งมห้วยทุ่งใหญ่พบซากขาเสือแล้ว

อาชญากรรม  :  15 ก.พ. 2561

เอ็กซเรย์ซากสัตว์ พบลูกกระสุน 2 นัดในไก่ฟ้า จ่อนำเปรียบเทียบปืน"เปรมชัย" พร้อมค้นหาเจอซากขาเสือดำที่หายไป พบลายนิ้วมือในรถโฟว์วิลล์เร่งพิสูจน์ล่าสัตว์ป่า

     คืบหน้ากรณีนายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก พร้อมเจ้าหน้าที่ จับกุม นายเปรมชัย กรรณสูตร ประธานบริหารและกรรมการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวลล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) พร้อมพวกรวม 4 คน ลักลอบเข้าไปล่าสัตว์ป่าคุ้มครอง พบซากสัตว์ประเภทเสือดำ ไก่ฟ้าหลังเทา เนื้อเก้ง พร้อมอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนเป็นจำนวนมาก โดยแจ้ง 9 ข้อหากับนายเปรมชัยและพวก ต่อมาได้มีการลงตรวจสอบการครอบครองที่ดินรีสอร์ทในพื้นที่ อ.ภูเรือ จ.เลย ของบริษัทแห่งหนึ่งที่มีนายเปรมชัยเป็นกรรมการ พบว่าถูกเพิกถอนที่ดิน นส. 3 ก. จำนวน 6 พันไร่ เมื่อปี 2546 แต่สามารถกลับมาออกโฉนดได้กว่า 600 ไร่ ซึ่งได้แจ้งความดำเนินคดีข้อหาบุกรุกที่ป่าสงวนด้วยนั้น

     ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.ธวัชชัย เมฆประเสริฐสุข ผู้บังคับการกองพิสูจน์หลักฐานกลาง (ผบก.พฐก.) เปิดเผยผลการเก็บตัวอย่างลายนิ้วมือและดีเอ็นเอ ภายในรถกระบะ แลนด์ครุยเซอร์ สีครีม ทะเบียน 7 กค 2192 กรุงเทพมหานคร ของนายเปรมชัย หลังพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาลักลอบล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร จ.กาญจนบุรี ว่า จากการตรวจสอบพบลายนิ้วมือแฝงจำนวนหนึ่งซึ่งยังไม่สามารถจำแนกได้ว่าลายนิ้วมือเป็นของบุคคลใดบ้าง โดยจากนี้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจะนำลายนิ้วมือแฝงทั้งหมดไปเปรียบเทียบเพื่อพิสูจน์ทราบบุคคลที่มีความเชื่อมโยงการเกิดเหตุว่ามีการยิงปืนล่าสัตว์จากภายในรถจริงหรือไม่ โดยจะเร่งดำเนินการพิสูจน์ทราบให้เร็วที่สุดภายใต้กรอบระยะเวลา 30 วัน เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นที่จับตามองของสังคม

     ส่วนจุดซ่อนปืนภายในรถเบื้องต้นจากการตรวจสอบไม่พบว่ามีการดัดแปลงรถเพื่อซุกซ่อนปืนรวมถึงยังไม่พบดีเอ็นเอสัตว์ป่าภายในรถด้วยแต่หากพบตัวอย่างเลือดสัตว์ป่าก็จะต้องรายงานไปยังกรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชตามขั้นตอน ทั้งนี้พนักงานสอบสวนได้นำรถกระบะของกลางส่งกลับไปยัง สภ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี เจ้าของพื้นที่เกิดเหตุแล้วตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้ว

งมห้วยทุ่งใหญ่พบซากขาเสือแล้ว

เอ็กซ์เรย์เจอกระสุน2เม็ดในไก่ฟ้า

     เวลา 11.00 น. พ.ต.อ.วุฒิพงษ์ เย็นจิตต์ ผกก.สภ.ทองผาภูมิ พร้อมด้วย ร.ต.อ.สุมิตร บุญยะนิจ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ทองผาภูมิ ร่วมกับ นายวิเชียร ชิณวงษ์ หัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก รวมทั้งเจ้าหน้าที่ทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ ได้นำซากสัตว์ป่าที่แช่เย็นเอาไว้ ประกอบด้วย ซากหนังเสือดำ ซากเนื้อเสือดำ รวมทั้งซากชิ้นส่วนไก้ฟ้าหลังเทา ไปเอ็กซ์เรย์หากระสุนปืนที่คาดว่าอาจจะยังคงฝังอยู่ในซากสัตว์เพื่อนำไปประกอบสำนวนคดี โดยซากทั้งหมดได้นำไปเอกซเรย์ที่โรงพยาบาลทองผาภูมิ โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงจึงแล้วเสร็จ 

     สำหรับผลการเอ็กซ์เรย์ปรากฎว่า พบกระสุนปืนลูกปลายฝังอยู่ที่ขาไก่ฟ้าหลังเทา จำนวน 2 เม็ด แต่ยังไม่ทราบว่าเป็นกระสุนปืนขนาดอะไร ส่วนซากสัตว์ป่าชนิดอื่นๆไม่พบ โดยพนักงานสอบสวนได้ประสานคณะสัตวแพทย์สังกัดสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ทำการผ่าเอากระสุนออก เพื่อนำไปเปรียบเทียนกับอาวุธปืนที่ตรวจยึดเอาไว้ว่ากระสุนที่พบนั้นเป็นกระสุนขนาดอะไรและถูกยิงมาจากอาวุธปืนชนิดและกระบอกใด

จนท.ค้นพบซากขาเสืออีกข้างแล้ว

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับการตรวจยึดซากเสือดำในครั้งแรกนั้น ปรากฏว่ามีซากขาเสืออยู่เพียงแค่ 3 ขา ส่วนขาอีกข้างหนึ่งหายไป เจ้าหน้าที่เชื่อว่าอาจจะตกหรือถูกซุกซ่อนเอาไว้ในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุ ซึ่งนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าหน่วยพญาเสือพร้อมทีมงานได้เดินทางกลับเข้าไปค้นหาซากขาเสือดำที่หายไปที่จุดเกิดเหตุอีกครั้ง 

     นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดพญาเสือ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช กล่าวระหว่างนำเจ้าหน้าที่พิทักษ์ป่ากรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินทางเข้าพื้นที่เกิดเหตุเพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติมว่า เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบ และพบที่จุดตั้งกล้อง ซึ่งเป็นจุดที่พบเสือดำบ่อย ห่างจากจุดชำแหละ 100 เมตร โดยตั้งไว้ 2 ฝั่งถนน เป็นภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ซึ่งภาพแสดงให้เห็นเสือดำที่เดินผ่านลงไปลำห้วย และสังเกตเห็นลูกอัณฑะทำให้ทราบว่าเป็นเสือดำเพศผู้ สันนิษฐานว่าเป็นตัวเดียวกันกับที่โดนฆ่า เพราะโดยทั่วไปแล้ว เสือดำตัวผู้ 1 ตัวจะอาศัยอยู่ในรัศมี 40 ตารางกิโลเมตร ซึ่งจากรอยกระสุนคาดว่า มีการซุ่มยิงจากถนนมุมกด 30 องศา อาจยิงจากบนรถ เพราะจากการตรวจสอบในบริเวณโดยรอบไม่พบการทำห้างยิงสัตว์แต่อย่างใด

     จากการตรวจสอบตามแนววิถีกระสุนในรัศมี 40 เมตร ยังพบรอยกระสุนที่ต้นไม้ 2 จุด ที่โขดหิน 1 จุด นอกจากนี้ยังพบหลักฐานอีกประกอบด้วยกระจุกขนเสือดำ 1 กอง และมูลเสือ 3 กอง อยู่ในป่าใกล้บริเวณลำห้วย ที่คาดว่าจะเป็นจุดชำแหละ ซึ่งก่อนหน้านี้ได้พบรอยกองเลือดและลำไส้หนัก 17 กก. ที่คาดว่าเป็นจุดที่หลังจากเสือดำโดนยิงแล้วธาตุไฟแตก ก่อนจะกระเสือกกระสนไปจนตาย จากนั้นได้ไปที่จุดกางเต็นท์ ซึ่งอยู่ห่างออกไป 400 เมตร โดยให้เจ้าหน้าที่ 3 นายลงไปงมหาหลักฐานเพิ่มเติมในลำห้วยปะชิ ข้างจุดกางเต็นท์ พบชิ้นส่วนลำไส้จำนวนหนึ่งพร้อมกระดูกขาขวาหลัง 2 ท่อน โดยจมอยู่ในแอ่งน้ำ 1 ท่อน และอยู่ริมตลิ่งอีก 1 ท่อน

     นายชัยวัฒน์ กล่าวว่า ชิ้นส่วนที่เจอในลำห้วยปะชิ คาดว่ากลุ่มผู้กระทำผิดมีการแล่ชิ้นเนื้อเพื่อไปปรุงอาหารเหลือแต่กระดูก จึงโยนทิ้งในลำห้วย เพื่อปกปิดหลักฐาน จากนี้จะรวบรวมพยานหลักฐานที่ได้ทั้งหมดในวันนี้นำส่งพนักงานสอบสวน พร้อมกับประสานให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าไปตรวจสอบเพิ่มเติมบริเวณที่พบหลักฐานเพิ่มอีกครั้ง

งมห้วยทุ่งใหญ่พบซากขาเสือแล้ว

จ่อฝากขังผัดสอง 17 ก.พ.นี้

     ส่วนผู้ต้องหาคดีนี้ ประกอบด้วย นายเปรมชัย กรรณสูต อายุ 63 ปี นายยงค์ โดดเครือ อายุ 65 ปี นายธานี ทุมมาศ อายุ 56 ปี และนางนที เรียมแสน อายุ 43 ปี พนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ ได้นำตัวไปฝากขังครั้งแรกที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิ เป็นเวลา 12 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ และทนายได้ยื่นขอประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ในวงเงินคนละ 150,000 บาท และจะครบกำหนดการฝากขังครั้งแรกในวันที่ 17 กุมภาพันธ์นี้ แต่คาดว่าคณะเจ้าหน้าที่คงรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อส่งสำนวนให้อัยการไม่ทัน เพราะต้อรอผลการตรวจสอบของกลางอีกหลายชนิด ส่วนเวลาเหลืออยู่อีกเพียงแค่ 3 วันเท่านั้นดังนั้นพนักงานสอบสวนจำต้องนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขังที่ศาลจังหวัดทองผาภูมิเป็นครั้งที่สองต่อไป

     ด้าน ร.ต.อ.สุมิตร บุญยะนิจ พนักงานสอบสวน สภ.ทองผาภูมิ กล่าวว่า วันที่ 17 กุมภาพันธ์จะครบกำหนดฝากขัง เป็นครั้งที่ 2 แต่เนื่องจากขณะนี้การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ทางพนักงานสอบสวนจึงจำเป็นต้องต้องขออนุญาตฝากขังต่อศาลไปอีก 12 วัน ซึ่งในการฝากขังผู้ต้องหาไม่จำเป็นที่จะต้องเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด เนื่องจากผู้ต้องหาอยู่ในความควบคุมตัวของศาล ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์

     มีรายงานแจ้งว่า ในวันที่ 15 กุมภาพันธ์ ดร.กณิตา อุ่ยถาวร หัวหน้าทีมนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธ์ุพืช จะเดินทางไปที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ปทส.) เพื่อขอเข้าเก็บตัวย่างเนื้องาช้าง 2 คู่ที่ยึดมาจากบ้านของนายเปรมชัย เพื่อตรวจดีเอ็นเอว่าจะเป็นงาช้างเอเชียหรืองาช้างแอฟริกา ตามที่อ้างว่ามีเอกสารเแจ้งครอบครองไว้หรือไม่ ทั้งนี้การตรวจดีเอ็นงาช้าง อาจจะใช้เวลา 2-3 สัปดาห์ ส่วนผลตรวจชิ้นเนื้อเสือดำยังไม่แล้วเสร็จสมบูรณ์ เนื่องจากต้องยังตรวจสารพันธุกรรมจากชิ้นเนื้อเทียบกับตัวเสือดำเพื่อยืนยันว่ามาจากตัวเดียวกับเสือที่ถูกฆ่าในป่าทุ่งใหญ่หรือไม่ ขณะเดียวกันยังมีรายงานว่ากองพิสูจน์หลักฐานยังได้ส่งคราบเลือดที่พบในมีดที่จุดเกิดเหตุ ชิ้นเนื้อที่ถูกแล่ที่พบเพิ่มเติมอีก 9 ตัวอย่างมาให้ทีมนิติวิทยาศาสตร์สัตว์ป่าตรวจสอบเพิ่ม

ชาวบ้านเฮตรวจสอบรังเย็นรีสอร์ท

     ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีเมื่อวานนี้(13ก.พ.) พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.สุรชัย ควรเดชะคุปต์ ผบช.ภาค 4 และนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดเลย ได้นำกำลังเข้าตรวจรีสอร์ทในพื้นที่ อ.ภูเรือ และ“บ้านชัยชนะ” ของนพ.ชัยยุทธ กรรณสูตร บิดาของนายเปรมชัย ที่อยู่ภายในภูเรือวโนทยาน ต.ร่องจิก อ.ภูเรือ และตรวจยึดที่ดิน 147 แปลง เนื้อที่ 6,215 ไร่ ที่ถูกเพิกถอนไปแต่ไม่มีการย้ายออกแต่อย่างไร และแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเลย เพื่อดำเนินคดีผู้ต้องหา 4 ราย ข้อหาออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบตามกฎหมายที่ดิน, กระทำการรุกที่ป่าตามพ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 กฎหมายที่ดิน และ พ.ร.บ.สิ่งแวดล้อมและสร้างความเสียหายต่อรัฐกว่า 600 ล้านบาท

     ต่อมาวันนี้(14ก.พ.) เวลา 09.00 น. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่รังเย็นรีสอร์ท ต.ร่องจิก อ.ภูเรือ พบว่าภายในรีสอร์ทเงียบเหงา มีเพียงเจ้าหน้าที่ป่าไม้จำนวนหนึ่งอยู่ระหว่างรังวัดที่ดินและพื้นที่บ้านชัยชนะในเขตภูเรือวโนทยาน รวมกว่า 6,000 ไร่ ที่มีปัญหาว่าอยู่ในพื้นที่ถูกเพิกถอนและกลับมาออกโฉนด นส.3 ก. หรือไม่ และพื้นที่ใดอยู่ในเขตป่าสงวนภูเรือ ภูขี้เถ้า และป่าภูเปลือย 

งมห้วยทุ่งใหญ่พบซากขาเสือแล้ว

     ส่วนโฉนด 5 แปลง 102 ไร่ 68 ตรว. ที่มีชื่อ นายเปรมชัย ครอบครองอยู่นั้น จากการตรวจสอบพบว่าอยู่ใกล้สนามบินส่วนตัวหลังไร่ชาโต้เดอเลย บ้านแก่งแล่น หมู่ 6 ต.ร่องจิก อ.ภูเรือ พบว่าก่อนเข้าสนามบินมีป้อมยามและป้ายห้ามเข้า มีเจ้าหน้าที่ดูแลอยู่ 1 คน เมื่อเข้าไปประมาณ 500 เมตร ที่ประตูพบป้อมยามร้างเหล็กกั้นมีข้อความห้ามเข้า พบสนามบินยาวประมาณ 1 กม. กว้างร่วม 100 เมตร อยู่ติดสระน้ำขนาดใหญ่ที่ทอดยาวขนานสนามบิน โดยมีภูเขาเป็นทิวทัศน์อย่างสวยงาม นอกจากนี้ยังมีรันเวย์ในสภาพพร้อมใช้งานมีการตัดหญ้าที่ขึ้นรกข้างรันเวย์ตลอดสองข้าทาง แต่คนงานบอกว่าไม่ได้ใช้งานมากว่า 10 ปีแล้ว

     ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านหัวฝาย หมู่ 9 ต.โคกงาม อ.ด่านซ้าย จ.เลย ที่ได้รับความเดือดร้อนจากรังเย็นรีสอร์ทที่ปิดทางเข้าออกหมู่บ้าน พบชาวบ้านหลายสิบคนภายในร้านค้าหมู่บ้านกำลังนั่งคุยวิจารย์เรื่องที่ดินของนายเปรมชัยถูกยึด 

     จากการสอบถามนายวีระ โสประดิษฐ์ อายุ 59 ปี ผู้ใหญ่บ้านหัวฝาย กล่าวว่า ร่วม 20 ปีมาแล้วจนถึงปัจจุบันมีนายทุนมากว้านซื้อที่ดินของชาวบ้านขายให้รังเย็นรีสอร์ท ชาวบ้านบางส่วนขายให้ เมื่อขายไปแล้วได้มีการปิดทางถนนไม่ให้ชาวบ้านสัญจร อีกส่วนหนึ่งที่อยู่ลึกเข้าไปทำการเกษตรเหมือนที่ตาบอด จึงจำใจขาย รวมแล้วกว่า 2,000 ไร่ และให้เช่าในราคาไร่ละ 800-1,500 บาท มานานร่วม 20 ปีแล้ว และปิดทางเข้าออกทั้งหมดสร้างประตูเอาหินก้อนใหญ่มาปิดทางจนหมู่บ้านนี้เป็นเกาะ ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนมาก จึงรวมตัวเอารถไถมาดันก้อนหินออก แต่ก็ถูกค้านจนทางเจ้าของที่ดินยอมเปิดทางให้ผ่านแต่ไม่หมด

     “ปัญหานี้เรื้อรังกันมาตลอด จนมีการไปร้องทุกข์ที่ศูนย์ดำรงธรรม อ.ด่านซ้าย แต่เรื่องก็เงียบ จนมาเมื่อ 2-3 ปี ที่ผ่านมาก็ปิดทางไม่ให้ชาวบ้านเข้าอีก และมีทหารไม่ทราบจากหน่วยไหนมาปิดทางคอยคุ้มกันไม่ให้ชาวบ้านเข้าไป และมาทราบอีกครั้งเมื่อปีที่แล้วมีเจ้าหน้าที่มาทำการรังวัดเพื่อจะออกโฉนดที่ดิน ชาวบ้านก็แปลกใจว่าพื้นที่เป็นภูเขาป่าสงวนมาออกโฉนดได้อย่างไร จนปัจจุบันนี้ทางรังเย็นรีสอร์ทครอบครองที่ดินมาถึงวัดเนินสรวง วัดในหมู่บ้าน จนหมู่บ้านมีลักษณะเป็นเกาะไปแล้ว ถูกปิดทุกด้าน วิงวอนหน่วยงานรัฐเข้ามาตรวจสอบและขอให้ชาวบ้านเข้าไปทำกิน”นายวีระกล่าว

     ด้านชาวบ้านอีกรายหนึ่ง (สงวนชื่อ) เปิดเผยว่า กรณีที่มีอดีตผู้ใหญ่คนหนึ่งที่กว้านซื้อที่ดินของชาวบ้านหลายหมู่บ้านใน ต.โตกง อ.ด่านซ้าย และ ต.ร่องจิก อ.ภูเรือ ทำ สค.1 มาออกเอกสารสิทธิ์เป็น นส.3 ก. จนถูกดำเนินคดีไปนั้น ทราบว่าได้ประกันตัวออกมา จากนั้นได้หายตัวไปจนถึงวันนี้กว่า 20 ปีแล้ว จนทางบ้านและญาติพี่น้องไม่มีใครสามารถติดต่อได้หรือเห็นหน้าอีกเลยจนเกรงว่าจะเสียชีวิตไปแล้ว

ทสม.ยื่นสภาจี้เพิ่มโทษล่าสัตว์ป่า

     ที่รัฐสภา นายพิชจ์ณัฐฎ์ พลายด้วง ประธานเครือข่ายอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้าน (ทสม.) 77 จังหวัด ยื่นหนังสือต่อนายพงษ์กิตติ์ อรุณภักดีสกุล รองเลขาธิการวุฒิสภา กรณีกลุ่มบุคคลเข้าล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ด้านตะวันตก โดยขอให้แก้ไขกฎหมายบทกำหนดโทษของพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 ให้ทันยุคทันเหตุการณ์อย่างเร่งด่วน อีกทั้งดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลที่กระทำความผิดอย่างถึงที่สุดตามกฎหมาย อย่างโปร่งใส ตรวจสอบได้ และต้องตรวจสอบว่ามีคนหรือกลุ่มบุคคลที่มีส่วนรู้เห็นในเหตุการณ์ครั้งนี้หรือไม่ นอกจากนี้ เราจะให้ความร่วมมือในการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ที่ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทุกรูปแบบอย่างไรก็ตามขอเป็นกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่ฯ ทุกนาย และจะขอยืนเคียง พร้อมร่วมปกป้อง รักษาทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ทั่วประเทศไทยอย่างสุดความสามารถ

งมห้วยทุ่งใหญ่พบซากขาเสือแล้ว

สัตว์โลกถูกคุกคามวาระรอแก้ไข

     ที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้จัดเวทีจุฬาฯเสวนา ครั้งที่ 11 เรื่อง “สัตว์โลกที่ถูกคุกคาม:วาระที่รอการแก้ไข” น.ส.สรณรัชฎ์ กาญจนะวณิชย์ ประธานกรรมการมูลนิธิโลกสีเขียว กล่าวว่า สถานการณ์ของโลกพบว่าศักยภาพในการรับมือของโลก 2015 ปัญหาความรุนแรงสุดคือการสูญพันธุ์, มลภาวะจากปุ๋ย, การทำลายถิ่นอาศัย, โลกร้อน และทะเลเป็นกรด ซึ่งทำให้เห็นได้ว่าเรื่องที่รุนแรงมากกว่าโลกร้อนคือการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ แต่ในประเทศไทยไม่ได้ดูแลปัญหาการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพมากอย่างเพียงพอ โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดการสูญพันธุ์ ได้แก่ การล่าสัตว์และการฆ่าสัตว์โดยตรง เพราะขณะนี้การลักลอบการล่าสัตว์เป็นธุรกิจระดับท๊อปในตลาดมืดเทียบเท่ากับการค้าอาวุธและเกิดจากการทำลายป่า การสร้างมลภาวะจากทั้งอาหาร น้ำ และการสูญเสียพื้นที่ต่างๆ ซึ่งเสือตาย 1 ตัวมีผลต่อระบบนิเวศน์ และเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เห็นว่าสัตว์น่ารักหรือคนที่อยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์เท่านั้น แต่ทุกคนต้องหยุดทำลายร่วมมือกันฟื้นฟู และดูแลระบบนิเวศน์ของเรา อีกทั้งต้องเปลี่ยนวิธีคิด ต้องเคารพโครงสร้างนิเวศน์ และโครงสร้างของธรรมชาติ

     นายวิเชฏฐ์ คนซื่อ ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ ผู้อำนวยการศูนย์เครือข่ายการเรียนรู้เพื่อภูมิภาค จุฬาฯ กล่าวว่า ขณะนี้สัตว์โลกถูกคุกคามอย่างมาก ซึ่งไม่ใช่เฉพาะสัตวป่าอย่างเสือดำ แต่รวมถึงสัตว์ทุกชนิด ซึ่งในมุมมองของนักชีววิทยาการฆ่าสัตว์ถือเป็นการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ทั้งความหลากหลายทางพันธุกรรม ชนิด และถิ่นที่อยู่อาศัย กำลังถูกคุกคามในทุกทาง แถมปัจจุบันเป็นยุคแห่งการใช้ประโยชน์จากความหลากลายทางชีวภาพ และใช้เพื่อตอบสนองความต้องการของมนุษย์เป็นหลัก เพราะความหลากหลายทางชีวภาพมีคุณค่าในตัวของมันเองและมีคุณค่าตามประโยชน์ใช้สอยหรือตามปัจจัย 4 ถ้าสัตว์โลกที่ถูกคุกคามจะทำให้เกิดการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ คุณค่าในตัวเองของสัตว์ป่าจะหายไป และส่งผลต่อระบบนิเวศน์ทั้งหมด ดังนั้นการหายไปของสัตว์ป่า ไม่ใช่เพียงสัตว์หายไป 1 ตัว แต่มีคุณค่าที่ซ้อนอยู่ในตัวของสัตว์เอง และมีคุณค่าต่อมวลมนุษยชาติในอนาคต

     นายสมโภชน์ เอี่ยมสุภาษิต ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยา คณะจิตวิทยา จุฬาฯ กล่าวว่า เรื่องนี้เกิดจากพฤติกรรมบุคคล การเลี้ยงดู ระบบสังคม กฎหมาย และระบบอุปถัมภ์ โดยปัจจุบันคนล่าสัตว์มีอยู่ 2 ประเภท คือ กลุ่มแรก ล่าเพื่อเป็นอาชีพ เช่น นายพราน ซึ่งจะทำให้หยุดล่าสัตว์ได้ต้องไม่มีผู้ที่ต้องการสัตว์ป่าของป่า เมื่อไม่มีผู้จ้างก็ไม่มีคนล่าสัตว์มาขาย และกลุ่มที่ 2 ล่าสัตว์เพื่อความบันเทิงเป็นเกม ซึ่งคนกลุ่มนี้แก้ไขได้ยาก เพราะที่ผ่านมาจิตวิทยาไม่สามารถศึกษาคนเหล่านี้ได้ เนื่องจากมีอำนาจทางการเงินสูง มีอาวุธที่ดี เป็นคนระดับบน และมีผลกระทบทางสังคมค่อนข้างสูง 

     ส่วนการแก้ไขปัญหาตามหลักจิตวิทยา การเลี้ยงดูของครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ โดยพ่อแม่ต้องสังเกตุพฤติกรรมของลูก หากลูกมีพฤติกรรมชอบทำร้ายทารุณสัตว์ มีโอกาสสูงมากที่จะเป็นพวกล่าสัตว์ ใช้บทบาทครอบครัว ในการแก้ไขปัญหารวมถึงต้องใช้กฎหมายที่รุนแรง ชัดเจน ตรงไปตรงมาได้ ซึ่งไทยทำยากเพราะบ้านเราเป็นระบบอุปถัมภ์เยอะ

     ด้านนายโสรัจจ์ หงศ์ลดารมภ์ นักวิชาการภาควิชาปรัชญา คณะอักษรศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวว่า ตอนนี้คนไม่ต้องเข้าป่าล่าสัตว์ เพื่อมาเป็นอาหาร หรือมาใช้ประโยชน์อื่นๆ เหตุการณ์การล่าสัตว์ป่าในศตวรรษนี้จึงถือเป็นเรื่องผิดปกติของมนุษย์มากๆ ทั้งในส่วนของกลุ่มบุคคลเหล่านั้น และสังคมโดยรวม เพราะการล่าสัตว์ไม่ใช่เกิดขึ้นเฉพาะในประเทศไทย แต่ในประเทศอื่นๆ เช่น อังกฤษ คนรวยมากๆ ก็ยังไปล่าสัตว์ หรือสหรัฐอเมริกา มีใบอนุญาติล่าสัตว์ เป็นต้น ทั้งนี้ปรากฎการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้ ส่วนหนึ่งน่าจะเกิดจากลักษณะทางจิตวิทยาและความเชื่อผิดๆ เช่น กินเนื้อเสือดำทำให้มีกำลังแข็งแรง หรือฆ่าแรดเพื่อเอานอแรดมาทำยา ฆ่าเสือโคร่ง และปลาฉลาม เพื่อเอามากิน เป็นต้น เรื่องเหล่านี้คนที่พัฒนาแล้ว ได้รับการศึกษา มีความรู้มากมาย ไม่ควรจะมีความเชื่อเหล่านั้น ฉะนั้นขณะนี้โลกมีการเปลี่ยนแปลง ความเชื่อก็ควรจะเปลี่ยนด้วย และหากจะต้องใช้ประโยชน์จากป่าและสัตว์ป่า ควรดำเนินการให้เหมาะสม

ฉบับ นสพ.คมชัดลึก


เปิดอ่าน