จับ"แดงฮาร์ดคอ"ซุกระเบิดคอนโดเมืองทองธานี

อาชญากรรม  :  13 ก.พ. 2561

“ศรีวราห์” นำทีมยึดระเบิดแดงฮาร์ดคอ สมุนโกตี๊ ซุกคอนโดเมืองทองธานี พบเป็นอดีตทหารปลดประจำการแล้ว ยึดของกลางได้เพียบ

 

              13 ก.พ.2561 - พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมกำลังทหารใช้อำนาจตามมาตรา 44 เข้าตรวจสอบภายในห้องพักเลขที่ 0228 อาคารที10 ป๊อปปูล่าคอนโดเมืองทองธานี หลังได้รับแจ้งว่า มีวัตถุระเบิดภายในห้องดังกล่าว จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ พร้อมควบคุมตัวนายกฤษ์ชาพล พูลสิน อายุ 53 ปี ภูมิลำเนากรุงเทพฯ ซึ่งเป็นผู้พักอาศัยภายในห้องพักดังกล่าว

 

              จากการตรวจค้นพบเป็นห้องเช่า ภายในมีข้าวของกระจัดกระจาย ทั้งถังพลาสติก ถุง เสื้อผ้า และของใช้อื่นๆ เหมือนถูกทิ้งร้างมานาน รวมทั้งมีเสื้อผ้าแขวนไว้หลายชิ้น พบกระเป๋ากล้องถูกวางไว้ชิดกำแพงห้อง ภายในมีระเบิดขนาด M26 ใส่อยู่ในถุงตาข่ายสีน้ำเงิน จำนวน 1 ลูก พร้อมใช้งาน ทั้งยังพบระเบิดปิงปองประกอบเองจำนวน 4 ลูก และระเบิดไปป์บอมจำนวน 4 ลูก ถูกวางซุกซ่อนอยู่ตามใต้สิ่งของที่กระจัดกระจายอยู่ตามพื้น โดยเจ้าหน้าที่หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด หรืออีโอดี ได้เข้าทำการเก็บกู้ โดยใช้เวลากว่า 3 ชั่วโมงจึงสามารถเก็บกู้ได้

               

              สอบสวนผู้ต้องหาทราบว่า เป็นอดีตทหารปลดประจำการโดยเช่าห้องพักแห่งนี้มานานกว่า 5 ปี แต่ไม่จ่ายค่าน้ำค่าไฟจนถูกตัดและไม่จ่ายค่าเช่าห้อง จนเจ้าของห้องได้ให้คนใหม่เช่าและเตรียมเข้าพักจึงได้ให้แม่บ้านเข้าทำความสะอาดจนพบวัตถุต้องสงสัยดังกล่าว ผู้ต้องสงสัยให้การรับสารภาพว่าวัตถุระเบิดเป็นของตัวเองนำมาเก็บไว้ที่ห้องพร้อมกับสิ่งของอื่นๆ 

               

              ทั้งนี้ นายนายกฤษ์ชาพล ให้การยอมรับว่า เป็นเครือข่ายของนายโกตี๋ โดยได้มาพักอาศัยที่ห้องเช่าแห่งนี้ ตั้งแต่ปี 2556  แต่ปฎิเสธว่าไม่เคยนำระเบิดที่พบไปก่อเหตุที่ไหนมาก่อน 

              

              ขณะที่ พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าวว่า จากการสอบถามผู้ต้องหา เบื้องต้นรับสารภาพว่า เป็นลูกน้องของนางระพิน อุตรวิเชียร  และเป็นเครือข่ายของนายวุฒิพงษ์ กชธรรมคุณ หรือโกตี๋ กลุ่มคนเสื้อแดง โดยวัตถุระเบิดที่พบเป็นของที่เก็บได้ และนำมาสะสมไว้ ซึ่งทางตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะจากลักษณะใกล้เคียงกับระเบิดเมื่อปี 2557 ที่อยู่ด้านหน้าห้างสยามพารากอน แต่รายละเอียดนั้นต้องส่งให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะตรวจสอบว่า ยังมีบุคคลอื่นเข้ามาภายในห้องเพื่อร่วมกันก่อเหตุด้วยหรือไม่ 

              

              ส่วนการพบระเบิดในครั้งนี้ ถือว่าทำให้ตำรวจต้องเฝ้าระวังมากยิ่งขึ้นเนื่องจากถือว่ากลุ่มนี้ทั้ง 27 คน เป็นกลุ่มที่ฝ่ายความมั่นคงจับตาดูความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ซึ่งตำรวจจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบให้มากยิ่งขึ้น

 

             อย่างไรก็ตาม หลังการสอบสวน เจ้าหน้าที่ทหารได้ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ควบคุมตัวผู้ต้องหาไปสอบปากคำ เพื่อขยายผลเพิ่มเติม โดยภายหลังจากนี้จะนำตัวส่งมอบให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อดำเนินคดีอีกครั้ง