ผู้ว่าฯ ตรัง กำชับ ตร.ทำคดี ด.ญ.ชาวลาวอย่างรอบคอบ

อาชญากรรม  :  13 ก.พ. 2561

ผวจ.ตรัง ประณามพฤติกรรมขบวนการค้ายาเสพติดที่กระทำกับเหยื่อและสังคม กำชับตำรวจทำคดีรอบคอบ ไม่ทิ้งประเด็นค้ามนุษย์

 

               ผู้ว่าราชการจังหวัตรัง สั่งกำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจทำคดีเด็กหญิงชาวลาว วัย 13 ปี อย่างรอบคอบ ไม่ทิ้งประเด็นค้ามนุษย์ เพราะเป็นเรื่องใหญ่ ตามนโยบาย คสช. ย้ำให้หาพยานหลักฐานให้แน่นหนาที่สุด เพื่อนำไปแสดงต่อศาล พร้อมประณามพฤติกรรมของขบวนการค้ายาเสพติดที่กระทำกับเหยื่อและสังคม ขณะที่เด็กหญิงยังอยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดตรัง จนกว่าคดีจะแล้วเสร็จ

               วันที่ 13 ก.พ.61 จากคดีเด็กหญิงชาวลาววัย 13 ปี ถูกลูกชายนายจ้างข่มขืน และนำตัวไปให้เอเย่นต์ค้ายาบ้าในพื้นที่ข่มขืนกลางสวนยางพารา เพื่อใช้หนี้ยาบ้า เหตุเกิดในท้องที่ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง นั้น นายศิริพัฒ พัฒกุล กล่าวว่า ตนได้มีหนังสือกำชับไปยังผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดตรัง ให้กำชับเจ้าหน้าที่ตำรวจทำคดีด้วยความรอบคอบ และหาพยานหลักฐานให้สามารถเอาตัวคนผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ได้ และจะได้ประสานเป็นการภายในกับอัยการด้วย เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ระดับประเทศ เป็นนโยบายระดับรัฐบาล คสช.

               ซึ่งตนก็จะได้รายงานผู้บังคับบัญชาระดับสูงได้ด้วย ทั้งนี้จากคำให้การของเด็กหญิงผู้เสียหายก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่จะต้องมีหลักฐานอย่างอื่นมาประกอบด้วย เพื่อนำไปแสดงกับศาลให้เชื่อได้ ทั้งพยานแวดล้อม เอกสาร หลักฐานผลนิติวิทยาศาสตร์ จะทำให้เต็มที่ โดยจะไม่ทิ้งประเด็นเรื่องการค้ามนุษย์ เพราะเป็นนโยบายของ คสช.และประเด็นนานาชาติ เป็นเรื่องที่น่าอับอาย ถ้าขืนปล่อยให้คดีนี้หลุดไป เป็นเรื่องที่น่าอับอายมาก คนที่ทำคดีนี้จะต้องมีจิตสำนึก ทั้งนี้หากจะไปดำเนินคดีกับใคร เราจะต้องให้รอบคอบ ไม่ใช่ไปหลงในชั้นอัยการ หรือชั้นศาลอีก

               ดังนั้นคดีอาจจะไม่รวดเร็ว แต่จะต้องรอบคอบ เพราะนอกจากเป็นเรื่องสะเทือนใจที่เอาตัวเด็กไปขัดดอกแล้ว แต่ยังมีเรื่องอื่นที่ใหญ่กว่า เช่น เรื่องการขู่ฆ่า พร้อมประณามคนที่อยู่ในวงการยาเสพติด แม้จะกระทำด้วยวิธีการใดก็ตาม เป็นเรื่องที่เลวทราม และจะต้องได้รับการแก้ไขสำหรับเด็กหญิงชาวลาว ขณะนี้ยังอยู่ในความดูแลของบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดตรัง จนกว่าคดีจะแล้วเสร็จ

               สำหรับคดีเด็กหญิงชาวลาว วัย 13 ปี ถูกเจ้าหน้าที่บุกช่วยเหลือพร้อมแม่และน้องวัยขวบเศษ ออกจากบ้านของชาวบ้านในพื้นที่ อ.ปะเหลียน จ.ตรัง หลังจากได้ร้องขอความช่วยเหลือไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดตรังว่า ถูกนายวิทยา เก้าเอี้ยน หรือ เบส อายุ 27 ปี ซึ่งเป็นลูกชายของนายจ้าง อาชีพรับจ้างแปลงเพาะพันธุ์กล้ายางพารา ใน ต.สุโสะ อ.ปะเหลียน ข่มขืน และยังล่อลวงไปให้เพื่อน คือ นายกำพล สุนทรกิจจา หรือ เบิร์ด อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นเอเย่นต์ค้ายาบ้ารายใหญ่ในพื้นที่ข่มขืนกลางสวนยางพารา เพื่อแลกกับค่ายาเสพติดที่ติดค้างอยู่จำนวน 1 แสนบาท จากนั้นนายเบส นำตัวเด็กหญิงไปนอนค้างที่บ้านด้วยกัน ก่อนจะปล่อยให้กลับบ้านในวันรุ่งขึ้น เหตุเกิดเมื่อวันที่ 17 – 18 ม.ค.61 ที่ผ่านมา

               จนกระทั่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้ง 2 คนแล้ว โดยนายเบส ถูกตำรวจตั้ง 3 ข้อหาหนัก คือ พรากผู้เยาว์ ข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตาม และเป็นธุระจัดหา ล่อไป หรือชักพาไปหญิง เพื่อค้าประเวณีหรือเพื่อสนองความใคร่ผู้อื่น ส่วนนายกำพล ซึ่งขณะนี้อยู่ในเรือนจำจังหวัดตรัง ในข้อหาเสพและร่วมกันครอบครองยาเสพติด เจ้าหน้าที่ได้อายัติตัว และแจ้งข้อหาเพิ่มคือ ข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุยังไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาของตน โดยเด็กนั้นจะยินยอมหรือไม่ก็ตามและข้อหาพรากผู้เยาว์เพิ่มอีก รวม 2 กระทง ส่วนเพื่อนร่วมแก๊งอีก 3 คน คือ นายวิทวัตร ชูอ่อน (บังมัด) ถูกจับกุมดำเนินคดีในข้อหาเสพและร่วมกันครอบครองยาเสพติด ขณะนี้อยู่ในเรือนจำจังหวัดตรัง,นางสาวบุษบา มะวงศ์ศูนย์(พี่นิ่ม) อายุ 31 ปี ภรรยาบังมัด และนางปวีณา ชูแก้ว หรือแอน หรือหญิงอ้วน อายุ 42 ปี ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมในข้อหาเสพยาเสพติด และขณะนี้อยู่ระหว่างการส่งตัวไปบำบัด