งานเข้า!!พยาน‘ครูปรีชา’ขัดหลักฐานวิทยาศาสตร์

อาชญากรรม  :  15 ก.พ. 2561

กองปราบฯพบพยานฝั่ง‘ครูปรีชา’ขัดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เตรียมสอบซ้ำยืนยันคำให้การ ชี้มีผลต่อข้อหา‘ปั้นพยานเท็จ’หรือไม่

     เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2561 พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รองผบช.ก. เดินทางมาที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ รองผบช.ก. พล.ต.ต.ประเสริฐ พัฒนาดี รองผบช.ก. และพล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข ผบก.ปทส. เพื่อประชุมติดตามความคืบหน้าคดีหวยอลเวงแย่งสิทธิครอบครองสลากกินแบ่งรัฐบาลรางวัลที่ 1 มูลค่า 30 ล้านบาท ระหว่าง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการตำรวจ กับนายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี โดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย พ.ต.อ.ชาคริต  สวัสดี รองผบก.ป. พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รองผบก.ป. พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรมัย รองผบก.ป. พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่งพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. พร้อมด้วยชุดสืบสวนและพนักงานสอบสวนที่เกี่ยวข้องกับคดีทั้งหมด ทั้งนี้การประชุมเป็นการนำเนื้อหาสำนวนการสอบสวนที่ได้รับมาจากตำรวจภูธรภาค 7 มาตรวจสอบอย่างละเอียดและเพื่อจัดทำหมวดหมู่พยานที่ให้การ รวมทั้งได้มีการนำคลิปเสียงการสนทนาของผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีทั้งหมดที่ได้มาจากการแกะรอยมทางเทคโนโลยีของ บก.ปอท. มาถอดเป็นคำพูดเพื่อนำมาวิเคราะห์และใช้เป็นแนวทางในการสรุปคดีที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดี ผบ.ตร. สั่งการให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนสิ้นเดือนนี้

งานเข้า!!พยาน‘ครูปรีชา’ขัดหลักฐานวิทยาศาสตร์

     รายงานข่าวแจ้งว่า คณะพนักงานสอบสวนกองปราบฯกำลังเร่งตรวจสอบสำนวนการสอบสวนที่ได้รับโอนมาจากตำรวจภูธรภาค 7 อย่างละเอียด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าสำนวนการสอบสวนดังกล่าว ให้น้ำหนักไปที่พยานจำนวน 3 ปาก รายแรกคือพยานที่ระบุว่า เป็นผู้พบเห็น นายปรีชา เดินอยู่ที่ตลาดเรดซิตี้และเห็นสลากฯหมายเลขที่ถูกรางวัลที่ 1 โผล่มาจากกระเป๋าเสื้อจึงเอ่ยขอแบ่งซื้อจำนวน 2 ใบ แต่ นายปรีชา ไม่ยอมแบ่งขายให้โดยพยานปากนี้อ้างว่าจำหมายเลขที่เห็นทั้ง 6 ตัวได้อย่างชัดเจน ส่วนพยานรายที่สองเป็นพยานที่ระบุว่า พบเป็น ร.ต.ท.จรูญ ก้มเก็บสลากฯที่ตกอยู่บนพื้นระหว่างที่เดินอยู่ในตลาดเดียวกันและเป็นเวลาไล่เลี่ยกันกับพยานคนแรก สำหรับพยานปากสุดท้ายให้การว่าขณะที่อยู่ในร้านเสริมสวยแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ได้ยินหญิงคนหนึ่งที่อ้างว่าเป็นภรรยาของ ร.ต.ท.จรูญ พูดขึ้นมาว่าสามีของตนเองเก็บสลากฯรางวัลที่ 1 ได้ จากปากคำของพยานทั้ง 3 ปากทำให้ตำรวจภูธรภาค 7 เห็นว่าสลากฯดังกล่าวน่าจะเป็นของ นายปรีชา อย่างไรก็ตามตำรวจภูธรภาค 7 ไม่ได้นำหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และนิติวิทยาศาสตร์ที่ตำรวจกองปราบฯสืบสวนไว้มาประกอบ จึงทำให้เนื้อหาสำคัญในสำนวนการสอบสวนเกิดความคาดเคลื่อน เพราะฟังแต่เพียงปากคำของพยานเท่านั้น และพยานทั้งสามก็เป็นเพียงพยานแวดล้อมซึ่งพยานลักษณะนี้ฟังไม่ขึ้นเนื่องจากไม่มีน้ำหนักเพียงพอ จึงอาจจะทำให้คดีเกิดความไม่เป็นธรรมขึ้นมาได้

งานเข้า!!พยาน‘ครูปรีชา’ขัดหลักฐานวิทยาศาสตร์

     ทั้งนี้มีรายงานด้วยว่า พนักงานสอบสวนกองปราบฯกำลังนำหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และนิติวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมเข้าไปในสำนวนการสอบสวน ซึ่งเมื่อนำมารวมกับสำนวนเดิมของตำรวจภูธรภาค 7 พบว่า คำให้การเดิมของพยานที่ให้นำ้หนักไปที่ นายปรีชา หลายปากไม่ตรงกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับเทคโนโลยี (บก.ปอท.) ตรวจสอบทางเทคนิคมาได้ โดยเฉพาะตรวจสอบพบว่าช่วงเวลาที่พยานบางปากให้การไว้ไม่ตรงกันกับสถานที่ที่พยานปรากฎตัวอยู่ในขณะนั้น นอกจากนี้พยานบางปากในจำนวน 40 ปากที่ตำรวจภูธรภาค 7 สอบมานั้นยังให้การคล้ายกับมีการวางแผนหรือเตรียมการมาก่อนเป็นอย่างดี ซึ่งถือว่าเป็นคำให้การที่ผิดปกติตามวิสัยของประชาชนทั่วไปจะให้การกับพนักงานสอบสวน ขณะนี้ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนพิจารณาสอบปากคำเฉพาะพยานที่มีความจำเป็น โดยประเด็นสำคัญคือให้พยานแต่ละรายยืนยันว่า จะให้การยืนยันตามคำให้การเดิมหรือจะให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนกองปราบฯใหม่อีกครั้ง ซึ่งการสอบสวนครั้งนี้จะมีผลต่อการพิจารณาว่ามีบุคคลใดบ้างที่อยู่ในขบวนการแอบอ้างเป็นเจ้าของสลากฯที่ถูกรางวัลและเกี่ยวข้องกับการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งเบื้องต้นมีผู้ที่เข้าข่ายจะถูกดำเนินคดีแล้ว 1 ราย ฐานกระทำความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 174 คือ การให้การอันเป็นเท็จเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 5 ปี