กองปราบฯจ่อสอบซ้ำพยานหวยอลเวง30ล้าน

อาชญากรรม  :  15 ก.พ. 2561

กองปราบฯจ่อเรียกสอบพยานหวยอลเวงซ้ำ ขู่มีผลโดนข้อหาร่วมขบวนการหลอกลวง ถ้ายืนยันคำให้การเดิมแล้วไม่เป็นจริง "ครูปรีชา"ขอทุกฝ่ายรอศาลตัดสิน

     ความคืบหน้าคดีหวยอลเวง 30 ล้านบาท ระหว่าง ร.ต.ท.จรูญ วิมูล อดีตข้าราชการเกษียณตำรวจ และนายปรีชา ใคร่ครวญ ครูชำนาญการพิเศษโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.กาญจนบุรี ซึ่งต่างฝ่ายต่างอ้างกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของสลากกินแบ่งรัฐบาล โดยล่าสุด พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.และ พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ได้ร่วมประชุมติดตามคดี เมื่อวานนี้(13ก.พ.) พร้อมระบุว่าจากพยานหลักฐานและผลทางนิติวิทยาศาสตร์พอจะบอกได้ว่าใครเป็นเจ้าของหวยตัวจริงและใครพูดโกหกและขีดเส้นคดีนี้จะเสร็จภายในสิ้นเดือนกุมภาพันธ์นั้น

     ล่าสุดเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่กองปราบปราม พล.ต.ต.ชาญ วิมลศรี รอง ผบช.ก. เดินทางมาที่กองปราบปราม พร้อมด้วย พล.ต.ต.ชวลิต แสวงพืชน์ รองผบช.ก. พล.ต.ต.ประเสริฐ พัฒนาดี รอง ผบช.ก. และพล.ต.ต.ปัญญา ปิ่นสุข ผบก.ปทส. เพื่อประชุมติดตามคดีหวยอลเวงโดยมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วย พ.ต.อ.ชาคริต สวัสดี รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.สุวัฒน์ แสงนุ่ม รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.สันติ ชัยนิรมัย รอง ผบก.ป. พ.ต.อ.ภูมินทร์ พุ่งพันธุ์ม่วง ผกก.5 บก.ป. พร้อมด้วยชุดสืบสวนที่เกี่ยวข้องกับคดีทั้งหมด

     ทั้งนี้การประชุมเป็นการนำเนื้อหาสำนวนการสอบสวนที่ได้รับมาจากตำรวจภูธรภาค 7 ตรวจสอบอย่างละเอียดและเพื่อจัดทำหมวดหมู่พยานที่ให้การ รวมทั้งได้มีการนำคลิปเสียงการสนทนาของผู้ที่เกี่ยวข้องกับคดีทั้งหมดที่ได้มาจากการแกะรอยมทางเทคโนโลยีของ บก.ปอท. ถอดเป็นคำพูดเพื่อนำมาวิเคราะห์และใช้เป็นแนวทางในการสรุปคดีที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดี ผบ.ตร.สั่งการให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนสิ้นเดือนนี้

     รายงานจากชุดสืบสวนเปิดเผยว่า พนักงานสอบสวนกองปราบฯกำลังเร่งตรวจสอบสำนวนที่ได้รับโอนมาจากตำรวจภูธรภาค 7 อย่างละเอียด ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าสำนวนดังกล่าวให้น้ำหนักไปที่พยานจำนวน 3 ปาก รายแรก คือพยานที่ระบุว่าเป็นผู้พบเห็น นายปรีชา เดินอยู่ที่ตลาดเรดซิตี้ และเห็นสลากฯหมายเลขที่ถูกรางวัลที่ 1 โผล่มาจากกระเป๋าเสื้อจึงเอ่ยขอแบ่งซื้อจำนวน 2 ใบ แต่นายปรีชา ไม่ยอมแบ่งขายให้ โดยพยานปากนี้อ้างว่าจำหมายเลขที่เห็นทั้ง 6 ตัวได้อย่างชัดเจน ส่วนพยานรายที่สอง เป็นพยานที่ระบุว่าพบเห็น ร.ต.ท.จรูญ ก้มเก็บสลากฯที่ตกอยู่บนพื้นระหว่างที่เดินอยู่ในตลาดเดียวกันและเป็นเวลาไล่เลี่ยกับพยานคนแรกสำหรับพยานปากสุดท้ายให้การว่าขณะที่อยู่ในร้านเสริมสวยแห่งหนึ่งใน อ.เมือง จ.กาญจนบุรี ได้ยินหญิงคนหนึ่งที่อ้างว่าเป็นภรรยาของ ร.ต.ท.จรูญ พูดขึ้นมาว่าสามีเก็บสลากฯรางวัลที่ 1 ได้ จากปากคำของพยานทั้ง 3 ปากทำให้ตำรวจภูธรภาค 7 เห็นว่าสลากฯดังกล่าวน่าจะเป็นของนายปรีชา

     อย่างไรก็ตามตำรวจภูธรภาค 7 ไม่ได้นำหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และนิติวิทยาศาสตร์ที่ตำรวจกองปราบฯสืบสวนไว้มาประกอบ จึงทำให้เนื้อหาสำคัญในสำนวนอาจเกิดคาดเคลื่อนเพราะฟังปากคำของพยานเท่านั้น และพยานทั้งสามก็เป็นเพียงพยานแวดล้อมซึ่งพยานลักษณะนี้ฟังไม่ขึ้นเนื่องจากไม่มีน้ำหนักเพียงพอ

     แหล่งข่าวระบุด้วยว่า พนักงานสอบสวนกองปราบฯกำลังนำหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และนิติวิทยาศาสตร์เพิ่มเติมเข้าไปในสำนวนสอบสวน ซึ่งเมื่อนำมารวมกับสำนวนเดิมของตำรวจภูธรภาค 7 พบว่าคำให้การเดิมของพยานที่ให้นำ้หนักไปที่นายปรีชาหลายปากไม่ตรงกับหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับเทคโนโลยี(บก.ปอท.) ตรวจสอบทางเทคนิคมาได้ โดยเฉพาะตรวจสอบพบว่าช่วงเวลาที่พยานบางปากให้การไว้ไม่ตรงกับสถานที่ที่พยานปรากฎตัวอยู่ในขณะนั้น นอกจากนี้พยานบางปากในจำนวน 40 ปากที่ตำรวจภูธรภาค 7 สอบมานั้น ยังให้การคล้ายกับมีการเตรียมการมาก่อนเป็นอย่างดี ซึ่งถือว่าเป็นคำให้การที่ผิดปกติตามวิสัยของประชาชนทั่วไปจะให้การกับพนักงานสอบสวน

     แหล่งข่าวแจ้งด้วยว่า พล.ต.ท.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ ผบช.ก. ได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนพิจารณาสอบปากคำเฉพาะพยานที่มีความจำเป็น โดยประเด็นสำคัญคือให้พยานแต่ละรายยืนยันว่าจะให้การยืนยันตามคำให้การเดิมหรือจะให้ปากคำกับพนักงานสอบสวนกองปราบฯใหม่อีกครั้ง ซึ่งการสอบสวนครั้งนี้จะมีผลต่อการพิจารณาว่ามีบุคคลใดบ้างที่อยู่ในขบวนการแอบอ้างเป็นเจ้าของสลากฯและอาจดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย ซึ่งเบื้องต้นมีผู้ที่เข้าข่ายจะถูกดำเนินคดีแล้ว 1 ราย ฐานกระทำความผิดตามกฎหมายอาญามาตรา 174 คือการให้การอันเป็นเท็จเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับโทษทางอาญา ซึ่งมีโทษจำคุกสูงสุดถึง 5 ปี

     วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ไปสอบถามนายเกรียงไกร นาควะรีว่า ทนายความของครูปรีชาในกรณีพล.ต.อ.จักรทิพย์รวมทั้งพล.ต.ท.ฐิติราช ออกมาระบุว่าขณะนี้รู้แล้วว่าใครคือเจ้าของลอตเตอรี่ตัวจริง และกลุ่มผู้กระทำผิดนั้นร่วมมือกันทำเป็นขบวนการ โดยมีนายตำรวจอยู่ในขบวนการ ซึ่งขบวนการดังกล่าวมีลักษณะคล้ายกับคดีของครูจอมทรัพย์ รวมทั้งในโลกออนไลน์ได้วิพากษ์วิจารณ์ในลักษณะชี้ขาดไปแล้วว่าใครถูกใครผิด

     นายเกรียงไกร กล่าวว่า เรื่องการออกมาแสดงความคิดเห็นรวมทั้งคอมเม้นต่างๆนั้น ทางทนายความก็ได้พูดคุยกับลูกความคือครูปรีชามาโดยตลอด ซึ่งก็ให้ความเคารพความคิดเห็นของทุกคน ส่วนเรื่องหลักฐานทางด้านวัตถุพยานนั้นทางทนายความไม่ขอนำมาเปิดเผยเพราะเป็นจรรยาบรรณของทนายและขณะนี้ได้มีเวทีเพื่อให้ทุกฝ่ายได้พิสูจน์ความจริงนั่นคือการพิสูจน์ความจริงในชั้นศาล

     ขณะที่ นายปรีชา ให้สัมภาษณ์กรณีผบ.ตร.ระบุว่าเรื่องนี้มีการทำเป็นกระบวนการนั้น ยืนยันว่าไม่มีกระบวนการอะไรแน่นอน เราทำไปตามความเป็นจริง ส่วนตำรวจจะแถลงอย่างไรก็เป็นเรื่องของตำรวจ แต่ในส่วนของตนใช้กระบวนการยุติธรรมในการตัดสิน สำหรับกระแสที่โลกออนไลน์และสังคมเหมือนจะเชื่อและพิพากษาไปแล้วนั้น สังคมก็ไม่ได้ผิดอะไร อาจจะฟังเพียงด้านเดียว เหรียญย่อมมี 2 ด้าน อยากให้สังคมมอง 2 ด้าน ว่าทำไมคนเป็นครูถึงต้องไปแจ้งความ เพราะครูเชื่อมั่นในความจริง ในความดี สังคมยังไม่เห็นหลักฐานของตนแต่กลับพิพากษาไปก่อนแล้ว ควรรอให้ศาลตัดสินก่อน 

     ทั้งนี้ยืนยันว่าไม่เสียใจเพราะขนาดตำรวจภูธรภาค 7 แถลงแล้วว่าลอตเตอรี่เป็นของตน สังคมก็ต้องคิด ซึ่งที่ผ่านมาเรามีหลักฐาน ไม่ใช่คนสร้างเรื่องแน่นอน อย่างไรก็ตามยอมรับว่าปมหวย 30 ล้านบาท ทางครอบครัวและทางญาติพี่น้องได้รับผลกระทบพอสมควร แต่ถ้าวันหนึ่งหากศาลตัดสินออกมาว่าเราถูกต้อง แล้วจะมีคนในสังคมสักกี่คนออกมาขอโทษ เพราะบางครั้งสังคมต้องให้โอกาสคนในการพิสูจน์ความจริงอยากให้ทุกคนอยู่ตรงกลาง 

     ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บริเวณหน้าธนาคารกสิกรไทย สาขากาญจนบุรี ได้พบนางรัตนาพร สุภาทิพย์ หรือเจ้บ้าบิ่น อายุ 58 ปี เปิดแผงขายลอตเตอรี่ตามปกติแล้วหลังจากหายไปพักหนึ่ง จึงเข้าไปสอบถาม แต่นางรัตนาพร ปฏิเสธให้สัมภาษณ์นั่งนิ่งเฉย พร้อมนำหนังสือสวดมนต์บทแผ่เมตตาขึ้นมาสวด “จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด อย่าได้มีเวรซึ่งกันและกันเลย” และระหว่างที่ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น เจ้บ้าบิ่นพูดเพียงสั้นๆว่า “พอแล้วลูก”

     ทั้งนี้จากการสังเกตุพบว่าแผงขายลอตเตอรี่ของน.ส.พัชริดา พรมตา หรือเจ้พัช พยานของนายปรีชา ได้เปิดแผงขายลอตเตอรี่แต่คนขายไม่ใช่เจ้พัช แต่เป็นลูกชายมาขายแทน

ฉบับ นสพ.คมชัดลึก

 


เปิดอ่าน