รพ.มน.เร่งสอบสวน-เยียวยา'น้องออม'เสียชีวิต

อาชญากรรม  :  13 ก.พ. 2561

ผู้บริหาร รพ.มน. แจงเร่งสอบสวนสาเหตุน้องออมเสียชีวิตพร้อมเยียวยาช่วยครอบครัว

 

                ตัวแทนผู้บริหารมหาวิทยาลัยนเรศวร พิษณุโลก เปิดแถลงข่าวกับสื่อมวลชน ไม่ได้นิ่งนอนใจกรณี พ่อแม่ชาวจังหวัดกำแพงเพชร นำลูกสาววัยขวบเศษเข้ารับการรักษาด้วยอาการปากเบี้ยว โดยมีการวางยาสลบก่อนทำการตรวจ MRI สุดท้ายเสียชีวิต ขณะนี้กำลังเร่งหาสาเหตุ เบื้องต้นได้แสดงความเสียใจกับญาติ ไปร่วมงานศพ พร้อมแจ้งการเยียวยาตามนโยบาย สปสช. ม.41 ยอดเงินการเยียวยาไม่เกิน 4 แสนบาท และทาง ม.นเรศวร พิจารณาให้ตามความเหมาะสมอีกจำนวนหนึ่ง ขณะที่ญาติรู้สึกสบายใจขึ้น

                เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2561 ที่ห้องประชุมสำนักผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร ผศ.นพ.จตุวิทย์ หอวรรณภากร ประธานคณะกรรมการไกล่เกลี่ย โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร เปิดเผยถึงกรณีนายวิชัย สามโพธิ์สี อายุ 38 ปี และนางรัตนา สามโพธิ์สี อายุ 23 ปี บิดามารดาของ น้องออม วัย 1 ขวบ 8 เดือน ที่เสียชีวิตปริศนาหลังจากนำตัวมารับการตรวจรักษาจากอาการปากเบี้ยวที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร อ.เมืองพิษณุโลก และได้เสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาว่า การเสียชีวิตเป็นเหตุการณ์เป็นความสูญเสียที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้น ซึ่งสาเหตุที่น้องออมเสียชีวิตยังอยู่ในขั้นตอนการสืบสวนสอบสวน

                ส่วนผลการเสียชีวิตจากเลือดออกในปอดเป็นผลสุดท้ายที่ปรากฏก่อนการเสียชีวิต เราพิจารณาทุกข้อทุกประเด็นพร้อมทั้งนำเลือดส่งไปตรวจหาสาเหตุอย่างละเอียด ใช้เวลาตรวจผลเลือดประมาณ 2 สัปดาห์ และจะนำมาวิเคราะห์ร่วมกับผลชันสูตรศพที่ผลจะใช้เวลาประมาณ 1 เดือนก็จะทราบผลการเสียชีวิตที่แท้จริง

                ผศ.นพ.จตุวิทย์ กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลไม่ได้นิ่งให้เรื่องเงียบหาย หลังจากมีข้อสอบถามจากทางญาติเราได้มีการประชุมเพื่อสอบถามข้อเท็จจริง และเมื่อค่ำวานนี้ (12 ก.พ.61) ทางทีมผู้บริหาร คณะแพทย์เจ้าของไข้ได้เดินทางไปแสดงความเสียใจ ไปร่วมฟังพระสวดอภิธรรมศพ พร้อมแจ้งสิทธิการช่วยเหลือเยียวยาตามนโยบาย สปสช.มาตรา 41 ยอดวงเงินเยียวยาไม่เกิน 4 แสนบาท ทำควบคู่ไปพร้อมกับเงินเยียวยาคณะแพทย์ รพ.มหาวิทยาลัยนเรศวร ที่พิจารณาให้เต็มที่ตามความเหมาะสม ซึ่งผลการพุดคุยทางแม่น้องออมยังอยู่ในอากาศโศกเศร้าเสียใจ ซึ่งในวันนี้จะมีการทำความเข้าใจเพื่อหาทางออกเป็นกระบวนการที่ทางโรงพยาบาลดำเนินการแล้ว

                ส่วนกรณีของโรค ไม่ขอตอบ เป็นความลับของผู้ป่วย ส่วนเรื่องการวางยาสลบ เป็นเรื่องที่ทำได้ทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ การดมยาสลบเพื่อทำให้คนไข้อยู่นิ่งในการทำ MRI ให้ภาพออกมาชัดเจน เด็กเล็กจำเป็นต้องใช้การวางยา มีการคำนวณปริมาณยา เท่าที่ตรวจสอบยังไม่พบความผิดปกติในการรักษา ทุกอย่างอยู่ในมาตรฐานการรักษา เพราะก่อนทำการรักษา ทางแพทย์ได้ใช้ข้อมูลบอกข้อดีข้อเสียก่อนให้ญาติเซ็นต์ยินยอมให้ดำเนินการรักษา เราดำเนินการรักษาโรคเป็นช่วงๆ เราตัดสินใจตรวจ เพราะการตรวจอาจเปลี่ยนแปลงการรักษา ถ้าปล่อยนานอาจเกิดผลเสียมากกว่า ซึ่งผลการตรวจแพทย์ต้องชั่งใจก่อนทำการรักษาเพื่อให้คนไข้หายจากโรค

                ด้านนางรัตนา มารดาน้องออม กล่าวว่า ทางโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร มีรองคณบดี คณะหมอ ประมาณ 10 คนได้มาร่วมงานศพน้องออม พร้อมแสดงความรับผิดชอบ เข้ามาแสดงความเสียใจ ยื่นข้อเสนอในการเยียวยา ชี้แจงข้อสงสัยของพ่อแม่ แต่สาเหตุก็ยังไม่เคลียร์บอกว่ากำลังหาสาเหตุ กำลังตรวจสอบตรวจชันสูตร ส่วนที่บอกไม่อธิบายสาเหตุที่น้องเสียชีวิตในช่วงนั้น เป็นเพราะทางหมอก็รู้สึกเสียใจ ทำใจไม่ได้เหมือนกัน พร้อมกับขอโทษ ซึ่งเราก็ให้อภัย

                การเดินทางมาของคณะผู้บริหาร ทำให้ครอบครัวเรารู้สึกสบายใจ รู้สึกพอใจมากขึ้น แม้ว่าการเดินทางมาจะช้าไปนิด แต่อย่างน้อยก็ยังได้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบ ไม่ปล่อยให้เรื่องเงียบ และไม่มาสนใจเลย การแสดงความรับผิดชอบของโรงพยาบาลทำให้ครอบครัวเรารู้พอใจมากขึ้น ช่วงนี้ยอมรับว่ายังรู้สึกเสียใจโศกเศร้าทำใจยังไม่ได้ ลูกไปตรวจ วันไปอาการดีๆ ร่าเริง แม่ยังจับมือลูกจนลูกหลับหลังจากดมยาสลบ เพิ่งปล่อยมือจากลูกไปไม่ถึง 15 นาที ก็มารู้ว่าลูกจากเราไปแล้ว คนเป็นพ่อเป็นแม่ย่อมเสียใจทุกคน