ข่าว

“ศรีวราห์”โร่สอบ-“เปรมชัย-พวก”โผล่ให้ปากคำเพิ่ม 

“ศรีวราห์”โร่สอบ-“เปรมชัย-พวก”โผล่ให้ปากคำเพิ่ม 

03 มี.ค. 2561

“เปรมชัย"ผวาถูกถอนประกันโร่ดอดพบตร.ทองผาภูมิก่อนกำหนดนัด“ศรีวราห์”ร่วมสอบปากคำเบื้องต้นให้การสอดคล้อง80%โวสำนวนคืบหน้า90%ส่งอัยการ26มี.ค.


          ความคืบหน้าคดีนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลี่ยนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) กับพวกรวม 4 คน ลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก จ.กาญจนบุรี โดยตำรวจระบุว่า หากในวันที่ 5 มีนาคม นายเปรมชัยไม่มาตามนัดจะยื่นศาลขอถอนการประกันตัวนั้น

          ล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 2 มีนาคม พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา รองผบช.ภ.1 พล.ต.ต.ชยพล ฉัตรชัยเดช ผบก.ส.3 พล.ต.ต.ชาติชาย เอี่ยมแสง ผบก.ประจำ บช.ก. พ.ต.อ.วัชรินทร์ พูสิทธิ์ รองผู้บังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (รอง ผบก.ปปป.) และคณะ เดินทางจากกองบินตำรวจ ถนนรามอินทรา แขวงท่าแร้ง เขตบางเขน กทม. ไปยัง สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เพื่อติดตามความคืบหน้าและตรวจสำนวนคดี นายเปรมชัยและพวก ร่วมกันลักลอบล่าสัตว์ป่า

 

“ศรีวราห์”โร่สอบ-“เปรมชัย-พวก”โผล่ให้ปากคำเพิ่ม 

 

          พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า ไปตรวจดูว่าจะสามารถรวบรวมพยานหลักฐานส่งฟ้องพนักงานอัยการได้เมื่อไหร่ ยืนยันคดีมีความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้ล่าช้าตามที่สังคมวิพากษ์วิจารณ์ ส่วนกรณีมีคำสั่งลงโทษภาคทัณฑ์พนักงานสอบสวนที่รับแจ้งความข้อหาทารุณกรรมสัตว์นั้น ยืนยันเป็นไปตามขั้นตอนตามอำนาจ พ.ร.บ.ตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 87 ประกอบกับกฎ ก.ตร. ว่าด้วยอำนาจการลงโทษข้าราชการตำรวจ อัตราและการลงโทษภาคทัณฑ์ ทัณฑกรรม เนื่องจากเสือดำเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองอยู่แล้ว จึงไม่มีข้อหาทารุณกรรมสัตว์เหมือนสัตว์เลี้ยง ตำรวจเป็นผู้รักษากฎหมายต้องรู้กฎหมาย ส่วนการแจ้งข้อกล่าวหาครอบครองงาช้างโดยผิดกฎหมาย เป็นหน้าที่ของกรมอุทยานฯ ที่จะต้องร้องทุกข์กล่าวโทษ เพราะเป็นเรื่องที่อุทยานฯ รับผิดชอบ

          “สำหรับกรณีนี้ที่มีกระแสข่าวว่า นายเปรมชัยจะมาพบพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ในวันนี้ ผมไม่ทราบและไม่ได้รับข้อมูลว่าจะมาหรือไม่มา แต่เรื่องนี้พนักงานสอบสวนนัดนายเปรมชัยมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมในวันที่ 5 มีนาคม ถ้าหากไม่มาก็ให้พนักงานสอบสวนรายงานต่อศาลเพื่อขอความเห็นชอบจับกุมฐานขัดหมายเรียกต่อไป” พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าว และว่า ยืนยัน 9 ข้อหาล่าสัตว์ป่ามีความผิดเกิดขึ้นชัดเจน ส่วนข้อหาอื่นที่ยังไม่ปรากฏชัด การสอบสอบสวนก็ระมัดระวังไม่ไปปรักปรำผู้ใดให้เกิดความเสียหาย

          ด้าน พ.ต.อ.วัชรินทร์ กล่าวถึงกรณีที่สังคมวิจารณ์ข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงานของนายเปรมชัยที่อาจจะหลุดคดีว่า เรื่องนี้ไม่เป็นความจริง เป็นความเข้าใจผิดคลาดเคลื่อนอย่างแรง ยืนยันคดีติดสินบนเจ้าพนักงานยังอยู่ถึงแม้ว่าคลิปเสียงการสนทนาจะไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นนายเปรมชัย แต่พนักงานสอบสวนยังมีพยานหลักฐานอย่างอื่นอีก ซึ่งในวันที่ 8 มีนาคมจะมีการสอบปากคำนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทุ่งใหญ่นเรศวรฝั่งตะวันตก และผู้เกี่ยวข้องอีก 5 คน เพิ่มเติมในกรณีดังกล่าวด้วย

 

“ศรีวราห์”โร่สอบ-“เปรมชัย-พวก”โผล่ให้ปากคำเพิ่ม 

 

          ต่อมาเวลา 12.00 น. ที่ สภ.ทองผาภูมิ พล.ต.อ.ศรีวราห์ให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ นายเปรมชัย พร้อมกับพวกรวม 4 ราย ซึ่งเป็นผู้ต้องหาร่วมกันล่าสัตว์ป่า ได้เดินทางมาพบพนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ แล้ว ซึ่งตนจะเข้าร่วมสอบปากคำด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้ต้องหาทั้ง 4 ราย เดินทางมาพบก่อนกำหนด ดังนั้น วันที่ 5 มีนาคม ก็ไม่จำเป็นต้องมาอีก โดยตำรวจมีประเด็นที่จะต้องสอบสวนแต่ไม่ขอเปิดเผยรายละเอียด เป็นเรื่องในสำนวน อย่างไรก็ตาม ในการรวบรวมพยานหลักฐานที่ตำรวจรับผิดชอบได้ดำเนินการไปหมดแล้ว ที่เหลือเป็นส่วนอื่น ขณะนี้สำนวนคดีคืบหน้าไปแล้วกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ยืนยันไม่ได้ล่าช้า คาดว่าจะสรุปสำนวนส่งฟ้องให้พนักงานอัยการได้ไม่เกินฝากขังครั้งที่ 4 หรือก่อนวันที่ 26 มีนาคมนี้

          ต่อมา พล.ต.อ.ศรีวราห์ เปิดเผยภายหลังสอบปากคำผู้ต้องหาว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหา เบื้องต้น 70-80 เปอร์เซ็นต์ ให้การสอดคล้องกับพยานหลักฐาน และสอดคล้องกับคำให้การของผู้ร้องซึ่งต้องรวบรวมคำให้การของผู้ต้องหาทั้งหมด ถ้าส่วนไหนให้การขัดแย้งทางพนักงานสอบสวนก็จะมีการสอบปากคำและหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม โดยตนได้กำชับนายเปรมชัยถึงข้อหาและการกระทำความผิดต่างๆ ยืนยันคดีไม่ได้ล่าช้าแน่นอน

          พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะโฆษก ตร. กล่าวว่า แม้นายเปรมชัยจะเป็นผู้มีฐานะทางสังคม มีเงินมากและมีชื่อเสียง แต่เมื่อกระทำผิดกฎหมาย กฎหมายก็คือกฎหมาย ตำรวจก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เมื่อกระทำผิดกฎหมายก็ต้องดำเนินคดีอย่างเฉียบขาดและเด็ดขาด ซึ่ง พล.ต.อ.ศรีวราห์ ที่กำกับดูแลงานสืบสวนสอบสวน ก็ลงไปติดตามคดีด้วยตนเอง และขณะนี้สามารถขยายผลได้เป็นอย่างมาก จะเห็นว่าตำรวจทำงานอย่างตรงไปตรงมา เป็นธรรม โปร่งใส และไม่เห็นแก่ใครทั้งสิ้น

          “ตำรวจได้ให้ความเท่าเทียมกัน ไม่ได้เลือกปฏิบัติ ใครมีเงินมาก หรือเงินน้อย หรือมีชื่อเสียงกับไม่มีชื่อเสียง ก็ดำเนินการเช่นเดียวกัน สิ่งนี้พิสูจน์ให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมว่าเงินซื้อตำรวจไม่ได้ บารมีของคนในสังคมนั้น ทำให้ตำรวจเกรงขามหรือว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่นั้นเป็นไปไม่ได้ แน่นอนขอให้อดใจรอ ทุกอย่างจะพิสูจน์ให้เห็นว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร และการดำเนินงานของพนักงานสอบสวนเป็นอย่างไร มั่นใจว่าพี่น้องประชาชนไม่ผิดหวังในเรื่องนี้แน่นอน” โฆษกตร.กล่าว

 

“ศรีวราห์”โร่สอบ-“เปรมชัย-พวก”โผล่ให้ปากคำเพิ่ม 

 

          ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงกรณีที่ยังไม่มีการกำหนดชนิดของสัตว์ที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติในการคุ้มครอง ตาม พ.ร.บ.ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ว่า ไม่ทราบ เรื่องดังกล่าว ต้องถามกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.)

          ผู้สื่อข่าวถามว่า ตรงนี้ถือเป็นช่องโหว่ของกฎหมายหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ใช่ช่องโหว่ แต่เรารู้สึกว่าเป็นช่องโหว่ หากกฎหมายมีอยู่แล้วก็เพียงไปกำหนด แต่ในการกำหนดนั้นก็ไม่มีผลย้อนหลังอยู่ดี ทั้งนี้ เชื่อว่ามีการกำหนดไว้ก่อนแล้ว

          เมื่อถามว่า ในคดีของนายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ที่หลุดข้อกล่าวหา เนื่องจาก พ.ร.บ.ดังกล่าวไม่ได้กำหนดชนิดสัตว์เอาไว้ นายวิษณุ กล่าวว่า ทำไมเราจึงมาพูดเรื่องหมาแมวกัน