royal coronation
วันที่ 25 สิงหาคม 2562
อาชญากรรม

ผบ.ตร.ไม่ชี้ หวย 30 ล.ของใคร ให้เป็นอำนาจศาล

วันที่ 1 มีนาคม 2561 - 05:35 น.
หวยอลเวง 30 ล้าน,หวย 30 ล้าน,ครูปรีชา,รตทจรูญ,ลุงจรูญ,หมวดจรูญ,เจ๊บ้าบิ่น,ทนายตั้ม,นายษิทรา
Shares :
เปิดอ่าน 770 ครั้ง

กองปราบฯ บุกรวบ"ครูปรีชา" คาโรงเรียน หิ้วเข้ากรุงพร้อม"เจ๊บ้าบิ่น" สอบเพิ่ม ขณะที่ "จักรทิพย์" ไม่ฟันธงหวย 30 ล้าน ของใคร "ลุงจรูญ" อโหสิให้ ทนายเผยฟ้องทุกคน

          จากกรณีแย่งชิงกรรมสิทธิ์สลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 หมายเลข 533726 จำนวน 5 ใบ ซึ่งถูกรางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท ระหว่างนายปรีชา ใคร่ครวญ ครูโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดกาญจนบุรี กับ ร.ต.ท.จรูญ วิมูล ข้าราชการตำรวจเกษียณ ล่าสุด เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้อนุมัติศาลออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในคดีนี้แล้ว 2 คน คือ นายปรีชา และ นางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ระบุชัดว่า สลากกินแบ่งรัฐบาลดังกล่าว ใครเป็นเจ้าของที่แท้จริง

          เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก กรุงเทพฯ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผู้บังคับการกองปราบปราม (ผบก.ป.) พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผู้บังคับการกองปราบปราม พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 กองปราบปราม พ.ต.อ.ไสว แช่มลำเจียก ผกก.หัวหน้ากลุ่มงาน สอบสวนกองบังคับการปราบปราม พร้อมด้วยพนักงานสอบสวนชุดคลี่คลายคดีหวย 30 ล้าน นำคำร้องขอหมายจับ เดินทางมาที่ศาลอาญา เพื่อขออำนาจศาลพิจารณาออกหมายจับผู้เกี่ยวข้องในคดีหวย 30 ล้าน

          โดยคณะพนักงานสอบสวนได้หลบสื่อมวลชนจำนวนมากที่มาปักหลักรอบริเวณบันไดหน้าศาลอาญา เข้าทางด้านหลังศาลอาญาและขึ้นลิฟต์ไปเพื่อปรึกษาหารือกับอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ในเรื่องการขอออกหมายจับ

          ต่อมาเวลาประมาณ 10.30 น. พล.ต.ท.ฐิติราชและคณะก็ได้เดินทางออกจากศาล


 

          พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวว่า มั่นใจในพยานหลักฐานที่นำมายื่นต่อศาลเพื่อให้ออกหมายจับผู้เกี่ยวข้อง แต่ทั้งนี้ต้องรอว่าศาลจะมีคำสั่งอย่างไร ส่วนผู้ที่เกี่ยวข้องจะมีใครบ้างนั้น ต้องรอการแถลงข่าวจาก พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.ในช่วงบ่าย

          ด้าน พล.ต.ต.ไมตรี กล่าวว่า ขณะนี้ยังคงรอคำสั่งจากศาลว่าจะมีคำสั่งอย่างไร ซึ่งบุคคลที่พนักงานสอบสวนมาขอหมายจับ รวมทั้งข้อหานั้นเป็นไปตามข่าวที่นำเสนอก่อนหน้านี้ ส่วนพยานหลักฐานที่นำเสนอต่อศาลในขณะนี้เพียงพอแล้ว และศาลไม่ได้เรียกขอพยานเพิ่มเติมแต่อย่างใด

          เมื่อถามว่า ที่มีความเห็นจากหลายฝ่ายระบุว่า เหตุใดพนักงานสอบสวนไม่ออกหมายเรียกผู้ถูกกล่าวหามาแจ้งข้อหานั้น พล.ต.ต.ไมตรี กล่าวว่า ขอให้เป็นดุลพินิจของศาลที่จะเป็นผู้พิจารณา

          รายงานข่าวแจ้งว่า พนักงานสอบสวนกองปราบปรามได้ขออนุมัติหมายศาล จับนายปรีชา ใคร่ครวญ หรือครูปรีชา และนางรัตนาภรณ์ สุภาทิพย์ หรือเจ๊บ้าบิ่น ใน 3 ข้อหา ประกอบด้วยความผิดตามมาตรา 172 ผู้ใดแจ้งความอันเป็นเท็จเกี่ยวกับความผิดอาญาต่อพนักงานอัยการ ผู้ว่าคดีพนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชาชนเสียหายต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสองปี หรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ, มาตรา 173 ผู้ใดรู้ว่ามิได้มีการกระทำความผิดเกิดขึ้น แจ้งข้อความต่อพนักงานสอบสวน หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจสืบสวนคดีอาญาว่าได้มีการกระทำความผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินสามปี และปรับไม่เกินหกหมื่นบาท, มาตรา 174 กระทำการ เป็นการเพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้นผู้กระทำต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท

          ในเวลาต่อมาศาลได้อนุมัติหมายจับ นายปรีชาและนางรัตนาภรณ์ ใน 3 ข้อหาดังกล่าว

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้มีอัตราโทษเกิน 3 ปี ดังนั้น ศาลมีอำนาจที่จะใช้ดุลพินิจให้ออกหมายจับได้ แม้พนักงานสอบสวนจะยังไม่เคยออกหมายเรียกผู้ต้องหามาก่อนก็ตาม

          ผู้สื่อข่าว จ.กาญจนบุรี รายงานว่า เมื่อเวลา 07.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่มพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. นำกำลังตำรวจในเครื่องแบบไปเฝ้าหน้าบ้านพักของครูปรีชา เพื่อรอการจับกุมหากศาลอาญาออกหมายจับ นอกจากนี้ยังได้จัดกำลังตำรวจนอกเครื่องแบบอีกชุดเฝ้ารอที่โรงเรียน


 

          ครูปรีชากล่าวกับผู้สื่อข่าวก่อนเดินทางไปโรงเรียนว่า จะไม่หลบหนีอย่างแน่นอน อีกทั้งยังยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง อย่างไรก็ตามขอให้ตำรวจแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ สังคมอย่าเพิ่งตัดสิน ส่วนหมายจับนั้นไม่กังวลใจ รอให้ตำรวจแถลงก่อน ตอนนี้กินได้นอนหลับดี ฝันดีว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์จะคุ้มครอง ความดีที่ทำมาตลอดชีวิตจะปกปักรักษา อย่างไรก็ตาม ตนมีพยานรายสำคัญจากบ่อพลอยอีกคนเชื่อว่าจะสามารถชนะคดีในศาลได้ หากตำรวจฟันธงวันนี้ว่าหวยไม่ใช่ของตน ไม่ใช่ว่าตนแพ้ ต้องสู้ในชั้นศาลต่อไป

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม ได้ไปเฝ้าดูความเคลื่อนไหวที่บริเวณหน้าบ้านของเจ๊บ้าบิ่นเช่นเดียวกัน

          เจ๊บ้าบิ่น กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า ตอนนี้มีความรู้สึกสบายใจ ที่ผ่านขบวนการสงสัยมาได้ในระดับหนึ่ง แต่ถ้าหากจะมีการออกหมายจับจริงๆ ก็พร้อมให้ความร่วมมือ แต่ฝากสื่อให้ช่วยเป็นกลาง เพราะตอนนี้ยังไม่รู้ว่าถูกหรือผิด ต้องไปสู้กันในกระบวนการศาลต่อไป พร้อมยืนยันว่าได้ซื้อลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 จากเจ๊พัชแล้วขายให้ครูปรีชาจริง เชื่อว่าความจริงเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขณะนี้รอลุ้นอยู่ที่บ้านว่าเจ้าหน้าที่จะออกหมายเรียกหรือหมายจับ

          ต่อมา ภายหลังจากศาลอนุมัติหมายจับครูปรีชาและเจ๊บ้าบิ่น เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามได้แสดงตัวกับครูปรีชาที่กำลังสอนหนังสืออยู่ในห้องเรียน พร้อมถามว่า พร้อมหรือยัง ครูปรีชาได้แจ้งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ขอสอนหนังสือก่อน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็อนุญาต


 

          จากนั้นเวลา 12.00 น. ครูปรีชาได้ปล่อยนักเรียนออกมารับประทานอาหารกลางวัน หลังจากนักเรียนออกมาหมด ผู้สื่อข่าวจำนวนมากได้เข้าไปภายในห้อง เพื่อขอสัมภาษณ์ครูปรีชา แต่ครูปรีชาบอกว่า ขอลงไปกินข้าวเที่ยงก่อน เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามกรณีที่กองปราบฯ ออกหมายจับ ครูปรีชาก็บอกว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีใครนำหมายจับมาให้ดู เจ้าหน้าที่ที่มาพบก็ไม่ได้นำหมายจับมาแสดงให้ทราบแต่อย่างใด อีกทั้งครูปรีชายังเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวมาคุ้มครองความปลอดภัยให้ โดยไม่คิดว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่นำหมายมาจับกุม

          จากนั้นครูปรีชาได้เดินออกจากห้องเรียนไปขึ้นรถยนต์คันหนึ่ง และขณะที่รถยนต์คันดังกล่าวกำลังเคลื่อนตัวออกไป เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯ ได้เดินไปประกบพร้อมกับเชิญครูปรีชาไปขึ้นรถกระบะสี่ประตู โดยครูปรีชานั่งอยู่ที่เบาะหลัง ระหว่างที่ครูปรีชานั่งอยู่ภายในรถ ตำรวจกองปราบฯ ได้นำหมายจับออกมาแสดงให้ครูปรีชาดู


 

          ต่อมาตำรวจกองปราบฯ นำตัวครูปรีชาไปตรวจค้นหาหลักฐานที่บ้านพัก ก่อนนำตัวเดินทางมุ่งหน้าไปยังกองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ที่กรุงเทพฯ ทันที

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ครูปรีชาไม่ได้มีสีหน้าวิตกกังวลแต่อย่างใด พร้อมทั้งยังยืนยันคำเดิมว่า ลอตเตอรี่ซื้อมาจริง ทำตกหล่นหายไปจริง

          ต่อมาเวลาประมาณ 13.00 น. ตำรวจกองปราบฯ ได้เดินทางไปที่บ้านพักของเจ๊บ้าบิ่น โดยมีสื่อมวลชนเป็นจำนวนมากรออยู่ ขณะที่เจ๊บ้าบิ่นได้ปิดประตูอยู่ภายในบ้าน

          ตำรวจกองปราบฯ ได้พูดคุยพร้อมกับให้เจ๊บ้าบิ่นเซ็นเอกสารบางอย่าง และยังสังเกตเห็นว่า มีการตรวจค้นภายในบ้านด้วย ซึ่งเจ้าหน้าที่ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นนำเจ๊บ้าบิ่นไปขึ้นรถยนต์ของตำรวจกองปราบฯ ที่จอดรออยู่หน้าบ้าน เพื่อเดินทางไปที่กองบังคับการปราบปราม ระหว่างนั้นสีหน้าของเจ๊บ้าบิ่นยังคงมีแต่รอยยิ้ม พร้อมกับบอกสื่อมวลชนว่า “ไม่ยอมรับหมายจับ และยังขอยืนยันคำเดิม”


 

          มีรายงานข่าวแจ้งว่า จากการตรวจค้นบ้าน "เจ๊บ้าบิ่น" เจ้าหน้าที่พบหลักฐานเป็นกระดาษเขียนข้อความคล้ายกับข้อความที่ใช้ในการใช้ท่องจำ เพื่อใช้พูดในการให้การกับเจ้าหน้าที่ จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน


 

          ต่อมา เวลา 13.30 น. พล.ต.อ.จักรทิพย์ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ไมตรี ฉิมเฉิด รรท ผบก.ป. พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผบก.พฐก. พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) และนายตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดี ร่วมกันแถลงข่าว สรุปโดยย่อว่า ตำรวจจะสอบสวนในส่วนของคดีอาญา ส่วนคดีแพ่งคู่กรณีต้องไปฟ้องร้องกันเอง โดยไม่ได้ระบุว่าใครเป็นเจ้าของสลากกินแบ่ง แต่บอกว่า ศาลออกหมายจับแล้ว จับกุมตัวแล้ว ข้อหาแจ้งความเท็จในส่วนของคดีอาญา วันนี้ครูปรีชาอาจจะสู้ต่อก็ได้ ไม่ได้ปิดหรือตัดสิทธิ์

          ช่วงหนึ่งขณะแถลงข่าว พล.ต.อ.จักรทิพย์ได้อ่านฎีกาในคดีหวยลักษณะเดียวกัน โดยระบุว่าผู้ครอบครองและถือลอตเตอรี่ ถือเป็นเจ้าของ


 

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงหนึ่งขณะแถลงข่าว พล.ต.ท.ฐิติราช กล่าวว่า คดีนี้ทางฝ่ายร.ต.ท.จรูญ ไม่มีอะไรมายืนยันอ้างอิงได้ ส่วนฝั่งครูปรีชามีพยานเยอะ จึงทำให้ต้องนำ ร.ต.ท.จรูญ ตั้งเป็นธงเอาไว้แล้วสอบพยานฝ่ายครูปรีชาด้านเดียว ซึ่งปรากฏว่าให้การไม่ตรงกัน จนนำไปสู่การออกหมายจับดังกล่าว

          พล.ต.ต.ไมตรีกล่าวภายหลังการแถลงข่าวว่า ขณะนี้ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาตามหมายจับทั้ง 2 รายได้แล้ว คือ นายปรีชา และเจ๊บ้าบิ่น นำตัวมายังกองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) เพื่อสอบปากคำ โดยตำรวจมีเวลา 48 ชั่วโมงในการคุมตัว จากนั้นคุมตัวฝากขัง ส่วนจะคัดค้านประกันตัวหรือไม่ยังบอกไม่ได้ โดยตนจะไปร่วมรับการสอบปากคำด้วย


 

          ผู้สื่อข่าวถามว่าตำรวจมีหลักฐานเห็นพฤติการณ์อะไรจึงแจ้งข้อหาดังกล่าว พล.ต.ต.ไมตรี กล่าวว่า เขารู้อยู่แล้วว่ามันไม่ใช่เรื่องจริง เขาเอาเรื่องกลั่นแกล้งแจ้งความ อันนี้ชัดเจนพิสูจน์ได้ การสอบสวนของกองบังคับการปราบปรามสามารถพิสูจน์ทราบได้ หลักฐานของเราเกินครึ่งเป็นนิติวิทยาศาสตร์ แต่ขออนุญาตไม่ตอบว่าพยานหลักฐานอะไรบ้าง ซึ่งขัดแย้งกับพยานบุคคลในการให้การคดียักยอกทรัพย์ในตอนแรก เมื่อเชิญพยานคนเดิมมาสอบปากคำใหม่ ก็ให้การเปลี่ยนไป พยานบางปากบอกว่า ตอนให้การต่อพนักงานสอบสวนในตอนแรกไม่ได้อ่านคำให้การตัวเองเลย บางคนสงสัยคาใจด้วยว่าที่ให้การไปตอนนั้นเขาพิมพ์ตามที่บอกหรือเปล่า จะไปขอดูใหม่ ก็ไม่ให้ดู พอมาถึงที่กองปราบฯ ได้อ่านที่ตัวเองให้ปากคำ บางคนถึงกับว่ามันไม่ใช่ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่เกิดกับตัวเขา เขาเลยให้การใหม่ พยานไม่ได้เปลี่ยนคำให้การ แต่ให้การเพิ่มเติมให้ตรงกับข้อเท็จจริง

          เมื่อถามว่า บก.ป.พิสูจน์ได้ว่าการถูกลอตเตอรี่ของครูปรีชา ไม่ใช่เรื่องจริง ไม่มีการยักยอกลอตเตอรี่ตามที่กล่าวหา ร.ต.ท.จรูญ เกิดขึ้นใช่หรือไม่ ผบก.ป.กล่าวว่า อย่าไปพูดเลย มันจะกระทบคดี เอาเป็นว่า บก.ป.มีพยานหลักฐาน

          “ส่วนคลิปที่อ้างว่ามีการเจรจาก็ให้เอามา มีไม้เด็ดอะไรให้เอาออกมา เราพร้อมรับฟังพยานหลักฐานทั้ง 2 ฝ่าย ส่วนคลิปที่อ้างว่า ร.ต.ท.จรูญรับว่าเก็บลอตเตอรี่ได้ ก็เพิ่งได้ยินจากที่ญาติครูปรีชาพูด เอาเป็นว่ามีหลักฐานอะไรมาแก้ต่าง เราพร้อมจะพิสูจน์ให้ทั้ง 2 ฝ่าย เราพร้อมทำความจริงให้ปรากฏทุกอย่าง ตอนนี้ยังไม่ขออนุมัติออกหมายจับใครเพิ่มเติม ตอนนี้แค่นี้ก่อน” ผบก.ป.กล่าว


 

          ต่อมาเวลา 15.50 น. ตำรวจคุมตัวเจ๊บ้าบิ่น มาถึงกองปราบฯ เพื่อแจ้งข้อหาและสอบสวนเพิ่มเติม โดยเจ๊บ้าบิ่นยังคงมีสีหน้าที่ยิ้มแย้ม ผู้สื่อข่าวสอบถามว่า กังวลหรือไม่ เจ๊บ้าบิ่น ตอบสั้นๆว่า “ไม่กังวล” ก่อนจะถูกพาตัวเข้าไปยังห้องสอบสวนทันที

          ขณะเดียวกัน น.ส.กนกพรรณ หมวกไสว หรือ ฟ้า คนสนิทนายปรีชา เดินมาที่กองปราบฯ กล่าวทั้งน้ำตาว่า มาให้กำลังใจนายปรีชาและเจ๊บ้าบิ่น ถึงแม้ทั้งสองคนถูกออกหมายจับแล้ว แต่ก็ยังเชื่อว่า สลากกินแบ่งฯ เป็นของครูปรีชา


 

          “ยืนยันว่ามีคลิปเป็นหลักฐานสำคัญที่ชี้ชัดว่า สลากกินแบ่งฯ เป็นของครูปรีชา ซึ่งจะนำไปใช้ต่อสู้คดีในชั้นศาล” นางกนกพรรณกล่าว


 

          ต่อมาเวลา 17.00 น. ตำรวจควบคุมตัวครูปรีชามาถึงกองปราบฯ จากนั้นนำตัวเข้าห้องสอบสวนทันที โดยครูปรีชามีสีหน้าเรียบเฉย จากนั้น พล.ต.ต.ไมตรี ได้เข้ามาสอบปากคำครูปรีชาและเจ๊บ้าบิ่น ซึ่งครูปรีชาเตรียมใช้ตำแหน่งครูและหลักทรัพย์ประกันตัว โดยอยู่ที่ตำรวจว่าจะพิจารณาให้ประกันตัวหรือไม่

          เบื้องต้นพนักงานสอบสวนจะนำตัวครูปรีชาและเจ๊บ้าบิ่นไปฝากขังศาลอาญาในวันที่ 2 มีนาคม เนื่องจากวันที่ 1 มีนาคม เป็นวันหยุดราชการ ทำให้คืนนี้(28 ก.พ.) และคืนวันที่ 1 มีนาคม ครูปรีชาและเจ๊บ้าบิ่นต้องถูกควบคุมตัวอยู่ที่ บก.ป. โดยพนักงานสอบสวนจะคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเกรงไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน

          ต่อมาเวลา 19.00 น. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ พล.ต.ต.ไมตรีกล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า จากการสอบปากคำจนถึงขณะนี้ ครูปรีชา และ เจ๊บ้าบิ่น ยังคงให้การปฏิเสธ 

          จากนั้นเมื่อเวลา 22.30 น.วันที่ 28 กุมภาพันธ์ นายเกรียงไกร นาควลี ทนายความของครูปรีชา กล่าวในเบื้องต้นทางพนักงานสอบสวนทางได้แจ้งข้อหาทั้ง 4 ข้อหากับบุคคลทั้ง 2 เรียบร้อยแล้ว โดยทั้ง 2 ได้ให้การปฏิเสธ โดยทั้งครูปรีชาและนางรัตนาพร มีสีหน้าเรียบเฉย รับประทานอาหารได้ ส่วนกรณีคลิปเสียงที่ทางฟ้าอ้าง ยังไม่เห็น เนื่องจากตนเองเพิ่งรับเข้ามาทำคดี นอกจากนี้ยังข้อปฏิเสธเรื่องพยาน จากเดิมที่เคยให้การว่ามี พยาน 40 ปาก จริงแล้วมีเพียง 10 กว่าปาก สำหรับในส่วนของการยื่นประกันตัวนั้น เบื้องต้นทางนางรัตนาพร ได้ยื่นขอประกันตัวในชั้นสอบสวน วงเงินประกัน 75,000 บาท ส่วนของครูปรีชานั้น ใช้ตำแหน่งครู ข้าราชการซี8 เป็นประกัน อย่างไรก็ตามในวันพรุ่งนี้(1 มีนาคม) ทางพนักงานยังไม่ได้แจ้งว่าจะทำการสอบสวนเพิ่มเติมหรือไม่อย่างไร เพราะในการสอบสวนจะต้องให้ทนายอยู่ด้วยทุกครั้ง ทั้งนี้ทางครูปรีชาและแจ๊บ้าบิ่นไม่ได้ร้องขออะไรเป็นพิเศษ

       ต่อมาเวลา 22.40 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวครูปรีชาและเจ๊บ้าบิิ่น  ลงมาจากห้องสอบสวน ก่อนนำตัวมาคุมขังภายในห้องควบคุมผู้ต้องหา ซึ่งก่อนเข้าห้องขังทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ทั้งคู่ เข้าห้องน้ำ และลงลายมือชื่อ เมื่อถึงเวลานำตัวเข้าห้องขัง ครูปรีชามีสีหน้าวิตกกังวลเล็กน้อย ก่อนเข้าไปภายในห้องขัง

      ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับข้อกล่าวหาที่พนักงานสอบสวน ขออนุมัติหมายจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 ในความผิดฐาน 4 ข้อหา ประกอบด้วย 1.ผู้ใดแจ้งความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงานซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นเสียหาย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137 ข้อหาที่ 2.ผู้ใดรู้ว่ามิได้มีการกระทำผิดเกิดขึ้น แจ้งข้อความต่อพนักงานสอบสวนว่าได้มีการกระทำผิด ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 60,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 173

       3.ผู้ใดรู้ว่ามิได้มีการกระทำผิดเกิดขึ้น แจ้งข้อความต่อพนักงานสอบสวนว่าได้มีการกระทำผิดเพื่อกลั่นแกล้งผู้อื่นให้ได้รับโทษทางอาญา ต้องระวางโทษจำคุกไมเกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 100,000 บาท ซึ่งถ้าการแจ้งความนั้น เพื่อจะแกล้งให้บุคคลใดต้องรับโทษหรือรับโทษหนักขึ้น ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท ตามมาตรา 174วรรคสอง และ 4.ผู้ใดแจ้งให้เจ้าพนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ ซึ่งใช้เป็นพยานหลักฐานโดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 267 ประกอบมาตรา 83

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก ร.ต.ท.จรูญ พร้อมด้วยภรรยา และ นายษิทรา เบี้ยบังเกิด เลขาธิการมูลนิธิทีมงานทนายประชาชนฯ หรือ ทนายตั้ม ฟังการแถลงข่าวของ พล.ต.อ.จักรทิพย์ แล้วก็ได้เปิดแถลงข่าวกับสื่อมวลชน

(แฟ้มภาพ)

          นายษิทรากล่าวว่า คดีนี้เริ่มจากมีคนไปแจ้งความว่าลุงจรูญได้ไปขโมยลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 ไป แต่เมื่อกองปราบฯ มีการสืบสวนสอบสวนกลับพบว่าเป็นการแจ้งความเท็จ ก็พิสูจน์แล้วว่าลุงจรูญเป็นเจ้าของลอตเตอรี่ที่แท้จริง เพราะ ผบ.ตร.ได้ยกฎีกายืนยันใครเอาลอตเตอรี่ไปขึ้นรางวัล ก็ถือว่าเป็นเจ้าของสลากตามกฎหมาย ก็ต้องขอบคุณ ผบ.ตร.ที่ลงมาให้ความเป็นธรรม รวมทั้ง พล.ต.ท.ฐิติราช และ พล.ต.ต.ไมตรี ที่ทำงานหนักหาข้อมูลหลักฐานทางวิทยาศาสตร์มาตอบคำถามสังคม

          นายษิทรา กล่าวต่อว่า แบ่งผู้กระทำความผิดในคดีนี้ออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มแรก พวกแอบอ้างว่าทำหวยหาย ตอนนี้โดนหมายจับไป 2 คนแล้ว กำลังจะเข้าไปคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าจะต้องดำเนินคดีกับใครอีกบ้าง 2.พวกนายตำรวจที่ทำคดีนี้ที่ จ.กาญจนบุรี ที่ชัดเจนคือมีนายตำรวจไปอายัดเงินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และนายตำรวจระดับสูง เป็นหัวหน้ากระบวนการนี้ ซึ่งเป็นนายพล ถือว่าเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เชื่อว่ากองปราบฯ จะส่งเรื่องให้ ป.ป.ช.ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป และ 3.เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 7 ที่เอาสำนวนจาก สภ.เมืองกาญจนบุรี มาทำ แต่ไม่ได้เอาหลักฐานที่กองปราบฯ มีให้ นำมาใช้ ถือเป็นการบกพร่องต่อหน้าที่ด้วย ส่วนจะดำเนินการเอาผิดกับใครต้องปรึกษาตำรวจกับทางลุงจรูญก่อน

          นายษิทรากล่าวต่อว่า หลังจากอัยการสรุปสำนวนในคดีที่ถูกแจ้งข้อหาความเท็จ จะไปฟ้องกับผู้ละเมิดที่เกี่ยวข้อง กลั่นแกล้งให้ลุงจรูญรับโทษทางอาญา จะเรียกร้องค่าเสียหายกับทุกคน เรื่องนี้ต้องได้รับบทเรียน ส่วนคลิปเด็ดเชื่อว่าไม่มีจริงแน่นอน ขอท้าเลย ถ้ามีให้รีบมอบให้ตำรวจ เอาไปตรวจสอบดูว่าคลิปจริง คลิปปลอม อาจจะได้รับความเป็นธรรมเหมือนลุงจรูญก็ได้ โทษจะได้น้อยลง ส่วนคนอื่นๆ ที่ออกมาแสดงความคิดเห็น ไม่ขอให้ราคา เนื่องจากไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้

          “ผมยืนยันว่าจะฟ้องทุกคนที่เกี่ยวข้อง เรียกค่าเสียหายคนละเป็นล้านแน่นอน” นายษิทรากล่าว

(แฟ้มภาพ)
 

          ด้าน ร.ต.ท.จรูญกล่าวว่า ขอขอบคุณสื่อมวลชน ถ้าไม่มีสื่อคงแย่ เพราะเริ่มต้นมาก็แย่แล้ว ได้สื่อช่วยได้เยอะ ขอบคุณประชาชนที่ให้กำลังใจผ่านสื่อ ได้รับแรงใจจากคนที่เข้าใจเยอะแยะ ก็ดีใจมาก ส่วนเรื่องคดีเท่าที่ฟังแถลงพอใจมากๆ

          ร.ต.ท.จรูญกล่าวต่อว่า ขอขอบคุณ พล.ต.อ.จักรทิพย์ และ พล.ต.ท.ฐิติราช รวมทั้ง พล.ต.ต.ไมตรี ที่ให้ความเป็นธรรมอย่างมาก ให้ความเป็นธรรมอย่างที่หวังไว้ รวมทั้งขอบคุณทางทีมทนาย ต่อไปคงเป็นหน้าที่ฝ่ายตนกับทนายต้องปรึกษากันว่าจะดำเนินการอย่างไร ตอนนี้อโหสิกรรมให้แก่ทุกคนที่ทำให้เดือดร้อน จะได้แล้วๆ กันไปในชาตินี้ หลังจากทุกอย่างผ่านพ้นไปได้ด้วยดี ค่อยกลับไปซื้อลอตเตอรี่อีก แต่ครั้งนี้จะรอบคอบให้มากขึ้น

          วันเดียวกัน ดร.สมศักดิ์ ดลประสิทธิ์ ปฏิบัติหน้าที่เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า ขณะนี้ถือว่าครูปรีชายังไม่มีความผิด เพราะศาลยังไม่ได้ตัดสิน แต่เมื่อปรากฏเป็นข่าวและสังคมวิพากษ์วิจารณ์กันมาก ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสื่อมเสียของวิชาชีพ ในวันที่ 2 มีนาคมนี้ จะหารือกับเจ้าหน้าที่ เพื่อรวบรวมข้อมูลว่าความผิดที่ครูปรีชาถูกกล่าวหา ว่า อยู่ในข่ายการประพฤติผิดจรรยาบรรณของวิชาชีพครูหรือไม่ ถ้าอยู่ในข่ายประพฤติผิดจรรยาบรรณ ตาม พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ.2547 ก็จะใช้อำนาจเลขาธิการคุรุสภาตั้งคณะกรรมการสืบข้อเท็จจริงและรายงานต่อคณะกรรมการคุรุสภา ซึ่งถ้าทำผิดจรรยาบรรณจริงก็มีโทษ ตั้งแต่การตักเตือน ภาคทัณฑ์ พักใช้ และเพิกถอนใบอนุญาต แต่ในกรณีที่ถูกกล่าวหาอย่างนี้ ถ้าคดียังไม่สิ้นสุดเราก็ต้องให้ความเป็นธรรม ทั้งนี้ ต้องเข้าใจว่าคดีไม่ได้สิ้นสุดที่ตำรวจ คดีสิ้นสุดที่ศาลตัดสิน และต้องแยกแยะระหว่างจรรยาบรรณ กับเรื่องวินัย และคดีอาญาไม่เกี่ยวกัน แต่อาจเชื่อมความผิดตรงกันได้

 

Shares :
เปิดอ่าน 770 ครั้ง

ไม่พลาดข่าวสำคัญ แค่กดเป็นเพื่อนกัน ไลน์@komchadluek ที่นี่

5 อันดับข่าวฮิต
Recommended
ข่าวที่คุณอาจสนใจ