริษัทที่ไม่มีธรรมาภิบาลในการบริหาร อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่าไม่ได้เป็นการข่มขู่ แต่เป็นการส่งเสียงของภาคประชาชน” นายธัชพงษ์กล่าว

นายธัชพงษ์ กล่าวอีกว่า นายตำรวจใหญ่ที่เป็นปัญหาของกระบวนการยุติธรรมในขณะนี้ ขอเรียกร้องให้พิจารณาตัวเอง ส่วนกรณีที่ นายเปรมชัยเดินทางออกประเทศ ในวันที่ 10 มีนาคม ที่ผ่านมา และจะกลับในวันที่ 11 มีนาคมนี้นั้น มองว่าเป็นสิทธิของนายเปรมชัย แต่หากไม่กลับมาประเทศไทย และหากจะหนีกระบวนการยุติธรรมก็หนีไป แต่ไม่สามารถหนีกระบวนการทางสังคมได้

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับกิจกรรมที่กลุ่มดังกล่าวจัดขึ้นมีทั้งการแสดงละครสั้น เสียดสีกระบวนการยุติธรรม รวมถึงมีศิลปินออกมาเคลื่อนไหวผ่านผลงานศิลปะ ด้วยการวาดภาพแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ถึงการดำเนินการในคดีนี้

ฉบับ นสพ.คมชัดลึก


เปิดอ่าน