โชเฟอร์แท็กซี่โร่แจ้งความเอาผิด2ข้อหาคู่กรณีหลังวิวาทกลางถนน

อาชญากรรม  :  15 ก.พ. 2561

โชเฟอร์เเท็กซี่วัย33ปี โร่เเจ้งความตร.สน.ทองหล่อเอาผิดคู่กรณีหลังโพสเฟซบุ๊กหมิ่นประมาท จากเหตุทะเลาะมีปากเสียงกลางถ.สุขุมวิท ด้านตร.จ่อเรียกอีกฝ่ายสอบปากคำ

 

        จากกรณีนายวิภาส วิมลเศรษฐ อายุ 45 ปี เจ้าของเฟซบุ๊กใช้ชื่อว่า Wipas Toon Wimonsate โพสต์รูปและข้อความเกี่ยวกับอุบัติเหตุถูกรถแท็กซี่ชนบนทางม้าลาย โดยเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนวันที่ 13 กุมภาพันธ์ เวลา 19.30 น. พร้อมทั้งอธิบายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า ขณะกำลังข้ามถนนกับเพื่อนเพื่อไปกินข้าวเย็นเวลา 19.30 น. เดินบนทางม้าลายข้ามมาได้สองเลนแล้ว รถจอดให้ทั้งสองเลน มาถึงเลนสุดท้ายซ้ายสุด แทกซี่วัยน่าจะประมาณ 30 พุ่งมาแบบไม่คิดจะจอด เราผงกหัวให้ขอให้จอด ดูเหมือนมันจะชลอลง เรากับเพื่อนก็ก้าวต่อ แทกซี่ดันพุ่งต่อเข้ามาใส่ เราตกใจใช้เท้ายันด้านข้างของหน้ารถมันเพื่อโดดถอยกลับ แทกซี่เลยเบรคจอด เพื่อนกระโดดหนีขึ้นฟุตบาทไปได้ (ไม่งั้นเพื่อนคงโดนชน) แทกซี่เปิดประตูมา ดันกระแทกใส่ขาเราอีก เราก็ดันประตูกลับ ก็เจ็บนี่หว่า มันดันตัวออกมาแล้วต่อยเรารัวๆ เราได้แต่ป้องกันตัว โชคดีที่พี่วินสองสามคนเข้ามาช่วยเราไว้และขู่แทกซี่ มันเลยหยุดแล้วขับหนีไปดื้อๆ

ก็แจ้งตำรวจไป พี่วินเรียกปอเต็กตึ๊งเอารถพยาบาลมารับไปหาหมอ เย็บ 4 เข็มที่คิ้วข้างซ้าย (พี่วินบอกว่าแทกซี่น่าจะใส่แหวน) กระดูกจมูกร้าว หน้าด้านซ้ายช้ำ จบจากหมอก็ไปหาตำรวจ (สามีของเพื่อนมารับ) แจ้งความไป ตำรวจบอกจะเอาเรื่องให้หนัก กำลังตามจับตัวอยู่ แต่ยังติดต่อศูนย์แทกซี่สุวรรณภูมิไม่ได้

#ข้ามถนนเมืองกรุงยังยากเหมือนสมัยสรพงษ์ยังหนุ่ม #เลือดสาด #เพาว์เวอร์แบงค์กระเด็นหาย #สร้อยคอขาดกระเด็นหาย #กรุงเทพชีวิตดี๊ดี

 

       คืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 21.00 น. วันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่สน.ทองหล่อ นายชาคริต ชมเชย อายุ 33 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอีลติส สีเขียว ของสหกรณ์แท็กซี่สุวรรณภูมิ จก. หมายเลขทะเบียน ทส 6590 กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า ในวันนี้ตนเดินทางมาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสน.ทองหล่อ เพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานกับคู่กรณีรวม 2 ข้อหา ประกอบด้วยทำให้ทรัพย์สินเสียหาย และหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ทั้งนี้ตนไม่ได้อยากเข้าแจ้งความแม้แต่อย่างใดแต่เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ผ่านมา ตนเห็นคู่กรณีโพสต์รูปพร้อมทั้งข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวจนเป็นเหตุให้ได้รับความเสียหายจึงเข้าพบพนักงานสอบสวนตั้งแต่เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมา

โชเฟอร์แท็กซี่โร่แจ้งความเอาผิด2ข้อหาคู่กรณีหลังวิวาทกลางถนน

      นายชาคริต กล่าวต่อว่า โดยก่อนเกิดเหตุเมื่อเวลาประมาณ 19.30 น. ของวันที่ 13 ก.พ. ที่ผ่านมา ขณะที่ตนได้รับลูกค้ามาจากซอยสุขุทวิท 39 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. เพื่อมุ่งหน้าไปส่งที่ย่านรามอินทรา เมื่อมาถึงจุดเกิดเหตุบริเวณหน้าปากซอยสุขุมวิท 45 ซึ่งเป็นถนน 3 เลน โดยตนขับมาในช่องซ้ายสุดซึ่งสามารถเคลื่อนตัวได้อย่างช้าๆเนื่องจากพื้นที่บริเวณดังกล่าวมีการจราจรหนาแน่นอยู่เป็นประจำ เมื่อขับมาถึงช่องทางม้าลายตนเห็นคู่กรณีและกลุ่มเพื่อนเดินข้ามถนนมาอย่างกระชั้นชิดจึงเหยียบเบรคโดยตนไม่มีเจตนาที่จะชน แต่รถกลับคร่อมเส้นทางม้าลายมาเล็กน้อยคู่กรณีจึงใช้เท้ากระโดดถีบกันชนหน้ารถจนบุบ ระหว่างนั้นตนจึงตัดสินใจเปิดประตูจะลงจากรถเพื่อไปสอบถามถึงสาเหตุที่เกิดขึ้น แต่กลับถูกคู่กรณีใช้มือและเท้ายันประตูจนเป็นเหตุให้ร่างกายติดคาอยู่ช่วงขอบประตูรถ

 

        นายชาคริต กล่าวอีกว่า ขณะนั้นตนได้ยื้อแย่งกับคู่กรณีอยู่ประมาณ 4-5 รอบ จนหลุดออกมาได้ทางฝ่ายคู่กรณีจึงวิ่งเข้ามาทำร้ายด้วยความตกใจตนจึงต้องป้องกันตัวก่อนเกิดการชุลมุนกัน ซึ่งตนไม่ได้มีอาวุธแม้แต่อย่างใดแต่บาดแผลจากคู่กรณีนั้นอาจเป็นเพราะแหวนที่ตนใส่อยู่เป็นประจำ จากนั้นกลุ่มรถจักรยานยนต์รับจ้างที่อยู่บริเวณจุดเกิดเหตุได้เข้ามาช่วยกันห้ามปรามเพราะไม่อยากให้คนไทยทะเลาะกันก่อนที่ตนและคู่กรณีจะแยกย้ายกันไป ซึ่งตนก็ไม่ได้คิดติดใจเอาความแต่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมากลับเห็นคู่กรณีโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัวเป็นเหตุให้ตนได้รับความอับอายจนเสื่อมเสียชื่อเสียงจึงตัดสินใจเข้าพบพนักงานสอยสวนเพื่อลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน

 

       ด้านพ.ต.ท.พิษณุพล เดชศรี สว.(สอบสวน) สน.ทองหล่อ เปิดเผยว่า เบื้องต้นจากการสอบปากคำผู้เสียหายที่ถูกทำร้ายร่างกายไม่ได้เล่าถึงรายละเอียดมากนัก โดยให้ข้อมูลเพียงว่า ถูกโชเฟอร์แท็กซี่ทำร้ายร่างกายจนได้รับอาการบาดเจ็บ ซึ่งหลังจากนี้ทางพนักงานสอบสวนจะเรียกมาสอบปากคำเพิ่มเติมอีกครั้ง ส่วนโชเฟอร์แท็กซี่นั้นได้เดินทางมาเองโดยที่ทางพนักงานสอบสวนยังไม่ได้ประสานให้เข้าพบ โดยเบื้องต้นโชเฟอร์แท็กซี่ได้ให้การรับสารภาพว่า ทำร้ายร่างกายคู่กรณีจริงเนื่องจากเกิดบันดาลโทสะที่รถแท็กซี่ถูกคู่กรณีใช้เท้าถีบจนเสียหาย อีกทั้งยังโดนยันติดกับประตูรถ นอกจากนี้ทางโชเฟอร์ได้แจ้งความกับคู่กรณีรวม 2 ข้อหาคือ "ทำลายทรัพย์สิน" และ"หมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา" สำหรับความผิดของโชเฟอร์ คือ "ทำร้ายร่างกาย" แต่ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อหา เนื่องจากต้องรอให้คู่กรณีเข้าพบพนักงานงานสวนเพื่อทำการสอบปากคำ อีกทั้งต้องรอผลชันสูตรอาการที่ได้รับบาดเจ็บจากทีมแพทย์เพื่อสรุปในสำนวนคดี ส่วนฐานความผิดเพิ่มเติมของโชเฟอร์แท็กซี่นั้นอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป